จากสมาชิก
บทความจากสมาชิก
ร.ล. สมุย
ร.ล. สมุย
เรือลำเลียงน้ำมัน (เรือ นม.)
ชื่อเรือ (ภาษาไทย) ร.ล.สมุย ชื่อเรือ (ภาษาอังกฤษ) --
ผู้สร้าง Abina Engine Machine Waki Profland Origan ชื่อเดิม YOG 60
นามเรียกขาน HSZP สร้างเสร็จเมื่อ พ.ศ.2487
ขึ้นระวางประจำการเมื่อ พ.ศ.2490 เป็นเรือประเภท เรือลำเลียงน้ำมัน
ตัวเรือสร้างด้วย แผ่นเหล็กประสานตะเข็บ ส่วนประกอบตัวเรือสร้างด้วย โครงเหล็ก
ความเร็วสูงสุด 11.2 นอต ความเร็วมัธยัสถ์ 9.2 นอต
ระวางขับน้ำปกติ 411 ตัน ระวางขับน้ำเต็มที่ 1235 ตัน
ความยาวตลอดลำ 51.22 เมตร ความยาวที่แนวน้ำ 50.03 เมตร
ความกว้างมากที่สุด 10.01 เมตร ความกว้างที่แนวน้ำ 10.01 เมตร
ความสูงถึงดาดฟ้าใหญ่ 20 เมตร ความสูงถึงยอดเสา 38 เมตร
กินน้ำลึกปกติ หัว 0.88 เมตร ท้าย 9 เมตร
กินน้ำลึกเต็มที่ หัว 3.59 เมตร ท้าย 3.59 เมตร เมตร
รายชื่อผู้บังคับบัญชา
ร.อ.อติชาต พรประสิทธิ์ ผบ.เรือ
ร.ท.ธวัชศักดิ์ มิตรโกสุม ตก.
การปฏิบัติการของ ร.ล.สมุย (ลำที่ 1) เมื่อ 17 มีนาคม พ.ศ.2488
ในระหว่างสงครามโลกครั้งที่ 2 พ.ศ.2484 - 2488 กองทัพเรือได้ทำหน้าที่รักษาเส้นทางลำเลียงในน่านน้ำไทยทำการกวาดทุ่นระเบิดและในเหตุการณ์ครั้งนี้ ร.ล.สมุย ได้รับมอบหมายให้ทำหน้าที่ลำเลียงน้ำมันเชื่อเพลิงจากสิงคโปร์เข้าสู่ประเทศไทย เพื่อบรรเทาความขาดแคลนภายในประเทศ ร.ล.สมุย ปฏิบัติภารกิจสำเร็จด้วยดีมาโดยตลอด ด้วยความสามารถของ ผบ.เรือ และทหารประจำเรือหลายครั้งต้องหลบหลีกการโจมตีจากข้าศึกแต่ก็สามารถผ่านพ้นไปได้ถึง 17 ครั้ง จนกระทั้งครั้งที่ 18 ซึ่งเป็นเที่ยวสุดท้าย ขณะที่ ร.ล.สมุย ลำเลียงน้ำมันเชื่อเพลิงกลับ วันที่17 มี.ค.2488 เวลา 0245 บริเวณด้านตะวันออกของเกาะคาปัส ประเทศไทยต้องสูญเสีย ร.ล.สมุย พร้อมด้วยลูกเรือบางส่วนไปโดยถูกตอร์ปิโดถึง 2 ลูกซ้อนจากเรือดำน้ำข้าศึก ระเบิดไฟไหม้หัวเรือจมดิ่งสู่ก้นทะเลเหลือผู้รอดชีวิต 17 นาย เสียชีวิตไป 31 นาย นาวาตรีประวิทย์ รัตนอุบล ผบ.เรือ รวมอยู่ในจำนวนนี้ด้วย ซึ่งนับเป็นวีรกรรมที่ยิ่งใหญ่ของ ร.ล.สมุย และทหารประจำเรือ
