จาก ฐานเศรษฐกิจ
ฉบับที่ 2262 18 ต.ค. - 20 ต.ค. 2550
ภาพลักษณ์เดิมๆของสหพันธรัฐรัสเซียที่ฝังหัวคนไทยมาช้านานว่า ประเทศนี้ปกครองด้วยระบอบคอมมิวนิสต์ ประชาชนส่วนใหญ่ยากจน แต่ภายหลังจากการเปลี่ยนแปลงการปกครองมาเป็นระบอบประชาธิปไตย เศรษฐกิจของรัสเซียขยายตัวเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง
จากนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจของประธานาธิบดีปูติน แต่ละปีจีดีพีสูงกว่า 6% รายได้ประชากรต่อหัวเฉลี่ย 12,190 ดอลลาร์สหรัฐ (ปี 2549) ทำให้คนรัสเซียมีกำลังเดินทางท่องเที่ยวต่างประเทศมากขึ้น ส่งผลให้ตลาดรัสเซียกลายเป็นตลาดใหม่ที่มีลู่ทางสดใสที่นานาประเทศให้ความสนใจ
ทั้งนี้เห็นได้จากการที่หน่วยงานภาครัฐบาลของสหพันธรัฐรัสเซีย ซึ่งดูแลด้านอุตสาหกรรมท่องเที่ยวให้การสนับสนุนภาคเอกชนจัดงานส่งเสริมการขายการท่องเที่ยวตลาดเลเชอร์หรือ Leisure (นักท่องเที่ยวที่เดินทางมาเพื่อการพักผ่อนท่องเที่ยว)จนประสบสำเร็จ มีผู้ประกอบการนำเที่ยว และองค์การส่งเสริมการท่องเที่ยวจากหลายประเทศให้ความสนใจร่วมงานมากมาย หลังจัดมาได้ 12 ปี ผู้จัดงานก็แยกกันจัดลักษณะเดียวกันในปีนี้ซึ่งมี 2 งาน คือ Leisure 2007 ที่ Expocenters Fairground ระหว่างวันที่ 26-28 กันยายน 2550 และMATIW-Leisure 2007 จัดขึ้นที่ Crocus Expo กรุงมอสโก เมื่อวันที่ 25-28 กันยายน ที่ผ่านมา
การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ได้ใช้เวทีส่งเสริมการขายการท่องเที่ยวดังว่านี้ในการเจาะตลาดรัสเซียมาโดยตลอดทั้ง 12 ครั้ง สำหรับปีนี้ ททท.ตัดสินใจเข้าร่วมงาน MATIW-Leisure 2007 ซึ่งเป็นการจัดงานส่งเสริมการขายที่เปิดโอกาสให้เอกชนที่เข้าร่วมงานได้ตกแต่งคูหาหรือพื้นที่เพื่อเผยแพร่และประชาสัมพันธ์สินค้าทางการท่องเที่ยวของตนเอง ตลอดจนพบปะเจรจาติดต่อธุรกิจกับผู้แทนบริษัทนำเที่ยวจากทั่วโลกที่มาร่วมงาน โดยแบ่งการจัดงานเป็น 2 รอบ คือรอบผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยว และรอบประชาชนทั่วไป
++รัสเซีย...ตลาดที่มีศักยภาพ
ในงาน MATIW-Leisure 2007 ทาง ททท.ได้นำคณะสื่อมวลชนจากไทยไปร่วมสำรวจตลาดการท่องเที่ยวรัสเซีย 2 กลุ่มรวม 7 สำนัก พบว่าในฮอลล์ 3 ซึ่งถือเป็นพื้นที่ไฮไลต์ ในส่วนนี้องค์กรส่งเสริมการท่องเที่ยวของแต่ละประเทศลงทุนจัดบูธของตัวเองกันอย่างเต็มที่ ในส่วนของประเทศไทย เช่าพื้นที่ 270 ตารางเมตร แบ่งเป็น ททท.220 ตารางเมตร สมาคมธุรกิจท่องเที่ยวสมุย 30 ตารางเมตร และจังหวัดภูเก็ต 20 ตารางเมตร
การจัดสรรพื้นที่ภายในบูธ ททท.ออกแบบการใช้สอยพื้นที่ให้เหมาะสมกับการนำเสนอแคมเปญ อะเมซิ่ง ไทยแลนด์ แบ่งเป็นศาลานิทรรศการไทยในรูปแบบที่มีความหลากหลาย แต่ตกแต่งแบบเรียบง่ายโดยใช้รูปภาพเป็นเครื่องมือในการสื่อถึงความหลากหลายของสินค้าและบริการทางการท่องเที่ยว พร้อมจัดพื้นที่เพื่อการเจรจาธุรกิจ พื้นที่สำหรับกิจกรรมสาธิตสปาไทย และสาธิตการวาดร่ม ซึ่งสามารถดึงดูดความสนใจผู้เข้าร่วมงานมายังบูธประเทศไทยได้เป็นอย่างดี
