หน้าทอนซิตี้ : NathonCity

  • Samui Low Carbon Week 2014

เก็บข่าวมาเล่า

'รามเนตร ใจกว้าง' กับสารพัดปัญหาเกาะสมุย

by NathonCity @September,22 2008 22.56 ( IP : 118...25 ) | Tags : เก็บข่าวมาเล่า , เลือกตั้งเทศบาล

จาก โฟกัสภาคใต้
วันที่ 22 ก.ย. 2551

 


พลันที่ผลการเลือกตั้ง นายกเทศมนตรีเมืองเกาะสมุย และสมาชิกสภาเทศบาลเมืองเกาะสมุย ปรากฏออกมา ทุกสายตาบนเกาะสมุย ต่างหันไปจับจ้องที่ "รามเนตร ใจกว้าง" นายกเทศมนตรีเมืองเกาะสมุยคนใหม่ ชนิดเป็นตาเดียว


ด้วยเพราะวันนี้ชุมชนที่เคยสงบเงียบไร้ปัญหาอย่างเกาะสมุย กลายเป็นเมืองที่เติบโตอย่างรวดเร็ว จนผู้คนบนเกาะตั้งรับไม่ทัน ทุกอย่างกลายเป็นปัญหาที่โถมทับเข้ามา ไม่ต่างไปจากระลอกคลื่นในท้องทะเลอ่าวไทย


ต่อปัญหาที่ปรากฏกับภาระหน้าที่ที่มีอยู่ "นายรามเนตร ใจกว้าง"มีแนวทางแก้ปัญหา และวางทิศทางนำพาเกาะสมุยไปทางไหน โปรดติดตามอ่านโดยพลัน


............................................


ผมมีความมั่นใจมาก่อนว่าจะชนะ เพราะเสียงตอบรับจากชาวบ้านดีมาก เนื่องจากถึงเวลาที่ชาวบ้านเห็นว่า จะต้องเปลี่ยนแปลง


พอการเมืองใหญ่มีปัญหา การเมืองท้องถิ่นก็มีผลกระทบ ไม่ว่าจะเป็นรายได้ นักลงทุนเริ่มถอยออก การลงทุนด้านอสังหาริมทรัพย์ อยู่ในภาวะที่น่าตกใจ เพราะนักลงทุนไม่มีความมั่นใจ อสังหาริมทรัพย์เป็นต้นทางของเม็ดเงินหมุนเวียน พอตรงนี้หยุด ทุกอย่างก็หยุดไปด้วย ขณะที่นักท่องเที่ยว ซึ่งเป็นที่มาของรายได้หลักก็ลดลง ส่งผลให้เม็ดเงินยิ่งถดถอยลงไปอีก


เมื่อบวกรวมกับปัญหาเดิมๆ ที่ไม่ได้รับการแก้ไข ปล่อยทิ้งไว้ตำตา ไม่ว่าจะเป็นความสะอาด เรื่องสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐาน ถนนหนทาง ขยะ น้ำเสีย น้ำท่วม ชาวบ้านยังเห็นเต็มตา ปัจจัยเหล่านี้ทำให้ชาวบ้านเบื่อหน่าย และเป็นที่มาของการเปลี่ยนแปลง


ผมยอมรับว่า การเลือกตั้งเที่ยวนี้ต่อสู้หนักกว่าทุกครั้ง เพราะนายกฯสด (นายวรากรณ์ รัตนรักษ์) อยู่ตรงนี้มานานเป็นสิบปี ส่วนที่เป็นผลงานที่ดีของเขาก็มี ตรงนี้เป็นข้อได้เปรียบของเขา ส่วนที่เป็นปัญหาเขาก็มี ตรงนี้เป็นข้อเสียเปรียบของเขา


เบื้องต้นผมคงเข้ามาจัดการองค์กรภายในให้ดีขึ้นกว่าเดิมโดยเฉพาะงานด้านบริการประชาชน งานสาธารณสุข รวมไปถึงการปัญหาขยะ ปัญหาน้ำเสีย ปัญหาน้ำท่วม ปัญหาสิ่งปลูกสร้าง


ส่วนผลกระทบจากจากการเมืองใหญ่ เราคงต้องสร้างความเข้มแข็งให้กับตัวเราเอง อย่างน้อยๆ เราก็ต้องเตรียมความพร้อมรองรับสถานการณ์ทุกด้านให้ได้ เทศบาลเองคงต้องจับมือกับทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นส่วนราชการต่างๆ องค์กรปกครองท้องถิ่นอื่นๆ และภาคเอกชน เพื่อทำให้ท้องถิ่นสมุยเข้มแข็ง ยืนด้วยตัวเองได้


