อุบัติเหตุจราจรดัชนีวัดมาตรฐาน อปท.
กระโจมไฟ | เก็บเรื่องมาฝาก (บทความ)
โดย ภาณุเบศร์ มหาเรือนขวัญ
8 ตุลาคม 2550 15:24 น.
เนื่องด้วยอุบัติเหตุจราจรที่คร่าชีวิตคนไทยติดอันดับท็อปทรีมายาวนานต่อเนื่องมากถึงปีละ 1 หมื่น 4 พันราย บาดเจ็บ 1 ล้านราย พิการสะสม 7 หมื่นราย และสร้างความสูญเสียแก่ประเทศชาติมหาศาลถึง 2 แสนล้านบาทนั้นเกิดขึ้นในพื้นที่ความรับผิดชอบขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นไม่ใช่น้อย
องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ทั้งองค์การบริหารส่วนตำบล เทศบาล องค์การบริหารส่วนจังหวัด เมืองพัทยา กรุงเทพมหานคร จึงเป็นภาคีหลักและกลไกสำคัญยิ่งในการป้องกันแก้ไขปัญหาอุบัติเหตุจราจรที่กำลังทำลายคุณภาพเมืองไทยทั้งระดับปัจเจกบุคลและเศรษฐกิจมหภาค
ด้วยหนึ่งในพันธกิจที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต้องดำเนินการให้ลุล่วงคือการจัดระเบียบชุมชน สังคม และรักษาความสงบเรียบร้อย โดยการสร้าง มาตรฐานการป้องกันอุบัติภัยทางถนน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของมาตรฐานการบริการสาธารณะที่อยู่ในความรับผิดชอบของตนเองให้มีประสิทธิภาพมากสุด ไม่ว่าจะเป็นกฎหมายที่เกี่ยวข้อง การบริหารจัดการด้านป้องกันอุบัติภัยทางถนน รวมถึงมาตรฐานป้ายจราจร เครื่องหมายจราจรบนพื้นทาง สัญญาณไฟจราจร เครื่องมือการยับยั้งจราจร และราวกันอันตราย
ทิศทางองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นว่าด้วยการจัดการเรื่องความปลอดภัยทางถนนจึงไม่เพียงเป็นก้าวย่างสำคัญในการยกระดับคุณภาพความปลอดภัยในชีวิตของชาวชุมชนเท่านั้น หากยังสะท้อนความสำเร็จของภาคประชาชนในการมีส่วนร่วมพัฒนานโยบายสาธารณะเพื่อบูรณาการความเข้มแข็งสู่ชุมชนด้วย
มากกว่านั้นยังสอดคล้องกับกระบวนการบูรณาการดำเนินงานป้องกันและแก้ไขอุบัติเหตุจราจรผ่านยุทธศาสตร์ 6E ที่ประกอบด้วยมาตรการบังคับใช้กฎหมาย (Enforcement) มาตรการด้านวิศวกรรม (Engineer) ระบบบริการการแพทย์ฉุกเฉิน (EMS) การให้ความรู้ด้วยประสบการณ์ตรง (Education) การสร้างพลังอำนาจแก่ท้องถิ่นและชุมชนในการร่วมกันแก้และป้องกันการเกิดอุบัติเหตุ (Empowerment) และการเก็บรวบรวมข้อมูลและประเมินผลเพื่อนำมาวิเคราะห์หาแนวทางแก้ปัญหา (Evaluation)
อย่างไรก็ตาม แม้ว่าการขับเคลื่อนเพื่อบรรลุจุดหมายดังกล่าวจักอาศัยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเป็นกลไกผลักดันสำคัญ หากกระนั้นถ้าขาด จิตสำนึก ของประชาชนในชุมชนแล้ว ก็ยากจะประสบความสำเร็จ
ศักยภาพการผสานสรรพกำลังระหว่างองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นกับชาวชุมชนให้เป็นเนื้อเดียวกันโดยไม่หลุดลอยจากกรอบยุทธศาสตร์ 6E จึงเป็นดัชนีชี้ขาดอนาคตของท้องถิ่นเองว่าจะสำเร็จหรือล้มเหลวในการลดอัตราการเกิดอุบัติเหตุจราจร
