เก็บเรื่องมาฝาก
คลังลุยเงินท้องถิ่น พบเหลือ 2 แสนล.ฝากแบงก์กินดบ.
วันจันทร์ที่ 21 เมษายน พ.ศ. 2551
สุพรรณี จิวจรัสรงค์
ทั้งนี้เม็ดเงินดังกล่าวอยู่ในความดูแลของกรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น กระทรวงมหาดไทย โดยเงินดังกล่าวถูกสะสม จากการที่มีการใช้จ่ายจริงน้อยกว่างบประมาณที่ตั้งไว้ของ อปท.จำนวนประมาณ 8 พันแห่งทั่วประเทศ และเมื่อไม่สามารถเบิกจ่ายได้ตามงบประมาณที่ตั้งไว้ในแต่ละปีงบประมาณ ก็จะถูกสะสมไว้ในบัญชีเงินฝากดังกล่าว
"เมื่อรัฐบาลจัดสรรเงินแก่ อปท.ในสัดส่วนที่เพิ่มขึ้นมาอย่างต่อเนื่องตาม พ.ร.บ.กระจายอำนาจแก่ อปท. ขณะที่ การใช้จ่ายเงินของ อปท.ในช่วงที่ผ่านมา ไม่ได้เป็นไปตามเป้าหมาย ทำให้เงินงบประมาณที่เหลือจากการใช้จ่ายถูกเก็บในบัญชีเงินฝาก สะสมมากขึ้นทุกปี"
ธนาคารแห่งประเทศไทยได้รวบรวมตัวเลขเงินฝากของท้องถิ่น โดยนับตั้งแต่ปีงบประมาณ 2541 ท้องถิ่นมีเงินฝากในบัญชี จำนวนประมาณ 3.97 หมื่นล้านบาท และล่าสุดในปีงบประมาณ 2550 มีเงินฝากรวม 2.18 แสนล้านบาท ขณะที่ รัฐบาลต้องรับภาระต้นทุนทางการเงินเพื่อจัดหาเงินเพื่อใช้จ่าย ในขณะที่ อปท. มีเงินออมในบัญชีเปรียบเสมือนรัฐบาลกู้เงินให้ อปท. ฝากเงิน จุดนี้ สะท้อนการบริหารจัดการการเงินการคลังในภาพรวม ที่ยังต้องมีประสิทธิภาพมากขึ้น
ดร.พรชัย กล่าวว่า ระยะ 10 ปีที่ผ่านมา บทบาทของการปกครองส่วนท้องถิ่นมีความสำคัญมากขึ้น สาเหตุสำคัญมาจากผลของการกระจายอำนาจให้แก่ อปท.ที่มีความชัดเจนทั้งทางด้านกฎหมาย อำนาจหน้าที่ และภารกิจ ซึ่งผลพวงที่ อปท.แต่ละแห่งได้รับ คือ จำนวนเงินภาษีและเงินอุดหนุนประเภทต่างๆ ที่ได้รับจากรัฐบาลตามพ.ร.บ.กำหนดแผนและขั้นตอนการกระจายอำนาจให้แก่ อปท.พ.ศ. 2542 โดยการใช้จ่ายตามภารกิจหน้าที่ก็เพิ่มขึ้นเป็นเงาตามตัวเช่นกัน
ทั้งนี้ ปัจจุบันรัฐบาลจัดสรรรายได้แก่ อปท.ประมาณ 25.25% ของรายได้รัฐบาลในแต่ละปี ขณะที่ มีแผนที่จะต้องจัดสรรรายได้แก่ อปท.ตามกฎหมายจำนวน 35% ของรายได้ โดยต้องโอนภารกิจและงบประมาณในส่วนของการศึกษาและสาธารณสุขแก่ อปท. ทั้งนี้ รัฐบาลที่ผ่านมาได้แก้ไขกฎหมายให้รัฐบาลกระจายรายได้ ให้ท้องถิ่นจำนวน 35% ของรายได้ แต่ไม่กำหนดระยะเวลา จากเดิมกำหนดให้กระจายรายได้ในสัดส่วนดังกล่าวในปี 2549
เขากล่าวด้วยว่า กรรมการส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น กระทรวงมหาดไทย และ สำนักงานคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน เป็นหน่วยงานที่รับผิดชอบและดูแลการใช้จ่ายเงินของ อปท.ทั่วประเทศ หลังจากที่รัฐบาลจัดสรรงบประมาณให้แต่ละปี โดย อปท.จะต้องเสนอแผนการใช้จ่ายในแต่ละปีให้หน่วยงานต้นสังกัดทราบเพื่อกำหนดงบประมาณรายจ่ายให้ แต่ท้องถิ่นจะสามารถกำหนดแผนที่ชัดเจนในการใช้จ่ายเงินได้ก็ต่อเมื่อมีเงินเข้ามาในบัญชีเสียก่อน ทำให้การใช้จ่ายงบประมาณล่าช้า และเงินงบประมาณก็ถูกกองไว้ในบัญชี ถือเป็นการเสียโอกาสในการใช้ทรัพยากรทางการเงินประเทศให้มีประสิทธิภาพ