วันที่ 17 สิงหาคม พ.ศ.2485 เรือสมุยได้ออกเดินทางไปสิงคโปร์เป็นเที่ยวแรก เหตุการณ์ดีเป็นที่เรียบร้อย เที่ยวหนึ่งๆ ใช้เวลาประมาณหนึ่งเดือนเศษ สุดแต่ว่าทางการจะเร่งเอาน้ำมันหรือไม่ ถ้าระยะเวลาไหนเร่งก็ออกเรือกระชั้นหน่อย เกือบจะเรียกว่าไม่ได้เข้าอู่ปรับเครื่องกันเสียเลย จนกระทั่งเที่ยวที่ 18 นาวาตรี (นาวาเอก) ประวิทย์ รัตนอุบล นำเรือออกจากกรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2488 ระหว่างทางเครื่องจักรใหญ่ขัดข้อง จึงแวะซ่อมเครื่องอยู่ที่โคตาบารูหลายวัน เมื่อเสร็จแล้วจึงเดินทางต่อไปถึงโชนัน โดยปลอดภัย
วันที่ 2 มีนาคม พ.ศ.2488 สหรัฐอเมริกาเข้าครอบครองฟิลิปปินส์ได้ทั้งประเทศ และเลื่อนฐานะเรือดำน้ำมาที่ฟิลิปปินส์ ทำให้ใกล้เส้นทางเดินเรือของไทยเข้ามาอีกมาก เรือหลวงสมัยรับน้ำมันจากโชนันมาเต็มที่ คือบรรจุน้ำมันเชื้อเพลิงเต็มระวาง และถึงมีน้ำมันเบนซิน บรรจุใส่ถัง 200 ลิตร วางไว้บนดาดฟ้าเต็มไปหมด และออกเดินทางจากโชนัน ในวันที่ 15 มีนาคมตอนเช้า
วันที่ 16 มีนาคม พ.ศ.2488 เวลาเช้าเครื่องบินทะเลของญี่ปุ่นเครื่องหนึ่งมาวนเวียนเหนือเรือ และโบกธงแดง แต่ทางเรือมิได้หยุดเรือคงเดินหน้าต่อไป เครื่องบินนั้นได้บินไปไกล แล้วบินกลับมาที่เรือสมุยอีก และโบกธงแดงอีกหลายครั้ง ต่อจากนั้นเครื่องบินนั้นก็หายไป ส่วนเรือสมุยคงเดินทางต่อมาตามเดิม เข็ม 324 ตั้งใจไว้ว่า เมื่อมาถึงเกาะลาปัสแล้ว จึงจะเปลี่ยนเข็มใหม่ เรือดำน้ำอเมริกัน ชื่อ Sea Lion II ผู้บังคับการเรือ ชื่อ นาวาตรี C.P. Putnam ได้คอยดักโจมตีอยู่บริเวณนั้น
วันที่ 17 มีนาคม พ.ศ. 2488 เวลา 02.45 เรืออยู่ทางตะวันออกของเกาะคาบัสห่าง 7 ไมล์ ประมาณ 5, 18, 103 ได้ถูกตอร์ปิโด จากเรือดำน้ำซีไลออน นัดแรกถูกหัวเรือขวา และได้ยินเสียงระเบิดในเรือระยะติดๆ กันนั้น ก็ถูกยิงอีกนัดหนึ่งตรงกลางลำค่อนไปทางหัวเรือเกิดระเบิดขึ้นในเรือทำให้ไฟไหม้ และหัวเรือจมดิ่งลงต่อจากนั้นไฟได้ลุกติดน้ำมันซึ่งลอยเป็นฝาอยู่รอบๆ ตำบลที่เรือจม และเรือได้จมภายใน 3 นาทีเรือ ทหารได้โดดลงน้ำ พยายามว่ายเข้าหาฝั่งฝ่าเพลิงที่ลุกอยู่ทั่วไป เวลานั้นคลื่นจากตะวันออกใหญ่มาก บางคนเกาะเศษไม้และสิ่งของต่างๆ ลอยตามคลื่นที่พัดเข้าฝั่ง บางคนลอยคออยู่ในน้ำนานตั้ง 14 ชั่วโมง และไปสลบอยู่ตามชายฝั่งอำเภอมารัง จังหวัด ตรังกานู รวม 17 คน เรือไว (เรือโบตชนิดหนึ่ง) ของเรือหลวงสมุยลอยไปติดเกาะคาปัส ในเรือนี้ไม่มีคนมีแต่เสื้อนอกของ ตาวาตรี ประวิทย์ รัตนอุบล 1 ตัว ผู้ที่ตายมีจำนวน 31 คน ในจำนวนนี้มี นาวาตรี ประวิทย์ รัตนอุบลด้วย เรือหลงสมุย ซึ่งมีระวางขับน้ำ 1,850 ตัน เป็นเรือรบไทยลำแรกที่จมในสงครามครั้งนี้
