Categorys


วิกฤตการเงินรอบใหม่มาแล้ว!

โดย ฝากมาให้ เมื่อ 19 ก.ย. 2550 02:36 น. ( ip )
โดย หมายเหตุผู้จัดการ 18 กันยายน 2550 18:05 น.


วิกฤตทางการเงินอันเกิดจากวิกฤตซับไพรม์ในสหรัฐฯ ได้ขยายตัวไปคุกคามอังกฤษอย่างรุนแรงแล้ว โดยในปลายสัปดาห์ที่แล้วชาวอังกฤษตื่นตระหนกแห่กันไปถอนเงินจากธนาคารถึง 70,000 ล้าน และยังคงตื่นตระหนกพากันถอนเงินอย่างต่อเนื่องมาจนถึงต้นสัปดาห์นี้
     
      เป็นผลให้ธนาคารกลางของอังกฤษต้องอัดฉีดเงินเข้าไปในระบบอย่างขนานใหญ่ เช่นเดียวกับที่เกิดขึ้นในสหรัฐและอีกหลายประเทศ
     
      แล้วมันจะไม่มาถึงประเทศไทยหรือ? มันต้องมาถึงแน่ และกำลังคืบคลานมาถึงแล้ว! อย่าได้ไปเชื่อนายธนาคารหรือผู้คนในรัฐบาลเต่าที่ว่าไม่มีผลกระทบถึงประเทศไทยเป็นอันขาด มิฉะนั้นจะพากันพินาศยับเยินด้วยกันหมด
     
      ก็ต้องทำความเข้าใจกันว่าวิกฤตซับไพรม์มันคืออะไร เกิดขึ้นอย่างไร และส่งผลอย่างไร ทั้งจะเกิดผลกระทบอะไรกับประเทศไทยของเรา ซึ่งจำจะต้องพูดจาว่ากล่าวอย่างง่าย ๆ ให้พี่น้องร่วมชาติได้เข้าใจทั่วถึงกันจะได้ไม่ถูกใครเขาหลอกแล้วพากันเสียหายยับเยิน
     
      สิ่งที่เรียกว่าวิกฤตซับไพรม์เริ่มต้นขึ้นที่สหรัฐ เพราะในสหรัฐนั้นผู้คนทั้งหลายล้วนนิยมความฟุ้งเฟ้อฟุ่มเฟือย จับจ่ายใช้สอยอย่างไม่บันยะบันยังยิ่งกว่านโยบายประชานิยมของรัฐบาลก่อนหลายร้อยเท่า จึงพากันเป็นหนี้สินท่วมตัว
     
      เมื่อหนี้สินท่วมตัวก็มีระบบขายอนาคตของตัวเองโดยการก่อหนี้ล่วงหน้า ด้วยหวังว่าจะมีรายได้ในอนาคตมาทดแทนได้ทัน แต่ครั้นนิสัยเดิมที่เห่อเหิมฟุ้งเฟ้อฟุ่มเฟือยไม่มีความพอเพียงอยู่ในจิตใจ ถึงแม้จะขายรายได้ในอนาคตแล้วก็ยิ่งมีหนี้ท่วมหัวท่วมตัวล้นพ้นเข้าไปอีก
     
      คนเหล่านั้นเป็นหนี้กับธนาคารและสถาบันการเงินเต็มไปทั้งประเทศ และหนี้เหล่านั้นกลายเป็นหนี้ด้อยคุณภาพที่อาจจะถูกจัดชั้นสำรองหนี้หรือตัดเป็นหนี้สูญ คล้ายๆ กับสถานการณ์ที่คนชั้นกลางและประชาชนในชนบทไทยที่กำลังเป็นหนี้ท่วมหัวท่วมตัวอยู่ในวันนี้ ซึ่งเป็นผลผลิตโดยตรงของนโยบายประชานิยมแห่งระบอบทักษิณ
     
      การที่มีหนี้ด้อยคุณภาพที่อาจถูกจัดชั้นสำรองหนี้หรือตัดเป็นหนี้สูญเกิดขึ้นในระบบเป็นจำนวนมหาศาล จึงกดดันต่อธนาคารและสถาบันการเงินที่จะต้องแก้ไขปัญหานี้ก่อนที่จะล่มจม และหนึ่งในวิธีนั้นก็คือการจำหน่ายหนี้เหล่านั้นออกไปในราคาถูก
     