แม้กระบวนการจับมือระหว่างชาวชุมชนกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจะยากสาหัสในช่วงแรก ทว่าก็ใช่จะประสบความสำเร็จไม่ได้หากภาคประชาชนและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมุ่งหมายเป้าประสงค์เดียวกัน
ดังภาพความร่วมมือระดับชุมชนของท้องถิ่นกิ่งอำเภอหนองนาคำ จังหวัดขอนแก่น ที่ประชากรในพื้นที่ 23,600 คน จาก 3 ตำบล บ้านโคก ขนวน และกุดธาตุ หันมาจับมือกับ อบต. และสถานีตำรวจภูธร จนสามารถผลิตอาสาสมัครรักษาความปลอดภัยประจำหมู่บ้านและตำรวจอาสาได้มากกว่า 400 คน นอกเหนือไปจากสร้างจิตสำนึกและปรับลดพฤติกรรมเสี่ยงภัยบนท้องถนนของชาวชุมชนอย่างได้ผล ตลอดจนลดความสิ้นเปลืองงบประมาณด้านนี้ลงได้มากด้วย
ด้านเทศบาลนครขอนแก่นก็ประสบความสำเร็จในการดำเนินการด้านวิศวกรรมจราจรเพื่อแก้ไขปัญหาจุดเสี่ยง โดยทำการสำรวจเส้นทางคมนาคมทั้งทางหลักและรองอย่างสม่ำเสมอ พร้อมกับจัดทำข้อมูลการเกิดอุบัติเหตุเพื่อค้นหาและขจัดจุดเสี่ยงด้วยการปรับปรุงและพัฒนาเส้นทางรถตามหลักวิศวกรรมจราจร ส่งผลให้ท้ายสุดนอกจากการเดินทางจะสะดวกสบายขึ้นแล้ว หลังปรับปรุงยังไม่มีสถิติการเกิดอุบัติเหตุเลย เฉกเช่นเดียวการทำ EMS ครบวงจรโดยองค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ตที่สามารถช่วยเหลือผู้ประสบเหตุได้อย่างถูกต้อง รวดเร็ว ทันเวลา รวมถึงสร้างเครือข่ายและใช้ทรัพยากรร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นด้วย
ขณะที่หลายโครงการก็เปิดกว้างให้ชุมชนท้องถิ่นร่วมกันคิด ร่วมกันทำ และวางแผนรับมือภัยที่จะเกิดขึ้นได้ ไม่ว่าจะเป็นโครงการสุภาพบุรุษวินมอเตอร์ไซค์ โครงการรณรงค์ขับมอเตอร์ไซค์ เปิดไฟใส่หมวกกันน็อก-ล็อกสายรัดคาง กิจกรรมการตั้งด่านตรวจช่วงเทศกาล หรือกิจกรรมสื่อประชาสัมพันธ์รณรงค์เมาไม่ขับ
ความสำเร็จของท้องถิ่นในการป้องกันและแก้อุบัติเหตุจราจรจึงเป็นบันไดขั้นแรกๆ ที่นำไปสู่สัมฤทธิผลของนโยบายสาธารณะว่าด้วยการพัฒนาคุณภาพชีวิต เพราะต่อให้ประเทศชาติพัฒนาด้านอื่นๆ ไปมากมายแค่ไหน หากทว่าคนในชาติยังต้องมาเจ็บและตายอย่างโง่ๆ จากอุบัติเหตุจราจร ดังคำกล่าวของอาจารย์ป๋วย อึ๊งภากรณ์ แล้ว ก็ยากที่ประเทศชาติจะรุดหน้าพัฒนา
ทั้งๆ ที่อุบัติเหตุจราจรสามารถป้องกันและแก้ไขได้ไม่ยาก ยิ่งได้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่ เวิร์ก ดำเนินงานตามแนวทางการป้องกันแก้วิกฤตอุบัติเหตุจราจรอย่างน้อย 7 ข้อที่เกิดจากการระดมสมองของทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องด้วยแล้ว อัตราการเกิดอุบัติเหตุก็จะลดลงได้ โดย