เราต้องเป็นฝ่ายรุก ต้องทำให้นักท่องเที่ยวมาเห็นเองกับตาว่า เกาะสมุยน่าเที่ยวน่าอยู่อย่างไร เราต้องเชื่อมโยงการท่องเที่ยวกับฝั่งอันดามัน เพราะนักท่องเที่ยวที่มาฝั่งโน้น ไม่ว่าจะเป็นรัสเซีย สแกนดิเนเวีย เยอรมัน เป็นกลุ่มเดียวกับเรา


สองสามปีที่ผ่านมา เป็นช่วงที่เราได้รับประโยชน์จากการท่องเที่ยว เพราะฝั่งอันดามันประสบปัญหาภัยสึนามิ แต่เราไม่เคยดูแลปรับปรุงสภาพแวดล้อมให้นักท่องเที่ยวติดใจ ทำให้เราสูญเสียโอกาส พอสภาพแวดล้อมของบ้านเมืองทรุด ปัญหาต่างๆ ก็ปรากฏชัดเจนขึ้น


ผมตั้งใจจะปรับปรุงสภาพแวดล้อมให้ดีขึ้น เวลานักท่องเที่ยวเข้ามาก็ให้เขารู้สึกสะดวก ปลอดภัย สวยงาม อย่าให้ฝรั่งเข้ามาแล้ว เห็นอะไรก็เกะกะไปหมด นักท่องเที่ยวเข้าห้องพักแล้ว ต้องทำให้ชัดเจนว่า เขาไปที่ไหนได้บ้าง และเขาจะได้อะไรจากแหล่งท่องเที่ยวนั้นๆ


เทศบาลจะใส่ใจทุกเรื่อง ถ้าธุรกิจโรงแรมมีรายได้ ก็ต้องทำให้ชาวบ้านมีรายได้ด้วย สถานที่ท่องเที่ยวต้องสมบูรณ์แบบกว่านี้ เทศบาลจะคุยกับบริษัททัวร์ เกี่ยวกับการจัดโปรแกรมบริการนักท่องเที่ยว เพื่อให้ครอบคลุมพื้นที่ ชาวบ้านจะได้มีรายได้ด้วย


เกาะสมุยทำรายได้ให้กับรัฐประมาณ 14,000 กว่าล้านบาทต่อปี ที่ผ่านมาเราไม่สามารถต่อรองกับรัฐบาล ให้เข้ามาช่วยเราอย่างเร่งด่วนในเรื่องไหนบ้าง เพราะถึงเราจะมีงบประมาณถึงห้าร้อยล้านบาท แต่เงินเท่านี้เราไม่สามารถนำไปใช้พัฒนา เพื่อรองรับความเติบโตของเมืองได้ 


งบประมาณระดับนี้เอาไม่อยู่ เพราะระบบสาธารณูปโภคขนาดใหญ่ อย่างถนนสายรอบเกาะ เราต้องปรับปรุงให้ดีกว่านี้ ขณะที่ถนนสายย่อยที่ขยายออกไป กลายเป็นปัญหามาตลอด ไม่มีคูระบายน้ำ พอถนนขวางทางน้ำ ถึงฤดูฝนน้ำก็ท่วม ปัญหาก็เลยสะสมกันมา


ในขณะเดียวกัน ผิวถนนตามซอยต่างๆ ก็เริ่มชำรุดเสียหาย เมืองมันเติบโตไม่มีทิศทาง ตรงไหนพอทำถนนได้ก็ทำ ทำซอยเล็กๆ ได้ก็ทำ ไม่ได้ศึกษาว่าระดับน้ำอยู่ตรงไหน ทางระบายน้ำอยู่ตรงไหน ขวางทางน้ำหรือไม่ พอไม่คิดถึงจุดนี้ ปัญหาเล็กปัญหาน้อยก็เกิดตามมาเรื่อยๆ


เราจะแยกพื้นที่เป็นโซนๆ แล้วศึกษาเป็นพื้นที่ไป เช่น ปัญหาเฉวง ต้องศึกษาอย่างเร่งด่วนว่าทางน้ำผ่าน ทางระบายน้ำ ต้องไปทางไหน เพราะถ้าน้ำท่วมแล้วระบายออกไม่หมด ก็เป็นแอ่งน้ำขัง เกิดปัญหาน้ำเน่าทันที


ส่วนปัญหาขยะตอนนี้ก็ใช้วิธีการแก้โดยการขนเข้าเตาอย่างเดียว ไม่ได้แก้ปัญหาอย่างยั่งยืน แนวทางการแก้ปัญหาของผม คือ แยกขยะเปียก ขยะแห้ง นำขยะเปียกมาใช้ให้เป็นประโยชน์ในครอบครัว เอามาทำแก๊สหรือทำปุ๋ย ถ้าขยะเปียกไม่ขึ้นรถก็จะลดปัญหากลิ่นเหม็น เวลาเข้าเตาก็ง่ายต่อการเผา


ผมต้องทำเรื่องแยกขยะ เพราะเกาะสมุยเป็นเมืองท่องเที่ยว ถ้าสร้างเตาเผาขยะเพิ่ม ก็เป็นการเพิ่มมลพิษ กระทบต่อสุขภาพของชาวบ้าน เป็นที่รังเกียจของนักท่องเที่ยว การแยกขยะเป็นการแก้ปัญหาที่ยั่งยืน


อีกเรื่อง คือสิ่งปลูกสร้าง เกาะสมุยเป็นเมืองขายภาพลักษณ์ ขายความเป็นธรรมชาติ ต้องการสิ่งปลูกสร้างที่ไม่บดบังทัศนียภาพ


ส่วนปัญหาเรื่องน้ำ เกาะสมุยยังมีพรุเป็นแหล่งกักเก็บน้ำอยู่หลายที่ ถ้าเราหันไปพัฒนาพรุกระจูดและพรุหน้าเมือง ให้เป็นพื้นที่กักเก็บน้ำไว้ใช้ จัดงบประมาณซื้อที่ดินเพิ่มปริมาณพื้นที่รับน้ำให้มากขึ้น ผมคิดว่าเราสามารถักเก็บน้ำไว้ใช้ได้เหลือเฟือ วิธีนี้น่าจะดีที่สุด เพราะไม่ทำลายแหล่งต้นน้ำลำธาร เรามากักน้ำที่ปลายทาง ไม่ไปทำร้ายชุมชน เอาเฉพาะน้ำที่กำลังจะไหลลงทะเลมาใช้


ส่วนโครงการพัฒนาจากส่วนกลาง เราต้องพิจารณาว่าท้องถิ่นจะได้อะไรบ้าง จะส่งผลกระทบระยะยาวอะไรบ้าง ถ้ามีผลกระทบตามมาเราไม่เอา เพราะเกาะสมุยเป็นเมืองท่องเที่ยว ถ้ามีอะไรมากระทบก็จะส่งผลกระทบกันระนาว ตั้งแต่ผู้ประกอบการไปจนถึงชาวบ้าน


ส่วนปัญหาด้านการเดินทางไป - มาของเกาะสมุย ทางเรือก็ค่อนข้างช้า ทางเครื่องบินค่าโดยสารก็แพง เราต้องยอมรับว่าปัญหานี้เรายังไม่สามารถจะแก้ได้ในขณะนี้ เส้นทางเข้า - ออกทางอากาศ เรามีแค่ทางเดียว เรื่องนี้เป็นปัญหาใหญ่ มีการถกเถียงเรื่องสร้างสนามบินแห่งที่ 2 ซึ่งมีความเป็นไปได้น้อยมาก เพราะชาวบ้านไม่เอา ชาวบ้านเห็นว่า ที่ผ่านมาเขาไม่ได้อะไรจากการท่องเที่ยว เขาอยากอยู่กับธรรมชาติมากกว่า เพราะเราไม่ได้คิดจะกระจายรายได้ให้ทั่วถึง


ดูตัวอย่างหมู่เกาะแคนนารี่ เป็นเกาะเกษตรกรม เกษตรกรมีรายได้พอๆ กับ กลุ่มธุรกิจใหญ่ เกษตรกรได้รายได้น้อย ลงทุนน้อย จ่ายน้อย ธุรกิจใหญ่ลงทุนมากได้มาก จ่ายมาก พอหักลบกันแล้ว รายได้ก็พอๆ กัน ทุกคนมีความสุขหมด แค่ทำให้การเกษตรเดินไปได้พร้อมกับธุรกิจใหญ่ เราต้องทำให้ทุกคนมีรายได้ ไม่ใช่มีรายได้อยู่เฉพาะกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง


ผมจะประสานนักธุรกิจและเกษตรกรให้ไปด้วยกันให้ได้ จะได้ไม่มีช่องว่างทำให้เกษตรกรถูกเอาเปรียบ


มะพร้าวจะต้องดูแลอย่างดี เพราะเป็นสัญลักษณ์ของเกาะสมุย ต้องใช้งบประมาณในการดูแลเท่าไหร่ ก็ต้องทำ กว่าจะได้มะพร้าวสักต้น ต้องใช้เวลาหลายสิบปี ถนนใช้เวลาทำแค่ปีเดียวก็ได้แล้ว ถ้าเราหันมารักษาต้นมะพร้าวก่อน ไม่ดีกว่าหรือ นักท่องเที่ยวรู้สึกอย่างไร ถ้ามาสมุยแล้วได้เห็นดงมะพร้าวเต็มไปทั้งเกาะ ไม่มีที่ไหนเหมือน