http://www.navy.mi.th/navalmuseum/002_history/html/his_b23_war-east_thai.htm
--------------------------------------------------------------------------------
Royal Thai Naval Academy Webboard
การตั้งชื่อเรือรบ (naming ships)
การตั้งชื่อเรือรบของราชนาวีไทย เป็นไปตามระเบียบของกองทัพเรือ ว่าด้วยการแบ่งชั้นเรือ หมู่เรือ และการตั้งชื่อเรือหลวง ปี พ.ศ. 2527 ซึ่งมีรายละเอียดในส่วนของการการตั้งชื่อเรือดังนี้
1. เรือตั้งแต่ชั้น 1 ถึงชั้น 3 ที่มีระวางขับน้ำปรกติ ตั้งแต่ 150 ตันขึ้นไป ให้ตั้งชื่อเรือ ตามหลักเกณฑ์ ที่กำหนดไว้ (ดูข้อ 3) และให้ใช้คำว่า "เรือหลวง" (ร.ล.) นำหน้าชื่อเรือ (ร.ล. เขียนเป็นภาษาอังกฤษว่า H.T.M.S)
2. เรือที่มีระวางขับน้ำปรกติ ต่ำกว่า 150 ตันลงมา และเรือขนาดเล็ก ให้ตั้งชื่อเรือ ด้วยอักษรย่อตามชนิด และหน้าที่ของเรือ มีหมายเลขเรือต่อท้ายอักษร เช่น เรือตรวจการณ์ลำน้ำ ใช้ชื่อ เรือ ต., เรือยามฝั่ง ใช้ชื่อ เรือ ร.ย.ฝ.
3. การตั้งชื่อเรือหลวง ให้ถือหลักเกณฑ์ดังนี้
3.1 เรือพิฆาต (destroyer) ตั้งตามชื่อตัว, ชื่อบรรดาศักดิ์, หรือ ชื่อสกุลของบุคคลที่เป็นวีรบุรุษของ ชาติ เช่น ร.ล. พระร่วง (ปลดระวางประจำการแล้ว)
3.2 เรือฟริเกต (frigate) ตั้งตามชื่อแม่น้ำสายสำคัญ เช่น ร.ล. เจ้าพระยา, ร.ล. บางปะกง, ร.ล. กระบุรี, ร.ล. สายบุรี
3.3 เรือคอร์เวต (corvette) ตั้งตามชื่อเมืองหลวง หรือเมืองสำคัญในประวัติศาสตร์เช่น ร.ล. รัตนโกสินทร์, ร.ล. สุโขทัย
3.4 เรือเร็วโจมตี (fast attack craft)
* เรือเร็วโจมตี (อาวุธนำวิถี) (fast attack craft guided missile) ตั้งตามชื่อเรือรบในทะเลสมัยโบราณ ที่มีความหมายเหมาะสมแก่หน้าที่ ของเรือนั้นๆ เช่น ร.ล.ราชฤทธิ์, ร.ล. วิทยาคม, ร.ล. อุดมเดช
* เรือเร็วโจมตี (ปืน) (fast attack craft) และ เรือเร็วโจมตี (ตอร์ปิโด) (fast attack craft, torpedo) ตั้งตามชื่อจังหวัดชายทะเล เช่น ร.ล. สงขลา, ร.ล. ชลบุรี ซึ่งเป็นเรือเร็วโจมตี (ปืน)
3.5 เรือดำน้ำ (submarine) ตั้งตามชื่อผู้มีอิทธิฤทธิ์ ในนิยายหรือวรรณคดี เกี่ยวกับการดำน้ำ: ราชนาวีไทยเคยมีเรือดำน้ำประจำการจำนวน 4 ลำ คือ ร.ล. มัจฉานุ, ร.ล. วิรุณ, ร.ล. สินสมุทร และ ร.ล. พลายชุมพล ซึ่งปลดประจำการหมดแล้ว
