หน้าทอนซิตี้ : NathonCity

เก็บข่าวมาเล่า

บี้ภาษีขายบ้านให้ฝรั่ง + ปิดดีลซื้อ-ขายในต่างประเทศ/ที่สวีเดน ขายโจ๋งครึ่ม/รัฐสูญรายได้มหาศาล

by NathonCity @March,23 2008 12.40 ( IP : 118...29 )

จาก หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ (ออนไลน์)
ฉบับที่ 2307 23 มี.ค. - 26 มี.ค. 2551


 

สรรพากรเล็งออกมาตรการรีดภาษี ผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ ในกลุ่มสร้างบ้านขายต่างชาติ ชี้ราคาบ้านพร้อม ตั้งราคาขาย 3 -40 ล้านบาท แต่เปิดดีลทำสัญญาซื้อ-ขายกันในต่างประเทศ ตั้งใจเลี่ยงภาษี แฉใช้รูปแบบตั้งบริษัทกลางทำหน้าที่สวมสิทธิ์แทน ยอมรับรัฐสูญรายได้มหาศาล ขณะที่ตลาดกำลังเฟื่องฟู เฉพาะสแกนดิเนเวียน ถึงเปิดขายกันในงาน "มหกรรมบ้าน"ที่สตอกโฮล์ม ร่วม 30 โครงการ ระบุกฎหมายไทยยังมีช่องโหว่ให้ต่างชาติซื้อได้โดยวิธีเลี่ยงภาษี


จากการที่กระทรวงการคลังตั้งเป้าหมายจัดเก็บรายได้ของ 3 กรมภาษี โดยเฉพาะกรมสรรพากรซึ่งรับเป้าหมายเพิ่มขึ้นในทุกปี ซึ่งในปีงบประมาณ 2551 รับเป้าหมายจัดเก็บรายได้ที่ 1.208 ล้านล้านบาท และในปีงบประมาณ 2552 รับเป้าหมายที่ 1.328 ล้านล้านบาท ทำให้กรมสรรพากรต้องปรับแนวทางจัดเก็บภาษีโดยหันมาเน้นจัดเก็บจากธุรกิจที่ลงไปแล้วสามารถจัดเก็บรายได้เพิ่มขึ้น เช่น ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งปัจจุบันพบว่ายังมีหลายกรณีที่หลบเลี่ยงภาษี ประกอบกับร่างแก้ไขพ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว2542 ที่ยังไม่ผ่านการพิจารณาของสภาและนำออกมาบังคับใช้ได้ จึงเป็นช่องว่างให้ธุรกิจนี้มีผู้ประกอบการเพิ่มมากขึ้น


นายศานิต ร่างน้อย อธิบดีกรมสรรพากร เปิดเผย "ฐานเศรษฐกิจ" ว่า กรมสรรพากรอยู่ระหว่างการศึกษาแนวทางจัดเก็บภาษีจากธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ที่มีการทำนิติกรรมสัญญาซื้อขายกันในต่างประเทศ เพื่อเลี่ยงการเสียภาษีในประเทศไทย โดยการตั้งบริษัทในต่างประเทศ และมีการโอนเงินเข้าหรือออก ยกตัวอย่าง กรณีของผู้ประกอบการจัดสรรหรือทำที่ดินขาย ซึ่งเห็นมากในจังหวัดภูเก็ต พังงา และกระบี่ ซึ่งเป็นการดำเนินการในลักษณะให้เช่าระยะยาว แต่มีธุรกรรมการขายหรือส่งเงินโอนไปชำระยังต่างประเทศ


ที่ผ่านมาถึงแม้กรมสรรพากรจะจัดเก็บภาษีจากการดำเนินการในลักษณะดังกล่าวมาได้ แต่ก็เป็นส่วนน้อย หรือประมาณ 10-20 ล้านบาทเท่านั้น ทั้งที่ควรจะจัดเก็บภาษีดังกล่าวได้มากกว่านี้ ซึ่งเห็นได้จากในระยะที่ผ่านมา สรรพากรพื้นที่ลงไปเข้มงวดติดตามธุรกิจนี้ ทำให้สามารถจัดเก็บภาษีได้เกินเป้าหมาย เช่น สรรพากรภาค 11 ซึ่งครอบคลุมพื้นที่จังหวัด ภูเก็ต พังงา กระบี่ ชุมพร ระนอง สุราษฎร์ธานี และนครศรีธรรมราช