1) ท้องถิ่น-ชุมชนมีแผนปฏิบัติการเพื่อปลูกจิตสำนึกให้เยาวชนตระหนักในเรื่องความปลอดภัย ส่งเสริมวินัยจราจร พร้อมทั้งจัดให้มีการบรรจุเรื่องความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน เป็นหลักสูตรท้องถิ่นในสถานศึกษาขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
2) องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กรมทางหลวง กรมทางหลวงชนบท ควรดำเนินการส่งเสริมกระบวนการออกแบบถนนที่คำนึงถึงวิถีชีวิต และประโยชน์ของชุมชนสองข้างทาง โดยนำหลักวิชา การจัดการเพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน (Road Safety Audit) มาเป็นเครื่องมือในการยกระดับมาตรฐานความปลอดภัย
3) มีการพัฒนามาตรฐานการป้องกันอุบัติภัยทางถนนและระบบจูงใจให้แต่ละท้องถิ่นนำไปดำเนินการ โดยเน้นการมีส่วนร่วมกับภาคีเครือข่ายในการสำรวจและแก้ไขจุดเสี่ยง พฤติกรรมเสี่ยงต่างๆ จัดทำระบบข้อมูลการเกิดอุบัติเหตุจราจรในพื้นที่ และมีการตรวจสอบความปลอดภัยบนท้องถนนอย่างต่อเนื่อง
4) รัฐบาลและท้องถิ่นต้องร่วมกันส่งเสริมสนับสนุนระบบขนส่งสาธารณะ เพื่อเป็นทางเลือกทดแทนการใช้รถจักรยานยนต์และรถยนต์ส่วนตัวโดยไม่จำเป็น โดยคำนึงถึงบริการที่ครอบคลุมและเชื่อมโยงทั่วทุกภูมิภาค ประชาชนสามารถเข้าถึงและใช้บริการได้โดยสะดวก ปลอดภัย และให้ความสำคัญกับคุณภาพชีวิตของประชาชนมากกว่าความคุ้มทุนทางเศรษฐกิจเท่านั้น
5) ส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพท้องถิ่นมีบทบาทในการสนับสนุนการให้บริการฉุกเฉิน (Emergency Medical Service: EMS) เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงบริการตามมาตรฐานขั้นพื้นฐาน ทั้งนี้ โดยมีการออกแบบกลไกสนับสนุนด้านงบประมาณที่เหมาะสมทั้งจากหน่วยงานรัฐและภาคีที่เกี่ยวข้อง
6) สนับสนุนบุคลากรท้องถิ่นให้มีสมรรถนะในการป้องกันและแก้ไขปัญหาได้อย่างมีประสิทธิภาพ
7) มีกลไกประสานงานความปลอดภัยทางถนนขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเพื่อประสานและเชื่อมโยงการทำงานของทุกหน่วยที่เกี่ยวข้อง และดำเนินการแก้ไขปัญหาอย่างจริงจังและต่อเนื่อง
การบรรลุมาตรการ 7 ข้อข้างต้นไม่เพียงจะวัดคุณภาพการบริหารจัดการขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเท่านั้น หากยังช่วยให้ 3 ม. 2 ข. 1 ร. มาตรการรณรงค์สร้างจิตสำนึกประชาชนผู้ใช้รถใช้ถนนที่รัฐบาลพยายามผลักดันประสบความสำเร็จ ควบคู่กับทลายอุบัติเหตุที่กลายสภาพเป็นภูเขาน้ำแข็งกร่อนเซาะโครงสร้างสังคมไทยอย่างถึงรากทั้งทางวัฒนธรรม สังคม และเศรษฐกิจลงได้ด้วย
ท้ายสุดกระบวนการบูรณาการป้องกันแก้ไขอุบัติเหตุจราจรผ่านมุมมอง ท้องถิ่น-ชุมชน-ถนนปลอดภัย ร่วมใจลดอุบัติเหตุ ที่ขับเคลื่อนผ่านองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จะสามารถพลิกผันวาระแห่งชาติว่าด้วยอุบัติเหตุจราจรจากสถานะตั้งรับกลับมา รุก ได้
คอลัมน์เวทีนโยบายสาธารณะ
โดยมูลนิธิสาธารณสุขแห่งชาติ (มสช.)