3.6 เรือทุ่นระเบิด (mine ship) ตั้งตามชื่อสมรภูมิที่สำคัญ เช่น ร.ล. ลาดหญ้า, ร.ล. ท่าดินแดง
3.7 เรือยกพลขึ้นบก (landing ship), เรือระบายพล (landing craft), เรือส่งกำลังบำรุง, เรือน้ำมัน (oiler) , เรือน้ำ, เรือลากจูง (harbor tug) และ เรือลำเลียง ตั้งตามชื่อเกาะ เช่น ร.ล. ช้าง และ ร.ล. พงัน ซึ่งเป็นเรือยกพลขึ้นบกขนาดใหญ่, ร.ล. สมุย ซึ่งเป็นเรือน้ำมัน
3.8 เรือตรวจการณ์ (patrol combatants)
* เรือตรวจการณ์ (ปืน) (patrol craft) งตามชื่ออำเภอชายทะเล เช่น ร.ล. สัต***บ, ร.ล. ท้ายเหมือง, ร.ล. กันตัง
* เรือตรวจการณ์ (ปราบเรือดำน้ำ) (patrol craft, antisubmarine) ตั้งตามชื่อเรือรบในลำน้ำ สมัยโบราณที่มีความหมายเหมาะสมแก่หน้าที่ ของเรือนั้นๆ เช่น ร.ล. ทยานชล, ร.ล. คำรณสินธุ (ปลดระวางประจำการแล้ว)
3.9 เรือสำรวจ (ขนาดใหญ่ - oceanographic research ship) (ขนาดเล็ก - surveying ship, coastal) ตั้งตามชื่อดาวที่สำคัญ เช่น ร.ล. จันทร์, ร.ล. ศุกร์
3.10 เรือหน้าที่พิเศษ ตั้งชื่อด้วยถ้อยคำ ที่มีความหมาย เหมาะสมแก่หน้าที่ ของเรือนั้นๆ
3.11 เรือที่ไม่ได้กล่าวไว้ ในระเบียบนี้ ให้พิจารณาตั้งชื่อ ตามความเหมาะสม เป็นคราวๆ ไป
นี่คือหน้าคัดลอก ของ http://www.rtna.ac.th/old_webboard/show.php?Category=&No;=297โดยคุณ ต.ต. (203.113.76.*) [30 Mar 2005 19:35]
เรือลำเลียงน้ำมัน (เรือ นม.)
ชื่อเรือ (ภาษาไทย) ร.ล.สมุย ชื่อเรือ (ภาษาอังกฤษ) --
ผู้สร้าง Abina Engine Machine Waki Profland Origan ชื่อเดิม YOG 60
นามเรียกขาน HSZP สร้างเสร็จเมื่อ พ.ศ.2487
ขึ้นระวางประจำการเมื่อ พ.ศ.2490 เป็นเรือประเภท เรือลำเลียงน้ำมัน
ตัวเรือสร้างด้วย แผ่นเหล็กประสานตะเข็บ ส่วนประกอบตัวเรือสร้างด้วย โครงเหล็ก
ความเร็วสูงสุด 11.2 นอต ความเร็วมัธยัสถ์ 9.2 นอต
ระวางขับน้ำปกติ 411 ตัน ระวางขับน้ำเต็มที่ 1235 ตัน
ความยาวตลอดลำ 51.22 เมตร ความยาวที่แนวน้ำ 50.03 เมตร
ความกว้างมากที่สุด 10.01 เมตร ความกว้างที่แนวน้ำ 10.01 เมตร
ความสูงถึงดาดฟ้าใหญ่ 20 เมตร ความสูงถึงยอดเสา 38 เมตร
กินน้ำลึกปกติ หัว 0.88 เมตร ท้าย 9 เมตร
กินน้ำลึกเต็มที่ หัว 3.59 เมตร ท้าย 3.59 เมตร เมตร
รายชื่อผู้บังคับบัญชา
ร.อ.อติชาต พรประสิทธิ์ ผบ.เรือ
ร.ท.ธวัชศักดิ์ มิตรโกสุม ตก.