"ขณะนี้โดยตัวของผู้ประกอบการ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นชาวต่างประเทศ มีการเสียภาษีอยู่ส่วนหนึ่งจากที่เข้ามาตั้งบริษัท ยักย้ายถ่ายเทก็เสียอยู่ส่วนหนึ่งที่มีตัวตน แต่ก็มีอีกส่วนหนึ่งเป็นเงินที่ไปเสียเมืองนอก ซึ่งตามไม่ได้ว่าไปอย่างไร โดยหากกรมสรรพากรมีการประสานงานกับแบงก์ชาติ(ธนาคารแห่งประเทศไทย)ก็จะดีขึ้น แต่ยังอยู่ระหว่างการศึกษาจะให้แบงก์ชาติช่วยในแนวทางใดได้บ้าง ซึ่งเรื่องนี้มีการศึกษามา 2-3 เดือนแล้ว "อธิบดีกรมสรรพากรกล่าว



***สรรพากรตั้งคณะทำงานเช็กบิล


ด้านนายสาธิต รังคศิริ รองอธิบดีกรมสรรพากร กล่าวให้ข้อมูลเพิ่มเติมในเรื่องเดียวกันนี้ว่า กรมสรรพากรได้จัดตั้งคณะทำงานขึ้นมา 1 ชุด ชื่อ "คณะทำงานปรับปรุงการจัดเก็บภาษีธุรกิจอสังหาริมทรัพย์" โดยมีรองอธิบดีกรมสรรพากร (นายสาธิต) เป็นประธาน และมีคณะทำงานซึ่ง ประกอบด้วย สรรพากรจังหวัด (ภูเก็ต สุราษฎร์ธานี ชลบุรี) และสำนักดูแลผู้เสียภาษีขนาดใหญ่ โดยคณะทำงานชุดนี้จะทำหน้าที่รวบรวมปัญหาที่เกิดขึ้นในแต่ละพื้นที่ในการจัดเก็บภาษีจากผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์เหล่านี้ รวมถึงการรวบรวมข้อมูลจำนวนอสังหาริมทรัพย์ที่มีการขาย ราคาขาย รูปแบบและวิธีการขาย รวมทั้งช่องทางที่พบในการหลบเลี่ยงภาษี เพื่อนำข้อมูลเหล่านี้มาหารือ และศึกษาร่วมกันว่า จะมีแนวทางแก้ปัญหาอย่างไร เพื่อให้กรมสรรพากรสามารถติดตามภาษีให้กลับมาได้มากที่สุด


ขณะนี้ปัญหาดังกล่าว เริ่มลุกลามในหลายพื้นที่อย่างรวดเร็ว จึงจำเป็นต้องสกัดไว้ไม่ให้ไฟลามทุ่ง โดยเฉพาะกรณีที่เกิดขึ้นมากในพื้นที่ภาคใต้ตอนล่าง และเขตที่เป็นพื้นที่ท่องเที่ยว ซึ่งมีการขายอสังหาริมทรัพย์กันในราคาที่สูงมาก แต่แจ้งรายรับไม่ตรงกับราคาขาย โดยที่ผ่านมาสรรพากรมีวิธีการตรวจสอบ เช่น อ้างชื่อชาวต่างประเทศเพื่อเข้าไปสอบถามผ่านทางอินเตอร์เน็ตถึงราคาขายอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งพบว่ามีการแจ้งราคาขายที่แตกต่างกันมาก ระหว่างคนซื้อที่เป็นชาวไทยกับคนติดต่อซื้อที่เป็นชาวต่างประเทศ ซึ่งในกรณีนี้ถือว่าทำให้สรรพากรได้รับความเสียหายจากการสูญเสียรายได้จากภาษีที่เรียกเก็บไม่ได้ตามจำนวนที่ซื้อขายจริง หรือกรณีให้เช่าอสังหาริมทรัพย์ และคิดค่าเช่าโดยมีสัญญาเช่านานๆ เป็นระยะ 30 ปี แต่ผู้ประกอบการลงรายรับไม่ครบ เป็นต้น