      เมื่อเป็นเช่นนี้ก็มีพวกหัวใสคิดหวังกำไรจากธุรกิจรับซื้อหนี้ จึงตั้งเป็นกองทุนขึ้นรับซื้อหนี้ด้อยคุณภาพเหล่านั้นจากธนาคารและสถาบันการเงินในราคาถูก ๆ แล้วไปเรียกเก็บหนี้เต็มจำนวนพร้อมดอกเบี้ยซึ่งถ้าเป็นมรรคผลเต็มที่ก็จะมีกำไรมหาศาล
     
      เช่น มูลหนี้ราคา 100 บาท ก็รับซื้อมาในราคา 15-20 บาท หากเรียกเก็บได้เต็ม 100 บาทก็จะมีผลกำไร 85-80 บาท นับว่าเป็นกำไรที่มากมายมหาศาลพอที่จะเสี่ยงกับหนี้บางจำนวนที่เรียกเก็บไม่ได้
     
      การรับซื้อหนี้แบบนี้เรียกว่าซับไพรม์ หากจะแปลเป็นภาษาไทยให้เข้าใจกันชัด ๆ ก็คือกิจการรับซื้อหนี้ด้อยคุณภาพนั่นเอง
     
      เมื่อแรกเริ่มเดิมทีทำกันใหม่ๆ ก็สามารถเรียกเก็บหนี้ได้เกือบเต็มจำนวน จึงสร้างผลกำไรมหาศาล ทำให้ผู้ทำธุรกิจนี้เห็นโอกาสที่จะมีกำไรมากขึ้น จึงเกิดเป็นกิจการที่ทำกันเป็นล่ำเป็นสัน
     
      จึงเกิดการระดมทุนโดยทั้งธนาคารและสถาบันการเงิน ตลอดจนนักลงทุนก็พากันมาลงทุนในกองทุนแบบนี้กันอย่างล้นหลาม ทำให้กิจการนี้ขยายตัวจนสามารถรับซื้อหนี้ในระบบได้มากตามไปด้วย
     
      แต่เป็นเวรกรรมของชาวสหรัฐฯ เพราะเมื่อธนาคารและสถาบันการเงินสามารถขายหนี้ด้อยคุณภาพออกไปได้แล้วก็เบาตัวลง แล้วเร่งปล่อยกู้แบบเดียวกันนั้นอีก กู้แล้วก็ขายไปอีก เป็นวัฏฏะแห่งความพินาศเกิดขึ้นโดยไม่รู้ตัว
     
      ในที่สุดผู้คนก็เป็นหนี้ซ้ำหนี้ซ้อน คือเป็นหนี้ในกิจการซับไพรม์ด้วย เป็นหนี้ใหม่ที่เกิดจากการเร่งให้กู้ยืม ขยายวงเงินให้กู้ยืมด้วย ในที่สุดก็เกินความสามารถที่จะชำระหนี้ได้
     
      เมื่อเป็นเช่นนี้กิจการซับไพรม์ก็เริ่มเก็บหนี้ได้น้อยลง และมีแนวโน้มว่าจะขาดทุน แต่ทว่าวงเงินรวมทั้งหมดทั้งประเทศที่นำไปลงทุนในกิจการซับไพรม์นั้นมันมากมายมหาศาล พอนักวิเคราะห์พบเหตุการณ์ผิดสังเกตว่ากองทุนซับไพรม์ทั้งหลายอาจจะเจ๊งก็รายงานความเห็นให้สาธารณชนทราบ
     
      เท่านั้นแหละเกิดเรื่อง ผู้คนก็พากันกลัวว่าธนาคารและสถาบันการเงินอาจจะต้องล้มเพราะไปลงทุนหรือให้กู้เงินในกิจการซับไพรม์กันมากมายมหาศาล จึงพากันไปถอนเงิน การตื่นตระหนกตกใจลุกลามเป็นไฟไหม้ฟาง ที่ไหนๆ ก็มีคนแห่ไปถอนเงิน
     