นายสาธิต นิลวงศ์ ผู้อำนวยการภูมิภาคยุโรป แอฟริกา และตะวันออกกลาง การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนที่มาร่วมงานว่า หลังรัสเซียเปิดประเทศ ก็มีการเดินทางท่องเที่ยวต่างประเทศ แต่ในช่วงแรกจะไปแค่ยุโรป ส่วนไทยก็มีบ้างแต่จะเป็นการเดินทางเข้ามาติดต่อธุรกิจ ซื้อสินค้าไปขาย แต่ตั้งแต่ปี 2538 ททท.เริ่มเข้ามาเจาะตลาดนี้โดยเข้าร่วมงาน Leisure
หลังจากนั้นอีกสองปีถึงได้ชักชวนบริษัทเอกชนด้านท่องเที่ยวไทยเข้ามาร่วมงานโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย ตอนหลังมีเอกชนให้ความสนใจเพิ่มจำนวนขึ้นทุกปี เพราะทุกรายต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าตลาดรัสเซียเป็นตลาดที่มีศักยภาพ โดยเฉพาะผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวจากเมืองพัทยา
"จากปีแรกๆ ที่เข้ามาตลาดตัวเลขนักท่องเที่ยวรัสเซียมีแค่หลักหมื่น แต่ปัจจุบันเป็นหลักแสนคน เพียงแค่ 9 เดือนแรกของปีนี้จำนวนนักท่องเที่ยวรัสเซียเข้าไทยประมาณ 1.6 แสนคน เพราะตอนนี้ ททท.ได้เปิดหน่วยงานด้านการตลาด ใช้วิธีจ้างก่อนแต่ในโอกาสต่อไปคงจะเปิดสำนักงาน"
ถึงแม้ตลาดนักท่องเที่ยวรัสเซียมีแนวโน้มที่ดี แต่ยังมีปัญหาด้านจำนวนเที่ยวบินจากมอสโก เข้าไทย โดยขณะนี้มีทั้งเที่ยวบินประจำและเช่าเหมาลำจำนวนมาก เช่น สายการบินเอโรฟล็อท และสายการบินทรานส์แอร์โรว์ สายการบินละ 5 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ นอกจากนี้ยังมีการบินไทย แต่ก็ไม่เพียงพอ เพราะยังมีบางส่วนต่อเครื่องที่ดูไบ หรือตูนีเซีย จะได้รับประโยชน์จากท่องเที่ยวไทย
นายสาธิตกล่าวเสริมว่า นักท่องเที่ยวรัสเซียนิยมเที่ยวทะเล แรกเริ่มเดิมทีก็เที่ยวพัทยา ต่อมาก็ขยายไปภูเก็ตและสมุย ตอนนี้เริ่มสนใจไปเที่ยวหัวหินบ้าง แต่จำนวนยังไม่มากนัก พร้อมกันนี้ ททท.กำลังสนใจเจาะกลุ่มพิเศษเช่น คู่แต่งงานใหม่ที่จะเดินทางมาฮันนีมูน และกลุ่มครอบครัว ซึ่งนิยมเดินทางเข้ามาในช่วงปิดเทอม กลุ่มท่องเที่ยวเชิงสุขภาพและสปา กำลังเป็นที่นิยมของชาวรัสเซียที่มีรายได้สูง
++สมุย-ภูเก็ต-พัทยา บุกมอสโก
นอกจากโรงแรม และบริษัทนำเที่ยวแล้ว ยังมีสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวสมุย และจังหวัดภูเก็ตซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวหลักที่สำคัญก็มาร่วมใช้พื้นที่ ขณะที่สมาคมธุรกิจท่องเที่ยวเมืองพัทยาได้จองพื้นที่ติดกับศาลานิทรรศการไทย แต่ละเมืองล้วนได้รับความสนใจจากธุรกิจท่องเที่ยวและประชาชนชาวรัสเซียอย่างดี
นายเสนีย์ ภูวเศรษฐาวร นายกสมาคมส่งเสริมการท่องเที่ยวเกาะสมุย กล่าวว่า ปีนี้มาร่วมเจาะตลาดกับ ททท. เป็นปีที่สอง ในปีแรกคนรัสเซียยังไม่ค่อยรู้จักเกาะสมุยดีเท่าไรนัก ส่วนใหญ่จะรู้จักพัทยาและภูเก็ต ถือเป็นการมาเปิดตลาด ซึ่งได้ผลเป็นที่น่าพอใจ ในปีนี้มีนักท่องเที่ยวรัสเซียเดินทางไปสมุยเพิ่มขึ้นประมาณ 30-50% เพราะการเดินทางค่อนข้างสะดวก ถ้าเดินทางด้วยเที่ยวบินเหมาลำมาเที่ยวพัทยาก็มีสายการบินบางกอกแอร์เวย์บินต่อเข้าสมุยได้ ต่อไปในอนาคตถ้ามีเที่ยวบินแบบเหมาลำมาลงที่จังหวัดสุราษฎร์ธานีก็คงมีการเตรียมการเดินทางเข้าสู่เกาะสมุยให้สะดวกรวดเร็ว ก็จะช่วยให้มีนักท่องเที่ยวเพิ่มปริมาณขึ้น