นอกจากนี้ ยังมีกรณีที่สรรพากรตรวจพบ เช่น กรณีของเกาะสมุย ซึ่งมีการลงโฆษณาชี้ชวนให้มาซื้ออสังหาริมทรัพย์และสามารถเลี่ยงจ่ายภาษีน้อย โดยหลังจากที่ได้ให้เจ้าหน้าที่สรรพากรไล่เช็กข้อมูล ยิ่งไล่เช็กก็ยิ่งพบเรื่อยๆ รวมทั้งกรณีการจัดคนกลางขึ้นมาในกระบวนการของการซื้อขาย เช่น ประกาศขายอสังหาริมทรัพย์ ราคา 1 ล้านบาท โดยมีคนกลาง (มือที่2) เข้ามารับซื้อที่ราคา 1 ล้านบาท แต่ขณะเดียวกันก็มีมือที่ 3 ที่ซื้อไปในราคา 5 ล้านบาท โดยส่วนต่าง 4 ล้านบาทไปจ่ายกันที่ต่างประเทศ ขณะที่ลงบัญชีในเมืองไทยไว้ที่ 1 ล้านบาทเท่านั้น โดยเฉพาะตัวกลางของประเทศเหล่านี้ มักจะเป็นบริษัทที่ตั้งขึ้นในประเทศที่ไม่มีการจัดเก็บภาษี



****ซื้อบ้านในไทยราคาคุ้มค่า


แหล่งข่าวระดับสูงจากตัวแทนขายบ้านในกรุงสตอกโฮล์ม ประเทศสวีเดน เปิดเผยว่า ขณะนี้คนในประเทศกลุ่มสแกนดิเนเวีย นิยมเข้ามาซื้อบ้านในประเทศไทยเป็นจำนวนมาก จากการสำรวจในงาน "มหกรรมซื้อบ้านและอสังหาริมทรัพย์" ขึ้นที่กรุงสตอกโฮล์ม ประเทศสวีเดน เมื่อกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา พบว่า มีบริษัทตัวแทนขายบ้านในประเทศไทย เข้าร่วมเปิดขายโครงการบ้านในงานร่วม 30 ราย มีการจัดพิมพ์โบรชัวร์ แนะนำตัวอย่างบ้านอย่างเป็นทางการ


บริษัทเหล่านี้ ส่วนใหญ่มีสำนักงานตั้งอยู่ที่สตอกโฮล์ม หรือเป็นตัวแทนขายบ้านในเมืองไทยให้แก่คนที่โน่น ซึ่งแต่ละโครงการมีแหล่งทำเลที่ตั้งในเมืองท่องเที่ยวชายทะเล ไล่ตั้งแต่ฝั่งตะวันออก เช่น แหลมแม่พิมพ์ บ้านเพ ระยอง อีสเทิร์นซีบอร์ด บางสะเหร่ พัทยา บางแสน ลงไปจนถึง หัวหิน เกาะสมุย และฝั่งอันดามัน เช่น เขาหลัก กระบี่ ภูเก็ต เป็นต้น โดยราคาบ้านที่เสนอขายกันมีตั้งแต่ 3 -40 ล้านบาท


แหล่งข่าวยังระบุอีกว่า ในช่วงไม่กี่ปีมานี้ นักท่องเที่ยวจากกลุ่มสแกนดิเนเวีย ทั้ง สวีเดน นอร์เวย์ เดนมาร์ก และฟินแลนด์นิยมเดินทางมาเมืองไทยเป็นจำนวนมาก และ 54% เป็นการเดินทางมาซ้ำและพักนานวัน จึงนิยมซื้อบ้านพักตากอากาศไว้พักผ่อนเพื่อหนีอากาศหนาวเย็น มาพักผ่อนในประเทศไทย เนื่องจากคุ้มค่าและค่าครองชีพในไทยถูกเมื่อเทียบกับค่าเงิน อีกทั้งสวัสดิการที่รัฐบาลมอบให้คนของเขานั้นนับว่าสูงกว่าประเทศอื่น ๆ ในยุโรป โดยมีวันหยุดยาว แม้จะเสียภาษีสูงแต่รัฐบาลก็จ่ายคุ้มไม่ต้องทำงานก็มีเงินใช้จ่ายอย่างสบาย หรือกรณีมีลูกก็ได้วันหยุด สามี ภรรยา คนละ 6 เดือนขณะที่ยังมีรายได้อยู่ เป็นต้น