ส่วนปัญหาประชากรแฝง ต้องใช้วิธีสำรวจ สร้างศูนย์บริการจัดหางานของเทศบาลขึ้นมา เพื่อจะได้รู้จำนวนแน่นอน เท่าที่คาดการณ์กัน ตอนนี้มีประชากรแฝงอยู่บนเกาะสมุยประมาณ 200,000 คน ตอนนี้ยังไม่สามารถระบุเป็นตัวเลขชัดเจนได้ แต่อนาคตเราต้องทำให้ชัดเจน เพราะถ้าเรารู้ตัวเลข เราสามารถแก้ปัญหาต่างๆ ได้เยอะ ถ้าเรารู้ข้อมูลว่าคนที่เข้ามาเป็นใครมาจากไหน เวลาเกิดเหตุร้ายสามารถจับกุมได้ง่าย ช่วยลดปัญหาอาชญากรรมลงได้


ปัญหายาเสพติด ตอนนี้ก็ระบาดไปทั่วเกาะ ลูกๆ หลานๆ ติดยากันงอมแงม นี่ก็เป็นปัญหาใหญ่


เกาะสมุยกลายเป็นเกาะที่มีปัญหาเยอะแยะไปหมด ผมยอมรับว่าเหนื่อยแน่ๆ แต่เราต้องทำให้ได้ เบื้องต้นพัฒนาของเก่าให้สะอาด ถนนที่มีอยู่แล้วพยายามไม่ให้มีหลุม มีฝุ่น สิ่งที่ทำได้ในเบื้องต้น เราจะทำไปก่อน ส่วนเรื่องใหญ่ๆ อย่างปัญหาพรุแฉวง เราต้องศึกษาดูก่อนว่า เป็นยังไง จะแก้อย่างไร


ที่ผ่านมา เราใช้งบศึกษาน้อยไปหน่อย บางโครงการใครก็ไม่รู้ ศึกษามาห้เรียบร้อยจากกรุงเทพมหานคร ถูกผิดอย่างไรคนในท้องถิ่นไม่มีโอกาสรับรู้ รู้อีกทีโครงการมาแล้ว


เราต้องศึกษาโดยให้ชาวบ้านมีส่วนร่วม จะได้รู้ว่าควรทำอะไรอย่างไร ทำแล้วส่งผลกระทบอะไรบ้าง เวลาเราขยายเมือง จะได้ขยายให้เป็นระบบ


ปัญหาน้ำเสียนี่ก็หนัก การแก้ปัญหาต้องใช้งบประมาณ ต้องให้รัฐบาลกลางเข้ามาช่วย แต่ละปีสร้างถนนเป็นสิบสาย แต่ไม่มีคูระบายน้ำ ไม่มีทางระบายน้ำ น้ำก็ขัง กลายเป็นมีน้ำเน่าเสียเต็มเกาะ


ที่มา www.focuspaktai.com

Comment #1
Posted @September,23 2008 20.12 ip : 61...199

ให้สัมภาษณ์ดีมากครับ  และต้องทำให้ได้
ดูแลอย่าให้มีการลักลอบตัดต้นมะพร้าว ของชาวบ้านด้วย ชาวบ้านแถว ต.อ่างทองเขาบอกมา
ว่า มีโรงเลื่อยแอบไปตัดมะพร้าวของเขา
ดูแลเรื่องน้ำท่วม หน้าห้างบิ๊กซี  ก่อน เป็นอันดับแรก  เพราะรถยนต์เล็กผ่านไม่ได้จริงๆ เวลาน้ำท่วม
ดูแลถนนบนเขาแหลมใหญ่  ไม่ให้มีทรายหินหล่นมาจากบนภูเขา ที่มีคนทำถนนขึ้นไป
ส่วนปัญหายาเสพติด  หากผู้ประกอบการธุรกิจกลางคืน  ไม่ค้ายาเสียเอง ก็จะบรรเทาลงมาก (ทางกลุ่มก็มีบุคคลอยู่ในแวดวงนี้  คงจะแก้ไขปัญหาได้บ้าง)
ปัญหายาเสพติด  หาก ถือกฎหมาย ไม่ค้าเสียเอง  ก็จะแก้ปัญหาได้มาก
    ส่วนประชากรแฝง---ต้องมีเทศบัญญัติบังคับ ให้นายจ้าง---จ้างเฉพาะผู้ที่ย้ายทะเบียนบ้านเข้ามาเท่านั้น
อีก 1  ปัญหาคือ  1 ตำบล 1 ห้างโลตัส  จะแก้ไขปัญหาอย่างไร

Comment #2จิตสาธารณะ
Posted @September,28 2008 10.44 ip : 124...117

comm#1 หากสมุนเรามีคนอย่างคุณซัก 50 % ปัญหาบ้านเราคงไม่หมักหมมมากมายขนาดนี้  ต่อไปนี้ชาวสมุยเราต้องเข้มแข็งและต่อสู้เพื่อลูกหลานในอนาคต