      ความกลัวเหล่านี้ขยายตัวไปยังประเทศอื่นๆ ทั้งในยุโรปและญี่ปุ่น กลายเป็นวิกฤตขนาดใหญ่ที่มีขอบเขตทั่วโลกขึ้น เพราะเมื่อธนาคารและสถาบันการเงินถูกคนแห่กันไปถอนเงินไม่มีที่สิ้นสุดกิจการก็จะต้องล้ม จึงเป็นหน้าที่ของธนาคารกลางที่จะต้องอัดเงินเข้าไปในระบบให้กับธนาคารและสถาบันการเงิน เพื่อให้พอเพียงต่อการถอนเงิน
     
      ดีไม่ดีถ้าอุดรอยรั่วไม่พอ ธนาคารกลางก็จะพาลเจ๊งตามไปด้วย ถึงกระนั้นแม้ว่าจะชะลอการถอนเงินได้บ้าง แต่ก็ทำให้ขาดความเชื่อมั่นว่าในที่สุดแล้วธนาคารและสถาบันการเงินหรือกองทุนต่างๆ จะไม่สามารถได้รับเงินที่ลงทุนไปกลับคืน จะส่งผลกระทบต่อเงินฝากของตน ซึ่งในวันหนึ่งธนาคารและสถาบันการเงินเหล่านั้นก็จะต้องเผชิญกับสภาพเช่นนั้น
     
      ประเทศไทยของเรานอกจากไม่รู้สึกรู้สาเพราะไร้น้ำยาหน่อมแน้มเฉื่อยชาและล้าหลังแล้ว ยังหลอกลวงประชาชนว่าผลกระทบจะไม่ถึงประเทศไทย เป็นการโกหกทั้งเพ
     
      ประเทศไทยเป็นมหาอำนาจทางการเงินหรือ มีฐานะการเงินมั่งคั่งกว่าสหรัฐและอังกฤษหรือจึงว่าไม่มีผลกระทบ มันกระทบแน่ อย่าไปเชื่อใครว่าไม่กระทบ
     
      ดังนั้นเพื่อไม่ให้ประวัติศาสตร์ที่เงินฝากแล้วถอนไม่ได้ซ้ำรอยปี 2540 ก็ควรจะได้เตรียมตัวเตรียมใจ รวมทั้งนักธุรกิจน้อยใหญ่ทั้งหลายก็ต้องเตรียมรับมือกับวิกฤตที่หากจะเกิดขึ้นให้ทันท่วงทีก่อนที่จะตายหยังเขียด.
Comment #1
น่ากลัวเหลือเกิน
Guest
อย่างนี้คนไทยทุกคนน่าจะรีบไปถอนเงินออกจากธนาคารให้หมดนะครับ ถ้าซื้อหุ้นไว้ก็น่าจะรีบขายให้หมดด้วย จะได้ปลอดภัย โอ๊ย...น่ากลัวจ้ง
Posted : 20-9-2550 09:19:04 ip : 128...30
Comment #2
เอาไงดี
Guest
ส่วนหนึ่งมันอยู่กับความเชื่อมั่น

ถ้าต่างคนต่างไปถอน ก็คงลำบาก ธนาคารอาจตัองเอาเงินไปตั้งเป็นกองๆ เหมือนสมัยก่อน เพื่อให้ลูกค้ามั่นใจ
Posted : 20-9-2550 09:34:53 ip : 222...29
Comment #3
ไม่มีตังให้ถอน
Guest
เออ เอาเข้าไป ไปถอนมาไว้ที่บ้านวันไหนบอก เราจะไปขอยืมนะ อิ อิ อิ
Posted : 21-9-2550 20:40:15 ip : 222...3
Comment #4
ขาหุ้น
Guest
เป็นไงไม่น่าเชื่อเองเลย ขายหุ้นหมดขาดทุนกำไรไปสองล้านกว่า เอาคืนที่เองได้ไหม ทีหลังถ้าไม่รู้จริงอย่ามั่ว
Posted : 2-10-2550 14:35:22 ip : 125...85

แสดงความคิดเห็น

ขณะนี้เว็บไซท์ได้ทำการติดตั้ง ระบบป้องกันข้อความอันไม่พึงปรารถนา แบบอัตโนมัติ (Automatic Spam Messege Fillter) ซึ่งอาจจะส่งผลให้การบันทึกความคิดเห็น ในบางกรณีเกิดความผิดพลาดได้ ถ้าหากระบบปฏิเสธ การแสดงความคิดเห็นของท่าน ขอให้ท่านลองส่งใหม่อีกครั้ง ถ้าหากข้อความข้อท่าน ไม่ใช่ข้อความอันไม่พึงปรารถนา ก็จะสามารถส่งได้เป็นปกติ

กรณีที่ท่านไม่ได้เป็นสมาชิก กรณีที่ท่านเป็นสมาชิก
ชื่อผู้ตั้งหัวข้อ  ! username
อี-เมล์ password
ข้อความ :: !