+++บีโอไอส่งเสริมบ้าน"ลองสเตย์"


แหล่งข่าวอดีตประธานหอการค้า ไทย-สวีเดน เปิดเผยว่าปัจจุบันคนในแถบสแกนดิเนเวียหันมานิยมซื้ออสังหาริมทรัพย์ เช่น บ้าน อพาร์ตเมนต์และคอนโดมิเนียม ตามแหล่งท่องเที่ยวของไทยมากขึ้น เนื่องจากราคาไม่สูงเมื่อเทียบกับราคาอสังหาริมทรัพย์ในสวีเดนหรือประเทศอื่นๆ อาทิ สเปน หลังจากที่ก่อนหน้านี้ที่ซบเซาไประยะหนึ่งเนื่องจากลูกค้าจ่ายเงินซื้อแล้วเจ้าของโครงการในไทยไม่ยอมสร้าง


ทั้งนี้โครงการที่พัฒนาขายต่างชาติ ส่วนใหญ่จะเป็นลักษณะบ้านพร้อมที่ดินตั้งอยู่ในโครงการที่มีพร้อมสิ่งอำนวยความสะดวก อาทิสนามกอล์ฟ สระว่ายน้ำ สนามเทนนิส ฯลฯ เช่นโครงการ แบล็คเมาต์เท่น หัวหิน ขายบ้านราคาตั้งแต่ 10 ล้านบาทไปจนถึง 40 ล้านบาท หรือโครงการ สแกนดิเนเวียน วิลเลจ บางแสน พื้นที่กว่า 3.2 เฮกตาร์ ที่เปิดขายทั้งอพาร์ตเมนต์ เพนต์เฮาส์ และบ้านเดี่ยว ราคาตั้งแต่ 5-15 ล้านบาท โดยลูกค้าต้องสมัครเป็นสมาชิก ส่วนใหญ่เป็นชาวสแกนดิเนเวียนที่อายุตั้งแต่ 55 ปีขึ้นไป ภายในยังมีศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ และอื่นๆ เป็นโครงการแรกที่ได้รับการส่งเสริมจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน(บีโอไอ) ในลักษณะ ลอง สเตย์ อีกด้วย



*****ยอมรับบ้านขายต่างชาติบูม


ด้านแหล่งข่าวจากสำนักงานที่ดินจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า ขณะนี้มีโครงการบ้านพักตากอากาศ รีสอร์ต โรงแรมคอนโดมิเนียม บ้านหรูที่ภูเก็ตบูมมาก แต่ละเดือนจะมีต่างชาติซื้อที่อยู่อาศัยและโอนกรรมสิทธิ์เฉลี่ย 40 กว่ารายต่อเดือน และ 100% เป็นต่างชาติ ที่ซื้อโครงการต่างชาติด้วยกัน แต่บางโครงการก็เป็นของกลุ่มคนไทยที่ทำบ้านขายแก่คนต่างชาติ


อย่างไรก็ดี จากการตรวจสอบพบว่า แต่ละรายจะซื้อในนามนิติบุคคล ซึ่งเจ้าของโครงการจะดำเนินการให้ และเจ้าหน้าที่ก็ทราบทันทีว่า มีการจัดฉากให้ต่างชาติแต่เมื่อสัดส่วนการถือหุ้นถูกต้อง ก็ไม่สามารถทำอะไรได้


