เก็บข่าวมาเล่า
ทุนนอกยึดหาดเรียบ อังกฤษทะลักสมุย ภูเก็ต
ฉบับที่ 2270 15 พ.ย. - 17 พ.ย. 2550
แหล่งข่าวระดับสูงจากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย(ททท.)เปิดเผยกับ "ฐานเศรษฐกิจ"ว่าในขณะนี้มีกลุ่มทุนแคนาดา โดย นายเลียแค็ท สุลต่าน แดนจี้ (คนอินเดียถือสัญชาติแคนาดา)
ซึ่งเป็นอดีตผู้บริหารบริษัทแผ่นดินทอง พร็อพเพอร์ตี้ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) ได้ร่วมลงทุนกับม.ล.รัชดาราศรี ชยางกูร(มารดานายอานันทวีป ชยางกูร) จัดตั้งบริษัทแปซิฟิค ชอร์ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด ลงทุนกว่า 20,000 ล้านบาท เพื่อพัฒนาเมืองท่องเที่ยวรูปแบบใหม่ของเอเชีย ภายใต้ชื่อโครงการเดอะ บีช บนพื้นที่กว่า 200 ไร่ ติดถนนสุขุมวิทและชายหาดบางสะเหร่ จังหวัดชลบุรี ใช้เวลาก่อสร้าง 3 ปี
การลงทุนในครั้งนี้ถือเป็นการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย โดยใช้เงินส่วนตัวของผู้ลงทุนทั้ง 2 ฝ่าย และส่วนหนึ่งได้รับการสนับสนุนจากธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) รวมทั้งได้รับการส่งเสริมการลงทุนจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน(บีโอไอ) ด้วย
+++ทำบางเสร่เป็นดิสนีย์แลนด์
แหล่งข่าว กล่าวอีกว่าภายในโครงการจะประกอบไปด้วยคอนโดมีเนียมกึ่งโรงแรม(คอนโดมีเนียมแต่บริหารโดยเชนโรงแรม) 2 อาคาร มีห้องพัก 360 ห้อง คิดราคาขาย 200,000 บาทต่อตารางเมตร ศูนย์การค้า ร้านอาหารนานาชาติ ฟิตเนสและสปา โรงแรมระดับ 6 ดาว ศูนย์ประชุม สวนน้ำมหาสนุกระดับเวิล์ดคลาส ชายหาดไซเบอร์แห่งแรกของโลก
"เดอะบีช ถือเป็นจุดขายโครงการแม่เหล็กสำหรับการท่องเที่ยวไทย เพราะเป็นการลงทุนทำเมืองท่องเที่ยวระดับเวิล์ดคลาสของเอเชีย และก่อนหน้านี้ผู้ลงทุนก็ได้เดินทางมานำเสนอโครงการดังกล่าวให้แก่ดร.สุวิทย์ ยอดมณี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาได้รับทราบ เพื่อโปรโมทให้เป็นจุดขายใหม่ด้านการท่องเที่ยวของไทยในอีก 3 ปีข้างหน้า"
ทั้งนี้ผู้ลงทุนเล็งเห็นว่าประเทศไทยมีความหลากหลายด้านการท่องเที่ยว แต่ไม่มีอะไรที่เป็นจุดเด่น ไม่เหมือนจากฮ่องกงที่คนก็นึกถึงดีสนีย์แลนด์ จึงคิดว่าถ้ามีโครงการดีๆมาดึงดูดนักท่องเที่ยวได้ก็จะทำให้ประเทศไทยมีนักท่องเที่ยวระดับไฮเอนท์เข้ามาเที่ยวไทยเพิ่มขึ้นได้