ที่มา www.manager.co.th
แสดงความคิดเห็น
|
ขณะนี้เว็บไซท์ได้ทำการติดตั้ง ระบบป้องกันข้อความอันไม่พึงปรารถนา แบบอัตโนมัติ (Automatic Spam Messege Fillter) ซึ่งอาจจะส่งผลให้การบันทึกความคิดเห็น ในบางกรณีเกิดความผิดพลาดได้ ถ้าหากระบบปฏิเสธ การแสดงความคิดเห็นของท่าน ขอให้ท่านลองส่งใหม่อีกครั้ง ถ้าหากข้อความข้อท่าน ไม่ใช่ข้อความอันไม่พึงปรารถนา ก็จะสามารถส่งได้เป็นปกติ
|
||
เงื่อนไขในการใช้บริการ
เว็บไซท์เปิดให้ทุกท่านตั้งหัวข้อกระทู้ เพื่อสอบถามความคิดเห็น จากเพื่อนสมาชิกท่านอื่นมีเงื่อนไข คือ- ทางเว็บ ไม่มีส่วนรับผิดชอบในข้อความใดๆ ที่ทางผู้ดูแลระบบ หรือ web master ไม่ได้เขียน ไม่ว่าจะเป็นของเจ้าหน้าที่ หรือผู้เยี่ยมชม ท่านไหนก็ตาม เราจะไม่รับผิดชอบในความถูกต้อง ความครบถ้วนสมบูรณ์ ความมีประโยชน์ และเนื้อหาของข้อความเหล่านั้นในทุกๆ กรณี ท่านจะต้องใช้วิจารณญาณ และดุลพินิจของท่านในการพิจารณา
- ข้อความของเจ้าหน้าที่ และผู้เยี่ยมชมแต่ละท่าน เป็นการแสดงความคิดเห็นของท่านเหล่านั้น ไม่ใช่มุมมอง และความคิดเห็นของเว็บนี้
- แม้ทางเว็บจะมีระบบกรองข้อความ เพื่อคัดเฉพาะความคิดเห็นที่ทางทีมงานเห็นว่าน่าจะเหมาะสม แต่ก็อาจจะเกิดความผิดพลาดในการคัดกรองข้อความได้ เนื่องจากปริมาณข้อความในแต่ละวัน ทำให้ต้องใช้ทีมงานในการอนุมัติหลายท่าน และมุมมองของทีมงานแต่ละท่านก็ไม่เหมือนกัน ถ้าท่านมีความรู้สึกว่า ข้อความใดๆ ขัดแย้งกับความคิดเห็นของท่าน ท่านสามารถติดต่อทีมงาน เพื่อให้ลบข้อความเหล่านั้นได้ ทางทีมงานจะพยายามอย่างสุดความสามารถในการพิจารณา เพื่อกำจัดข้อความเหล่านั้น ภายในระยะเวลาที่เหมาะสม ถ้าทางทีมงานเห็นพ้องกันว่าข้อความเหล่านั้นควรจะถูกลบออก
- สมาชิกที่ใช้บริการยืนยัน ที่จะไม่ใช้บริการของทางเว็บ และ เว็บบอร์ด ในการแสดงความคิดเห็น, ส่งรูป, ส่งไฟล์ใดๆ ที่เป็นความเท็จ, ไม่ถูกต้อง, หยาบคาย, ทำลายชื่อเสียง, รังเกียจ, ลบหลู่, คุกคาม, ลามก, รบกวน, รุกราน สมาชิกท่านอื่นๆ, ผู้พัฒนาเว็บไซต์ และสถาบันทุกๆ สถาบัน ที่สมาชิก และผู้พัฒนาเว็บไซต์ให้ความเคารพ หรือ ทำให้สมาชิกท่านอื่น และผู้พัฒนาเว็บไซต์ลำบากใจ หรือละเมิด ขนบ ทำเนียม ประเพณี และกฏหมายใดๆ ของบ้านเมือง
เนื่องจากข้อความที่ปรากฏบนกระทู้ ถูกส่งขึ้นโดยอัตโนมัติจากผู้อ่าน โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน เจ้าของเว็บไซท์ ไม่จำเป็นต้องรับผิดชอบ หากข้อความในกระทู้ พาดพิงบุคคลอื่นในทางเสียหาย และหากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม โปรดแจ้งทีมงานโดยด่วน เพื่อดำเนินการต่อไป
ผู้ดูแลเว็บไซท์ขอสงวนสิทธิ์ในการลบข้อความใดๆ ที่อาจก่อให้เกิดความหายต่อบุคคลอื่น หรือเรื่องราวที่พิจารณาแล้วเห็นว่าไม่เหมาะสม โดยไม่จำเป็นต้องแจ้งให้ท่านทราบ