"เราไม่เคยรู้ว่า ปัจจุบันฐานะทางการคลังของท้องถิ่นเป็นอย่างไร เพราะหลังจากที่เราจัดสรรงบประมาณให้ท้องถิ่นแล้ว หน่วยงานที่รับผิดชอบก็คือกระทรวงมหาดไทย ขณะที่ แผนการใช้จ่ายเงินของท้องถิ่นก่อนที่จะของประมาณในแต่ละปีก็ไม่ชัด เพราะเวลาเขียนแผนจะเขียนแบบกว้างๆ เพื่อให้ครอบคลุมการกำหนดโครงการการใช้จ่ายเงิน ดังนั้น เราจึงมีความเห็นว่า จะทำอย่างไรให้การใช้จ่ายเงินงบประมาณของท้องถิ่นมีประสิทธิภาพ และระเบียบใดที่เป็นอุปสรรคต่อการใช้จ่ายเงิน ก็ควรจะมีการปรับปรุง" เขากล่าว
สำหรับระบบการรับเงินของ อปท. นั้น เขาอธิบายว่า การรับเงินของ อปท .จะแบ่งตามกระบวนการที่ อปท. ได้รับเงิน 2 กรณี คือกรณีที่ อปท.ได้รับจากรัฐบาล และ กรณีที่ อปท. ใช้ความสามารถในจัดเก็บรายได้และการกู้เงิน ซึ่งทั้ง 2 กรณี มีความสัมพันธ์เชื่อมโยงกับเงินคงคลังของรัฐบาลด้วย
โดยกรณีที่ อปท.ได้รับจากรัฐบาล ประกอบด้วย ภาษีที่รัฐบาลจัดเก็บและแบ่งให้จากฐานภาษีของรัฐบาล ซึ่งมี 3 ประเภท ประกอบด้วย ประเภทที่ให้ทั้งจำนวน เป็นการจัดเก็บและให้ อปท.ทั้งจำนวน จัดเก็บภาษีและค่าธรรมเนียมให้ทั้งจำนวน เช่น ภาษีล้อเลื่อน ค่าธรรมเนียมการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ที่มีทุนทรัพย์ เป็นต้น
ส่วนประเภทที่แบ่งกัน เป็นการจัดเก็บและแบ่งกันระหว่างรัฐบาลและ อปท.จัดเก็บและจัดสรรให้บางส่วน เช่น ค่าภาคหลวงแร่ ค่าภาคหลวงปิโตรเลียม ในอัตรา 40:60 อากรรังนกนางแอ่น เป็นต้น และประเภทที่เก็บเพิ่มให้ เป็นการจัดเก็บภาษีเพิ่มขึ้นจากปกติ เพื่อให้ อปท.จัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม เพิ่มขึ้นจากอัตราที่เรียกเก็บตามประมวลรัษฎากร ในอัตรา 1 ใน 9 จัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มในแต่ละจังหวัดในอัตรา 5% ของภาษีมูลค่าเพิ่มตามประมวลรัษฎากรให้ อบจ. ของแต่ละจังหวัดจัดเก็บภาษีบางประเภทเพิ่มขึ้นบนฐานภาษีนั้นๆ เช่น เพิ่มอัตรา 10% บนฐานภาษีธุรกิจเฉพาะ ภาษีสรรพสามิตสุรา ภาษีสรรพสามิตอื่นเพิ่มอัตรา 2.5% ของภาษีการพนัน ทั้งนี้ กรมสรรพากร และกรมสรรพสามิต เป็นผู้จัดเก็บรายได้ประเภทนี้ในส่วนที่เกี่ยวข้องแทน อปท. โดยได้รับค่าตอบแทนในอัตรา 3% และเมื่อ อปท.ได้รับรายได้ดังกล่าว แล้วต้องตั้งงบประมาณรองรับเพื่อใช้จ่าย