ดังนั้นแนวคิดในการลงทุนจึงมุ่งสร้างจุดเด่นให้เป็นดินแดนการท่องเที่ยวและพักผ่อนแห่งใหม่ของเอเชีย และโปรโมทให้เป็นอันดับหนึ่งของการพักผ่อนและกีฬาสำหรับนักท่องเที่ยวกลุ่มไฮเอนท์ จึงต้องมีจุดขายที่แตกต่างออกไป เป็นต้นว่าการสร้างสวนน้ำมหาสนุก ออกแบบและก่อสร้างโดยบริษัทไวท์ วอเตอร์ จำกัด ผู้สร้างดีสนีย์แลนด์ โดยจะสร้างคลื่นจำลอง ที่มีความสูงเพื่อรองรับการโปรโมทให้เป็นชุมชนสำหรับนักเล่นกระดานโต้คลื่น(วินด์เซิร์ฟ) แทนที่จะเดินทางไปยังออสเตรเลีย
+++หาดไซเบอร์แห่งแรกของโลก
นอกจากนี้ยังจะสร้างทะเลเทียม ซึ่งซื้อทรายจากต่างประเทศเข้ามาสร้างเป็นชายหาดใหม่ เนื่องจากหาดบางสะเหร่จะเป็นทรายค่อนข้างดำ ขณะเดียวกันก็จะสร้างโรงแรมระดับ 6 ดาว ในลักษณะวิลล่าหรูเหมือนเกาะมัลดีฟ ยื่นลงไปในทะเลเทียม ลูกค้าที่เข้าพักก็จะมีเรือใบส่วนตัว พร้อมคนขับ ที่จะเป็นบัตเลอร์ขับเรือบริการเดินทางจากวิลล่าไปยังชายฝั่งและจุดต่างๆของโครงการ เป็นต้น
ส่วนทางด้านผู้ลงทุนนั้นได้ดึงบริษัททรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด(มหาชน) เข้ามาร่วมเป็นพันธมิตรทางธุรกิจด้วย โดยทรูจะเป็นผู้พัฒนาระบบเทคโนโลยีสมัยใหม่ จะทำให้เป็นเมืองไซเบอร์ เช่นชายหาดไซเบอร์แห่งแรกของโลก ซึ่งนักท่องเที่ยวสามารถเปิดเช็คอีเมล์ได้ และนักท่องเที่ยวที่มาเป็นครอบครัว พ่อแม่ก็จะติดแท็ก(TAG) ไว้กับเด็กๆ และสามารถรู้ได้ตลอดเวลาว่าเด็กๆไปเล่นอยู่ในตำแหน่งใด เช่น อยู่บนสไลเดอร์ของสวนน้ำ ก็จะมีเรดาร์ติดตั้งไว้แท็ก เป็นต้น ซึ่งความโดดเด่นของโครงการเดอะบีช นี้เชื่อว่าจะเป็นโครงการที่สามารถดึงนักท่องเที่ยวกลุ่มไฮเอนท์ให้เข้ามาเที่ยวไทยได้เพิ่มขึ้น
ด้านนายอานันทวีป ชยางกูร บุตรชายม.ล.รัชดาราศี ชยางกูร กล่าวเพียงสั้นๆ ว่า ทางมารดาได้ร่วมลงทุนกับนักลงทุนกลุ่มดังกล่าวจริง แต่ยังไม่ขอบอกรายละเอียดของโครงการ เพราะจะมีการเปิดแถลงข่าวร่วมกันภายในเร็วๆนี้
+++ชาวรัสเซียทำคอนโดฯพัทยา
นายกิตติศักดิ์ จำปาทิพย์พงศ์ กรรมการรองกรรมการผู้จัดการ บริษัท ฮาริสัน จำกัด (มหาชน) เปิดเผย "ฐานเศรษฐกิจ" ว่า ปัจจุบันนี้การเข้ามาซื้อบ้านพักตากอากาศของชาวต่างชาติมีเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เมื่อเข้ามาเป็นจำนวนมากก็จะกลายเป็นคอมมูนิตี้มอลล์ของคนในประเทศไทยไปเลย ซึ่งจากการบริหารธุรกิจด้านการขายและการตลาดที่ผ่านมาพบว่า บ้านพักแถวชายหาดหัวหินจ.ประจวบคีรีขันธ์ ส่วนใหญ่จะเป็นโครงการที่รองรับกำลังซื้อของชาวสวีเดน จนเรียกติดปากว่าสวีดิช วิลเลจ โดยที่ผ่านมาโครงการลากูน่า หัวหิน จำนวนห้องกว่า 60-70 ยูนิต เป็นชาวต่างชาติเข้ามาซื้อ