นักท่องเที่ยวรัสเซียมีกำลังซื้อมากกว่านักท่องเที่ยวจากยุโรปมาก ผิดจากภาพเดิมที่เราเคยมองกัน โดยค่าใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวยุโรปเฉลี่ยคนละ 3,300 บาทต่อวัน รวมค่าห้องพักและอาหาร เครื่องดื่ม ขณะที่นักท่องเที่ยวรัสเซียเฉลี่ยคนละ 3,600 ต่อวัน และพวกนี้จะพักค่อนข้างนานประมาณ 7-12 วัน ซึ่งกิจกรรมที่นักท่องเที่ยวรัสเซียให้ความสนใจมากคือ หาดทราย และการดำน้ำ
วันนี้เกาะสมุยมีห้องพัก 400 โรงแรม เกือบ 15,000 ห้อง มีหลายระดับตั้งแต่ 2 ดาว 3 ดาว 4 ดาว จนถึง 5 ดาว ซึ่งศักยภาพด้านห้องพักมีความพร้อมพอรองรับความต้องการของนักท่องเที่ยว นอกจากนักท่องเที่ยวแล้ว เกาะสมุยยังมีศักยภาพดึงดูดนักลงรัสเซีย ที่ผ่านมามีหลายกลุ่มเดินทางเข้ามาสำรวจตลาดในเกาะสมุย และหากว่าไม่ติดขัดด้านกฎหมายก็มีแนวโน้มจะมีการลงทุนสร้างโรงแรมหลายแห่ง เพราะนักลงทุนรัสเซียไม่เกี่ยงเรื่องราคา
++มั่นใจส่วนแบ่งตลาดรัสเซียเพิ่ม
จากการที่ททท.เดินแผนการตลาดเชิงรุก ร่วมกิจกรรมเสนอขายสินค้าบริการทางการท่องเที่ยวสู่ตลาดรัสเซีย รวมทั้งกลุ่มประเทศในเครือรัฐเอกราช คาดการสถานการณ์ท่องเที่ยวรัสเซียในปี 2550 ขยายตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยมีปัจจัยสนับสนุนทางด้านเศรษฐกิจที่ขยายตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องจากการส่งออกน้ำมันดิบ รวมทั้งอัตราแลกเปลี่ยนค่าเงินรูเบิ้ลที่คาดว่าจะแข็งค่าเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ นอกจากนี้ยังมีปัจจัยสนับสนุนอื่นที่สำคัญ คือแผนการบินทั้งเที่ยวบินประจำและเช่าเหมาลำเข้าไทยจำนวนมาก
ประกอบกับแนวโน้มพฤติกรรมนักท่องเที่ยวรัสเซียในปัจจุบันเริ่มมีการกระจายช่วงฤดูกาลท่องเที่ยว ไม่เพียงแต่นิยมการท่องเที่ยวในช่วงฤดูหนาวเท่านั้น แต่ยังมีการวางแผนการเดินทางเข้าไทยในช่วงฤดูร้อนมากขึ้นเนื่องจากการจองที่นั่งเครื่องบินหาได้ง่าย มีราคาถูกกว่า และภาพลักษณ์ที่ไทยพยายามส่งเสริมให้เป็น Year Round Destination (สนับสนุนให้เกิดการท่องเที่ยวตลอดทั้งปี)รวมถึงมีการสนับสนุนของสายการบินหลายสายให้บริการเพิ่มขึ้นในช่วงฤดูร้อน ทำให้เดินทางได้โดยสะดวก จึงเป็นโอกาสที่จะเพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยว
สำหรับสถิตินักท่องเที่ยวตลาดรัสเซีย เปรียบเทียบปี 2548-2549 เพิ่มขึ้นกว่า 78% หรือมีชาวรัสเซียเดินทางเข้าไทย 190,834 คน ขณะที่ตัวเลข 6 เดือนแรกของปีนี้ มีจำนวน 138,536 คนส่วนใหญ่เดินทางเข้าทางท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ สนามบินอู่ตะเภา และท่าอากาศยานภูเก็ต ขณะที่ตลาดกลุ่มประเทศเครือรัฐเอกราช ครึ่งปีแรกมีจำนวน 28,583 คน มีการเติบโต 44.86% โดยมีนักท่องเที่ยวจากยูเครน และคาซัคสถาน เข้ามาเป็นอันดับต้นๆ
ที่มา
www.thannews.th.com