เช่นเดียวกับแหล่งข่าวในสำนักงานที่ดินจังหวัดสุราษฎร์ธานี สาขาเกาะสมุย กล่าวว่า ช่วงนี้เกาะสมุยเริ่มกลับมาคึกคักอีกครั้ง และมียอดซื้อขายมากขึ้น มีการโอนกรรมสิทธิ์ เฉลี่ย 10-20 ราย/วัน และหลายรายที่ไม่โอนกรรมสิทธิ์จะทำสัญญาในลักษณะการเช่าระยะยาว 30ปี และต่ออายุสัญญาได้อีกเป็นต้น



*****ดันยอดเก็บรายได้ภาคใต้พุ่ง


แหล่งข่าวจากสรรพากรในภาคใต้รายหนึ่ง กล่าวยอมรับว่า สถานการณ์ที่ชาวต่างประเทศเข้ามาลงทุนในเมืองไทย และทำธุรกิจในนามของบริษัทในประเทศไทย โดยทำอสังหาริมทรัพย์ให้เช่าหรือขายในราคาที่สูงระบาดอย่างรวดเร็ว ด้วยเงินลงทุนที่สูง และใช้ระยะเวลาเพียงแค่ 1 ปีเท่านั้น ทำให้กรมสรรพากรต้องปรับตัวเพื่อตามเก็บภาษีจากธุรกิจเหล่านี้ เพราะในบางรายไม่เข้าใจกฎหมายของไทยดีพอ แต่บางรายก็จงใจที่จะหลบเลี่ยงภาษี โดยเฉพาะที่ผ่านมา พบว่ามีรูปแบบของการทำนิติกรรมซื้อขายกันระหว่างผู้ซื้อและผู้ขายที่ราคาหนึ่ง แต่มีการโอนไปเพื่อชำระเงินในต่างประเทศกันในอีกราคาหนึ่ง ซึ่งสรรพากรต้องใช้เวลาในการหาข้อมูล โดยที่ผ่านมามีกรณีที่ประสานขอข้อมูลจากสรรพากรในต่างประเทศ และพบว่ามีกรณีที่เลี่ยงการเสียภาษีในประเทศไทยอยู่หลายกรณี


ทั้งนี้ ในวันที่ 31 มีนาคมนี้ คณะทำงานปรับปรุงการจัดเก็บภาษีธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ จะมีการประชุมร่วมกัน โดยในส่วนของพื้นที่ภาคใต้นั้นจะนำเสนอข้อมูลต่อคณะทำงานโดยเฉพาะปัญหาในการเข้าไปจัดเก็บรายได้จากธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เหล่านี้ ที่เกิดจากธุรกิจที่มีความซับซ้อนในโครงการอสังหาริมทรัพย์แต่ละโครงการที่มีหลายบริษัทและคนที่เกี่ยวข้องหลายทอด เริ่มตั้งแต่เจ้าของที่ดิน ชาวต่างประเทศที่เข้ามาพัฒนาที่ดิน บริษัทรับเหมาก่อสร้าง บริษัทที่รับบริหารส่วนกลางหรือควบคุมการก่อสร้าง หากเป็นโครงการบ้านพักอาศัยก็จะมีบริษัทที่รับบริหารบ้านพักตากอากาศด้วย ซึ่งพวกนี้ใช้ระยะเวลาในการดำเนินการเร็วมาก แค่เพียง 1 ปีก็เสร็จแล้ว และมีการทำกันมากขึ้น


"ช่องโหว่ที่เป็นปัญหาในขณะนี้คือ ผู้ซื้อและผู้ขายสามารถทำสัญญาซื้อขายกันเองในต่างประเทศ ทำให้ไม่ทราบว่าราคาซื้อขายอสังหาริมทรัพย์เป็นเท่าไร รวมถึงกฎหมายที่ยังเปิดให้ทำสัญญาเช่าระยะยาวได้ ทำให้กรมที่ดินไม่สามารถหักภาษีธุรกิจเฉพาะได้เพราะไม่ได้มีการซื้อขายที่เกิดขึ้น และในบางกรณีพบว่ามีคนไทยที่เป็นผู้สอบบัญชีภาษีอากรวางแผนเรื่องภาษีให้ แต่ก็ยอมรับว่าจากการที่สรรพากรเข้าไปโฟกัสในธุรกิจดังกล่าวทำให้ในช่วงที่ผ่านมาจัดเก็บรายได้ได้เพิ่มขึ้น เพราะธุรกิจอสังหาริมทรัพย์นั้นเกี่ยวข้องกับรายได้ภาษีหลายด้าน เช่น ภาษีธุรกิจเฉพาะ ภาษีนิติบุคคล ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ภาษีหัก ณ ที่จ่าย เป็นต้น"แหล่งข่าวกล่าว