ในขณะที่โครงการบริเวณชายหาดพัทยา จ.ชลบุรี เป็นรูปแบบคอนโดมิเนียมเช่นกัน มีลูกค้าเป็นชาวรัสเซียสัญชาติอังกฤษ และสวีเดน มากที่สุด โดยดีเวลลอปเปอ์รที่พัฒนาโครงการส่วนใหญ่จะเป็นชาวสวีเดน เช่นกัน จะมีบ้างในบางโครงการที่เป็นนักลงทุนท้องถิ่น นอกจากนี้ รูปแบบโครงการที่พัฒนานั้นจะเน้นในเรื่องของการให้เช่าระยะยาวหรือลิสต์โฮล ปัจจุบันบริษัทบริหารงานขายในพัทยา 2 โครงการ หัวหิน 1 โครงการ และภูเก็ต 2 โครงการ
+++สแกนดิเนเวียยึดหาดหัวหิน
ด้าน นายวสันต์ อุบลชาติ กรรมการผู้จัดการ กลุ่มอุบลชาติกรุ๊ป ผู้พัฒนาโครงการบ้านพักตากอากาศ "คีรีนครา" บ้านพักตากอากาศ ในเมืองหัวหิน เปิดเผยว่า กลุ่มผู้ประกอบการที่เข้ามาพัฒนาโครงการบ้านพักตากอากาศมีสัดส่วนคนไทย 60% และเป็นชาวต่างชาติประมาณ 40% ซึ่งผู้ประกอบการชาวต่างชาติจะเข้ามาพัฒนาโครงการขายคนในชาติเดียวกัน ส่วนกลุ่มลูกค้านั้นเป็นคนไทย 70% และเป็นชาวต่างชาติ 30% โดยต่างชาติส่วนใหญ่เป็นชาวยุโรปและสแกนดิเนียเวียที่หนีอากาศหนาวมาเที่ยวเมืองไทยและเลือกพักผ่อนที่หัวหินเพราะเป็นเมืองชายทะเลที่มีความสงบ
อย่างไรก็ดี ปัจจุบันนี้ได้มีชาวสแกนดิเนียเวียเข้ามาซื้อที่ดินพัฒนาบ้านพักตากอากาศขายคนในชาติเดียวกันเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ โดยทำบ้านพักตากอากาศขายในราคาบ้านเดี่ยว 2-3 ล้านบาท ส่วนคอนโดมิเนียมจะอยู่ที่ 2-5 ล้านบาท ในย่านเชิงเขาหินเหล็กไฟ หรือ เขาเต่า ซึ่งที่ดินยังมีราคาถูกอยู่ในรูปแบบของการเช่าซื้อระยะยาว 30 ปี เนื่องจากเกรงเรื่องการตรวจสอบเกี่ยวกับนอมินีและครึ่งหนึ่งพัฒนาโครงการโดยเลี่ยงการขออนุญาตจัดสรร กล่าวคือพัฒนาโครงการไม่เกิน 9 แปลง ขนาดพื้นที่ต่อโครงการประมาณ 10-15 ไร่ เข้ามาครอบครองที่ดินโดยการมีภรรยาเป็นคนไทย ซึ่งตรงนี้ถือว่ายังเป็นช่องโหว่ของกฎหมายอยู่