การปฏิบัติการของ ร.ล.สมุย (ลำที่ 1) เมื่อ 17 มีนาคม พ.ศ.2488
วันที่ 17 สิงหาคม พ.ศ.2485 เรือสมุยได้ออกเดินทางไปสิงคโปร์เป็นเที่ยวแรก เหตุการณ์ดีเป็นที่เรียบร้อย เที่ยวหนึ่งๆ ใช้เวลาประมาณหนึ่งเดือนเศษ สุดแต่ว่าทางการจะเร่งเอาน้ำมันหรือไม่ ถ้าระยะเวลาไหนเร่งก็ออกเรือกระชั้นหน่อย เกือบจะเรียกว่าไม่ได้เข้าอู่ปรับเครื่องกันเสียเลย จนกระทั่งเที่ยวที่ 18 นาวาตรี (นาวาเอก) ประวิทย์ รัตนอุบล นำเรือออกจากกรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2488 ระหว่างทางเครื่องจักรใหญ่ขัดข้อง จึงแวะซ่อมเครื่องอยู่ที่โคตาบารูหลายวัน เมื่อเสร็จแล้วจึงเดินทางต่อไปถึงโชนัน โดยปลอดภัย
วันที่ 2 มีนาคม พ.ศ.2488 สหรัฐอเมริกาเข้าครอบครองฟิลิปปินส์ได้ทั้งประเทศ และเลื่อนฐานะเรือดำน้ำมาที่ฟิลิปปินส์ ทำให้ใกล้เส้นทางเดินเรือของไทยเข้ามาอีกมาก เรือหลวงสมัยรับน้ำมันจากโชนันมาเต็มที่ คือบรรจุน้ำมันเชื้อเพลิงเต็มระวาง และถึงมีน้ำมันเบนซิน บรรจุใส่ถัง 200 ลิตร วางไว้บนดาดฟ้าเต็มไปหมด และออกเดินทางจากโชนัน ในวันที่ 15 มีนาคมตอนเช้า
วันที่ 16 มีนาคม พ.ศ.2488 เวลาเช้าเครื่องบินทะเลของญี่ปุ่นเครื่องหนึ่งมาวนเวียนเหนือเรือ และโบกธงแดง แต่ทางเรือมิได้หยุดเรือคงเดินหน้าต่อไป เครื่องบินนั้นได้บินไปไกล แล้วบินกลับมาที่เรือสมุยอีก และโบกธงแดงอีกหลายครั้ง ต่อจากนั้นเครื่องบินนั้นก็หายไป ส่วนเรือสมุยคงเดินทางต่อมาตามเดิม เข็ม 324 ตั้งใจไว้ว่า เมื่อมาถึงเกาะลาปัสแล้ว จึงจะเปลี่ยนเข็มใหม่ เรือดำน้ำอเมริกัน ชื่อ Sea Lion II ผู้บังคับการเรือ ชื่อ นาวาตรี C.P. Putnam ได้คอยดักโจมตีอยู่บริเวณนั้น
วันที่ 17 มีนาคม พ.ศ. 2488 เวลา 02.45 เรืออยู่ทางตะวันออกของเกาะคาบัสห่าง 7 ไมล์ ประมาณ 5, 18, 103 ได้ถูกตอร์ปิโด จากเรือดำน้ำซีไลออน นัดแรกถูกหัวเรือขวา และได้ยินเสียงระเบิดในเรือระยะติดๆ กันนั้น ก็ถูกยิงอีกนัดหนึ่งตรงกลางลำค่อนไปทางหัวเรือเกิดระเบิดขึ้นในเรือทำให้ไฟไหม้ และหัวเรือจมดิ่งลงต่อจากนั้นไฟได้ลุกติดน้ำมันซึ่งลอยเป็นฝาอยู่รอบๆ ตำบลที่เรือจม และเรือได้จมภายใน 3 นาทีเรือ ทหารได้โดดลงน้ำ พยายามว่ายเข้าหาฝั่งฝ่าเพลิงที่ลุกอยู่ทั่วไป เวลานั้นคลื่นจากตะวันออกใหญ่มาก บางคนเกาะเศษไม้และสิ่งของต่างๆ ลอยตามคลื่นที่พัดเข้าฝั่ง บางคนลอยคออยู่ในน้ำนานตั้ง 14 ชั่วโมง และไปสลบอยู่ตามชายฝั่งอำเภอมารัง จังหวัด ตรังกานู รวม 17 คน เรือไว (เรือโบตชนิดหนึ่ง) ของเรือหลวงสมุยลอยไปติดเกาะคาปัส ในเรือนี้ไม่มีคนมีแต่เสื้อนอกของ ตาวาตรี ประวิทย์ รัตนอุบล 1 ตัว ผู้ที่ตายมีจำนวน 31 คน ในจำนวนนี้มี นาวาตรี ประวิทย์ รัตนอุบลด้วย เรือหลงสมุย ซึ่งมีระวางขับน้ำ 1,850 ตัน เป็นเรือรบไทยลำแรกที่จมในสงครามครั้งนี้
http://www.navy.mi.th/navalmuseum/002_history/html/his_b23_war-east_thai.htm
--------------------------------------------------------------------------------
Royal Thai Naval Academy Webboard
การตั้งชื่อเรือรบ (naming ships)
การตั้งชื่อเรือรบของราชนาวีไทย เป็นไปตามระเบียบของกองทัพเรือ ว่าด้วยการแบ่งชั้นเรือ หมู่เรือ และการตั้งชื่อเรือหลวง ปี พ.ศ. 2527 ซึ่งมีรายละเอียดในส่วนของการการตั้งชื่อเรือดังนี้
1. เรือตั้งแต่ชั้น 1 ถึงชั้น 3 ที่มีระวางขับน้ำปรกติ ตั้งแต่ 150 ตันขึ้นไป ให้ตั้งชื่อเรือ ตามหลักเกณฑ์ ที่กำหนดไว้ (ดูข้อ 3) และให้ใช้คำว่า "เรือหลวง" (ร.ล.) นำหน้าชื่อเรือ (ร.ล. เขียนเป็นภาษาอังกฤษว่า H.T.M.S)
2. เรือที่มีระวางขับน้ำปรกติ ต่ำกว่า 150 ตันลงมา และเรือขนาดเล็ก ให้ตั้งชื่อเรือ ด้วยอักษรย่อตามชนิด และหน้าที่ของเรือ มีหมายเลขเรือต่อท้ายอักษร เช่น เรือตรวจการณ์ลำน้ำ ใช้ชื่อ เรือ ต., เรือยามฝั่ง ใช้ชื่อ เรือ ร.ย.ฝ.
3. การตั้งชื่อเรือหลวง ให้ถือหลักเกณฑ์ดังนี้
3.1 เรือพิฆาต (destroyer) ตั้งตามชื่อตัว, ชื่อบรรดาศักดิ์, หรือ ชื่อสกุลของบุคคลที่เป็นวีรบุรุษของ ชาติ เช่น ร.ล. พระร่วง (ปลดระวางประจำการแล้ว)
3.2 เรือฟริเกต (frigate) ตั้งตามชื่อแม่น้ำสายสำคัญ เช่น ร.ล. เจ้าพระยา, ร.ล. บางปะกง, ร.ล. กระบุรี, ร.ล. สายบุรี
3.3 เรือคอร์เวต (corvette) ตั้งตามชื่อเมืองหลวง หรือเมืองสำคัญในประวัติศาสตร์เช่น ร.ล. รัตนโกสินทร์, ร.ล. สุโขทัย
3.4 เรือเร็วโจมตี (fast attack craft)
* เรือเร็วโจมตี (อาวุธนำวิถี) (fast attack craft guided missile) ตั้งตามชื่อเรือรบในทะเลสมัยโบราณ ที่มีความหมายเหมาะสมแก่หน้าที่ ของเรือนั้นๆ เช่น ร.ล.ราชฤทธิ์, ร.ล. วิทยาคม, ร.ล. อุดมเดช