เงื่อนไขในการใช้บริการ

เว็บไซท์เปิดให้ทุกท่านตั้งหัวข้อกระทู้ เพื่อสอบถามความคิดเห็น จากเพื่อนสมาชิกท่านอื่นมีเงื่อนไข คือ
  • ทางเว็บ ไม่มีส่วนรับผิดชอบในข้อความใดๆ ที่ทางผู้ดูแลระบบ หรือ web master ไม่ได้เขียน ไม่ว่าจะเป็นของเจ้าหน้าที่ หรือผู้เยี่ยมชม ท่านไหนก็ตาม เราจะไม่รับผิดชอบในความถูกต้อง ความครบถ้วนสมบูรณ์ ความมีประโยชน์ และเนื้อหาของข้อความเหล่านั้นในทุกๆ กรณี ท่านจะต้องใช้วิจารณญาณ และดุลพินิจของท่านในการพิจารณา
  • ข้อความของเจ้าหน้าที่ และผู้เยี่ยมชมแต่ละท่าน เป็นการแสดงความคิดเห็นของท่านเหล่านั้น ไม่ใช่มุมมอง และความคิดเห็นของเว็บนี้
  • แม้ทางเว็บจะมีระบบกรองข้อความ เพื่อคัดเฉพาะความคิดเห็นที่ทางทีมงานเห็นว่าน่าจะเหมาะสม แต่ก็อาจจะเกิดความผิดพลาดในการคัดกรองข้อความได้ เนื่องจากปริมาณข้อความในแต่ละวัน ทำให้ต้องใช้ทีมงานในการอนุมัติหลายท่าน และมุมมองของทีมงานแต่ละท่านก็ไม่เหมือนกัน ถ้าท่านมีความรู้สึกว่า ข้อความใดๆ ขัดแย้งกับความคิดเห็นของท่าน ท่านสามารถติดต่อทีมงาน เพื่อให้ลบข้อความเหล่านั้นได้ ทางทีมงานจะพยายามอย่างสุดความสามารถในการพิจารณา เพื่อกำจัดข้อความเหล่านั้น ภายในระยะเวลาที่เหมาะสม ถ้าทางทีมงานเห็นพ้องกันว่าข้อความเหล่านั้นควรจะถูกลบออก
  • สมาชิกที่ใช้บริการยืนยัน ที่จะไม่ใช้บริการของทางเว็บ และ เว็บบอร์ด ในการแสดงความคิดเห็น, ส่งรูป, ส่งไฟล์ใดๆ ที่เป็นความเท็จ, ไม่ถูกต้อง, หยาบคาย, ทำลายชื่อเสียง, รังเกียจ, ลบหลู่, คุกคาม, ลามก, รบกวน, รุกราน สมาชิกท่านอื่นๆ, ผู้พัฒนาเว็บไซต์ และสถาบันทุกๆ สถาบัน ที่สมาชิก และผู้พัฒนาเว็บไซต์ให้ความเคารพ หรือ ทำให้สมาชิกท่านอื่น และผู้พัฒนาเว็บไซต์ลำบากใจ หรือละเมิด ขนบ ทำเนียม ประเพณี และกฏหมายใดๆ ของบ้านเมือง

เนื่องจากข้อความที่ปรากฏบนกระทู้ ถูกส่งขึ้นโดยอัตโนมัติจากผู้อ่าน โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน เจ้าของเว็บไซท์ ไม่จำเป็นต้องรับผิดชอบ หากข้อความในกระทู้ พาดพิงบุคคลอื่นในทางเสียหาย และหากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม โปรดแจ้งทีมงานโดยด่วน เพื่อดำเนินการต่อไป

ผู้ดูแลเว็บไซท์ขอสงวนสิทธิ์ในการลบข้อความใดๆ ที่อาจก่อให้เกิดความหายต่อบุคคลอื่น หรือเรื่องราวที่พิจารณาแล้วเห็นว่าไม่เหมาะสม โดยไม่จำเป็นต้องแจ้งให้ท่านทราบ