ด้าน นางนุสรา บัญญัติปิยพจน์ ประธานกรรมการ บริษัท โอเชี่ยน พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด ผู้พัฒนาโครงการ "อัสรา วิลล่า แอน์ สวีท" ชายหาดหัวหิน ได้กล่าว ถึงศักยภาพในการขยายตัวของตลาดบ้านพักตากอากาศบริเวณพื้นชะอำ หัวหิน จากการที่กลุ่มผู้ประกอบการทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศให้ความสนใจเข้ามาร่วมพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยในแถบชายทะเลชะอำและหัวหิน ส่งผลให้ตลาดมีการเติบโต 5-10% และราคาที่ดินมีการถีบตัวสูงขึ้น 10-15% ตั้งแต่บริเวณพื้นที่ชะอำ หัวหิน เขาตะเกียบ เขาเต่า หัวกะโหลก และเขาหินเหล็กไฟ
+++ภูเก็ตมีต่างชาติเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
ขณะที่นายภูมิศักดิ์ หงส์หยก ประธานชมรมอสังหาริมทรัพย์จังหวัดภูเก็ต เปิดเผยว่า ในจังหวัดภูเก็ตก็มีหมู่บ้านของชาวสวีเดนเช่นเดียวกับหัวหิน นอกจากนั้นยังมีหมู่บ้านของชาวเกาหลี สิงคโปร์ และเยอรมนี ด้วยโดยส่วนใหญ่แล้วจะอยู่ทางหาดราไวย์และหาดสุรินทร์ ซึ่งขณะนี้ได้เริ่มมีซุปเปอร์มาร์เก็ตของชาวต่างชาติรองรับการอยู่อาศัยชาวต่างชาติด้วยกันเองแล้ว
"การเข้ามาอยู่อาศัยของชาวต่างชาติมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ส่งผลให้ราคาที่ดินมีการถีบตัวขึ้นไป 100-200% แต่ในช่วงนี้อาจจะชะลอลงไปเพราะติดในเรื่องการตั้งสำรอง 30% ตามมาตรการสกัดกั้นการเก็งกำไรค่าเงินบาทไทยของธนาคารแห่งประเทศไทย ส่วนผู้ประกอบการที่พัฒนาโครงการบ้านพักตากอากาศก็มีจากหลากหลายประเทศทั้งฮ่องกงและสิงคโปร์ และชาติอื่นๆ ซึ่งรูปแบบของการซื้อก็จะเป็นแบบลีลส์โฮลคือเช่า 30 ปี "นายภูมิศักดิ์ กล่าวและว่า
อย่างไรก็ตาม ชาวต่างชาติไม่ได้สนใจว่าสิทธิในการครอบครองบ้านจะเป็นลิลส์โฮลหรือฟรีโฮลแต่ถ้าเป็นลิสท์โฮลขอให้มีการขยายระยะเวลาในการเช่าออกไปอีกจาก 30 ปี เป็น 50 ปีและต่อได้อีกหนึ่งครั้ง
+++อังกฤษยึดเกาะสมุยทำบ้านขาย
ส่วนทางด้าน นายยงยุทธ์ ชัยพรหมประสิทธิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อวาเรียส เอสเตท จำกัด ผู้พัฒนาโครงการคอนโดมิเนียมหรูและโรงแรม "คาซ่าเวล่า" บนแหลมเส็ด เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี กล่าวถึงการเข้ามาพัฒนาโครงการบนเกาะสมุยของผู้ประกอบการว่าโดยมากจะเป็นผู้ประกอบการชาวอังกฤษ และมีจำนวนมากกว่าผู้ประกอบการไทย แต่ตลาดบ้านพักตากอากาศบนเกาะสมุยเติบโตไม่หวือหวาเหมือนที่จังหวัดภูเก็ตโดยบ้านพักตากอากาศบนเกาะสมุยเติบโตแบบค่อยเป็นค่อยไป