* เรือเร็วโจมตี (ปืน) (fast attack craft) และ เรือเร็วโจมตี (ตอร์ปิโด) (fast attack craft, torpedo) ตั้งตามชื่อจังหวัดชายทะเล เช่น ร.ล. สงขลา, ร.ล. ชลบุรี ซึ่งเป็นเรือเร็วโจมตี (ปืน)
3.5 เรือดำน้ำ (submarine) ตั้งตามชื่อผู้มีอิทธิฤทธิ์ ในนิยายหรือวรรณคดี เกี่ยวกับการดำน้ำ: ราชนาวีไทยเคยมีเรือดำน้ำประจำการจำนวน 4 ลำ คือ ร.ล. มัจฉานุ, ร.ล. วิรุณ, ร.ล. สินสมุทร และ ร.ล. พลายชุมพล ซึ่งปลดประจำการหมดแล้ว
3.6 เรือทุ่นระเบิด (mine ship) ตั้งตามชื่อสมรภูมิที่สำคัญ เช่น ร.ล. ลาดหญ้า, ร.ล. ท่าดินแดง
3.7 เรือยกพลขึ้นบก (landing ship), เรือระบายพล (landing craft), เรือส่งกำลังบำรุง, เรือน้ำมัน (oiler) , เรือน้ำ, เรือลากจูง (harbor tug) และ เรือลำเลียง ตั้งตามชื่อเกาะ เช่น ร.ล. ช้าง และ ร.ล. พงัน ซึ่งเป็นเรือยกพลขึ้นบกขนาดใหญ่, ร.ล. สมุย ซึ่งเป็นเรือน้ำมัน
3.8 เรือตรวจการณ์ (patrol combatants)
* เรือตรวจการณ์ (ปืน) (patrol craft) งตามชื่ออำเภอชายทะเล เช่น ร.ล. สัต***บ, ร.ล. ท้ายเหมือง, ร.ล. กันตัง
* เรือตรวจการณ์ (ปราบเรือดำน้ำ) (patrol craft, antisubmarine) ตั้งตามชื่อเรือรบในลำน้ำ สมัยโบราณที่มีความหมายเหมาะสมแก่หน้าที่ ของเรือนั้นๆ เช่น ร.ล. ทยานชล, ร.ล. คำรณสินธุ (ปลดระวางประจำการแล้ว)
3.9 เรือสำรวจ (ขนาดใหญ่ - oceanographic research ship) (ขนาดเล็ก - surveying ship, coastal) ตั้งตามชื่อดาวที่สำคัญ เช่น ร.ล. จันทร์, ร.ล. ศุกร์
3.10 เรือหน้าที่พิเศษ ตั้งชื่อด้วยถ้อยคำ ที่มีความหมาย เหมาะสมแก่หน้าที่ ของเรือนั้นๆ
3.11 เรือที่ไม่ได้กล่าวไว้ ในระเบียบนี้ ให้พิจารณาตั้งชื่อ ตามความเหมาะสม เป็นคราวๆ ไป
นี่คือหน้าคัดลอก ของ http://www.rtna.ac.th/old_webboard/show.php?Category=&No;=297โดยคุณ ต.ต. (203.113.76.*) [30 Mar 2005 19:35]
Comment #1
ลูกหลานใหหลำ
Registered User
แสดงความคิดเห็น
|
ขณะนี้เว็บไซท์ได้ทำการติดตั้ง ระบบป้องกันข้อความอันไม่พึงปรารถนา แบบอัตโนมัติ (Automatic Spam Messege Fillter) ซึ่งอาจจะส่งผลให้การบันทึกความคิดเห็น ในบางกรณีเกิดความผิดพลาดได้ ถ้าหากระบบปฏิเสธ การแสดงความคิดเห็นของท่าน ขอให้ท่านลองส่งใหม่อีกครั้ง ถ้าหากข้อความข้อท่าน ไม่ใช่ข้อความอันไม่พึงปรารถนา ก็จะสามารถส่งได้เป็นปกติ
|
||