ที่มา www.thannews.th.com

เงื่อนไขในการใช้บริการ

เว็บไซท์เปิดให้ทุกท่านตั้งหัวข้อกระทู้ เพื่อสอบถามความคิดเห็น จากเพื่อนสมาชิกท่านอื่นมีเงื่อนไข คือ
  1. เว็บบอร์ดมีการบันทึกข้อมูลผู้ใช้งาน มีระบบบันทึกไอพี ซึ่งสามารถสืบค้นไปยังผู้เขียนข้อความได้ กรุณาระมัดระวังในการเขียนข้อความซึ่งอาจก่อผลร้ายต่อตนเองและผู้อื่น
  2. กระทู้ที่สมาชิกตั้งหรือข้อความที่ท่านแสดงความคิดเห็น จะแสดงผลทันทีหลังการโพสต์ เว้นแต่ในกรณีที่มีความจำเป็น ข้อความที่โพสต์อาจจะไม่ขึ้นโดยอัตโนมัติ ( สมัครสมาชิกคลิกที่นี่ )
  3. ขอสมาชิกให้ความเคารพต่อสิทธิของผู้อื่นและตนเองในการแสดงความคิดเห็นต่อสาธารณะ โปรดงดเว้น การใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
  4. ข้อความ เนื้อหา รูปภาพ หรือ สิ่งอื่นใดที่เขียนหรือนำเข้าโดยสมาชิกแต่ละท่าน เป็นการแสดงความคิดเห็นของท่านเหล่านั้น ไม่ใช่มุมมองและความคิดเห็นของเว็บนี้ ทางเว็บไม่มีส่วนรับผิดชอบใดๆ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้ กรุณาใช้วิจารณญาณและดุลยพินิจ
  5. หากเนื้อหา หรือ ข้อความใดๆ ที่ท่านคิดว่าไม่เหมาะสม ท่านสามารถแจ้งลบได้ ทางทีมงานจะพิจารณาเพื่อลบข้อความเหล่านั้น ภายในระยะเวลาที่เหมาะสม ทางเว็บขอขอบคุณทุกท่านที่ช่วยตรวจสอบดูแล
  6. ผู้ดูแลเว็บไซท์ขอสงวนสิทธิ์ในการลบข้อความใดๆ ที่อาจก่อให้เกิดความหายต่อบุคคลอื่น พิจารณาแล้วเห็นว่าไม่เหมาะสม โดยไม่จำเป็นต้องแจ้งให้ท่านทราบ

เนื่องจากความคิดเห็นที่แสดงด้านบนถูกส่งขึ้นโดยอัตโนมัติจากผู้อ่าน โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน เจ้าของเว็บไซท์ ไม่จำเป็นต้องรับผิดชอบ หากข้อความในกระทู้ พาดพิงบุคคลอื่นในทางเสียหาย และหากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม โปรดแจ้งทีมงานโดยด่วน เพื่อดำเนินการต่อไป

แสดงความคิดเห็น

กรุณาป้อน Username / Password ที่ท่านได้ลงทะเบียนไว้กับเว็บไซท์แห่งนี้ หรือ สมัครเป็นสมาชิกของเว็บไซท์
Bold Italic Underline Left Center Right Ordered List Bulleted List Horizontal Rule Hyperlink Text Color :)

Main menu

ขอเชิญทุกท่านมีส่วนร่วมกับเว็บ NathonCity ด้วยการส่งบทความ หรือภาพถ่าย มาร่วมเผยแพร่ในเว็บไซท์นี้

พยากรณ์อากาศเกาะสมุย