อย่างไรก็ตามโดยส่วนใหญ่จะเป็นกลุ่มชาวต่างชาติที่รักความสงบ ซึ่งตลาดสามารถแบ่งเป็น 2 กลุ่ม คือกลุ่มชาวต่างชาติที่เข้ามาซื้อบ้านพักตากอากาศบนเกาะสมุยจะนิยมซื้อบ้านราคา 15 ล้านบาท ส่วนชาวต่างชาติที่ทำงานอยู่ในประเทศไทยมักจะนิยมซื้อบ้านราคาประมาณ 3 ล้านบาท ซึ่งโดยมากเป็นชาวอังกฤษและเยอรมัน ยุโรปและเบลเยี่ยมเข้ามาซื้อในรูปแบบของการเช่าระยะยาว 30 ปี
+++ทุนนอกในกรุงไม่น้อยหน้า
สำหรับการลงทุนของต่างชาติในตลาดอสังหาริมทรัพย์ที่กรุงเทพมหานคร เช่นกัน ซึ่งจะพบว่ามีผู้ประกอบการต่างชาติเข้ามาประกอบธุรกิจอสังหาฯมากขึ้นเรื่อยๆ เช่น บริษัท กรุงเทพบ้านและที่ดิน จำกัด (มหาชน) ที่ร่วมทุนกับกลุ่มเฟรเชอร์แอนด์นีฟ จากประเทศสิงคโปร์ พัฒนาโครงการเดอะพาโน ริมแม่น้ำเจ้าพระยาย่านพระราม 3, บริษัท ที.ซี.ซี.แคปปิตอล แลนด์ จำกัด จากประเทศสิงคโปร์ที่ได้ร่วมทุนกับ บริษัท แคปปิตอล แลนด์ จำกัด พัฒนาคอนโดมิเนียมหรูในหลายทำเล เช่น แอทธินี เรสซิเดนท์ และวิลล่า พญาไท ฯล , บริษัท เอ็มอาร์ สุขุมวิท จำกัด ซึ่งเกิดจากการจับมือกับกลุ่มทุนสิงคโปร์คือกลุ่มซีตี้ ดีเวลอปเม้นท์ หรือ (ซีดีแอล) ในเครือ ฮงเลียง กรุ๊ป, บริษัท เฟรเกรนท์ เรียลเอสเตท ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด
กลุ่มทุนจากประเทศใต้หวันที่ร่วมกับคนไทยจัดตั้งบริษัทพัฒนาที่ดินขึ้นโดยพัฒนาคอนโดมิเนียมหรู ภายใต้ชื่อไพร์ม 11, บริษัทเอ็มไอจี ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด ที่ร่วมทุนระหว่าง บริษัท เมเจอร์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) และ บริษัทเอไอจี โกลบอล เรียลเอสเตท เอเชีย แอลแอลซี จำกัด
ล่าสุดกลุ่มของนายตัน ภาสกรนที หรือ ตัน โออิชิ ที่กำลังหาผู้ร่วมทุนพัฒนาโครงการบนที่ดินถนนเพลินจิต และ บริษัท ธนาพัฒน์ พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด ที่กำลังเจรจากับผู้ร่วมทุนชาวเกาหลี เป็นต้น
ที่มา www.thannews.th.com
แนะนำข่าวโดยสมาชิก "สมุย..สมุย"
Comment #1
ลูกหลาน
Registered User
แสดงความคิดเห็น
|
ขณะนี้เว็บไซท์ได้ทำการติดตั้ง ระบบป้องกันข้อความอันไม่พึงปรารถนา แบบอัตโนมัติ (Automatic Spam Messege Fillter) ซึ่งอาจจะส่งผลให้การบันทึกความคิดเห็น ในบางกรณีเกิดความผิดพลาดได้ ถ้าหากระบบปฏิเสธ การแสดงความคิดเห็นของท่าน ขอให้ท่านลองส่งใหม่อีกครั้ง ถ้าหากข้อความข้อท่าน ไม่ใช่ข้อความอันไม่พึงปรารถนา ก็จะสามารถส่งได้เป็นปกติ
|
||