ทั้งนี้ เมื่อกรมสรรพากร กรมสรรพสามิต และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จัดเก็บภาษีและค่าธรรมเนียม ต่าง ๆ ให้แล้วไม่ว่าในลักษณะใดก็ตาม จะนำเงินส่วนดังกล่าวเข้าบัญชีเงินฝากของสำนักปลัดกระทรวงมหาดไทยที่กรมบัญชีกลาง ซึ่งเป็นเงินนอกงบประมาณอย่างหนึ่งในบัญชีเงินคงคลัง
นอกจากนี้ ท้องถิ่นจะยังได้รับเงินอุดหนุน ซึ่งเป็นเงินอุดหนุนจากรัฐบาล ที่จัดสรรให้ อปท.นำเงินดังกล่าว ไปใช้จ่ายเพื่อจัดทำบริการสาธารณะตอบสนองความต้องการของประชาชนในพื้นที่ ซึ่งสามารถสรุปรูปแบบของเงินอุดหนุนได้ 2 รูปแบบ คือ เงินอุดหนุนที่ อปท. ต้องจัดทำงบประมาณรายจ่ายและเงินอุดหนุนที่ อปท.สามารถนำไปใช้จ่ายได้ตามที่ระบุวัตถุประสงค์ กิจกรรม โครงการ
ทั้งนี้ เงินอุดหนุนดังกล่าว เป็นเงินอุดหนุนที่รัฐบาลจัดสรรให้แก่ อปท. โดยไม่กำหนดรายละเอียดของการใช้จ่ายเงิน ในขณะที่ อปท. ถือเป็นรายได้ อปท. และต้องตั้งงบประมาณรายจ่ายรองรับการใช้เงินดังกล่าว
ที่มา www.bangkokbiznews.com
เงื่อนไขในการใช้บริการ
เว็บไซท์เปิดให้ทุกท่านตั้งหัวข้อกระทู้ เพื่อสอบถามความคิดเห็น จากเพื่อนสมาชิกท่านอื่นมีเงื่อนไข คือ- เว็บบอร์ดมีการบันทึกข้อมูลผู้ใช้งาน มีระบบบันทึกไอพี ซึ่งสามารถสืบค้นไปยังผู้เขียนข้อความได้ กรุณาระมัดระวังในการเขียนข้อความซึ่งอาจก่อผลร้ายต่อตนเองและผู้อื่น
- กระทู้ที่สมาชิกตั้งหรือข้อความที่ท่านแสดงความคิดเห็น จะแสดงผลทันทีหลังการโพสต์ เว้นแต่ในกรณีที่มีความจำเป็น ข้อความที่โพสต์อาจจะไม่ขึ้นโดยอัตโนมัติ ( สมัครสมาชิกคลิกที่นี่ )
- ขอสมาชิกให้ความเคารพต่อสิทธิของผู้อื่นและตนเองในการแสดงความคิดเห็นต่อสาธารณะ โปรดงดเว้น การใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
- ข้อความ เนื้อหา รูปภาพ หรือ สิ่งอื่นใดที่เขียนหรือนำเข้าโดยสมาชิกแต่ละท่าน เป็นการแสดงความคิดเห็นของท่านเหล่านั้น ไม่ใช่มุมมองและความคิดเห็นของเว็บนี้ ทางเว็บไม่มีส่วนรับผิดชอบใดๆ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้ กรุณาใช้วิจารณญาณและดุลยพินิจ
- หากเนื้อหา หรือ ข้อความใดๆ ที่ท่านคิดว่าไม่เหมาะสม ท่านสามารถแจ้งลบได้ ทางทีมงานจะพิจารณาเพื่อลบข้อความเหล่านั้น ภายในระยะเวลาที่เหมาะสม ทางเว็บขอขอบคุณทุกท่านที่ช่วยตรวจสอบดูแล
- ผู้ดูแลเว็บไซท์ขอสงวนสิทธิ์ในการลบข้อความใดๆ ที่อาจก่อให้เกิดความหายต่อบุคคลอื่น พิจารณาแล้วเห็นว่าไม่เหมาะสม โดยไม่จำเป็นต้องแจ้งให้ท่านทราบ
เนื่องจากความคิดเห็นที่แสดงด้านบนถูกส่งขึ้นโดยอัตโนมัติจากผู้อ่าน โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน เจ้าของเว็บไซท์ ไม่จำเป็นต้องรับผิดชอบ หากข้อความในกระทู้ พาดพิงบุคคลอื่นในทางเสียหาย และหากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม โปรดแจ้งทีมงานโดยด่วน เพื่อดำเนินการต่อไป
แจ้งลบหัวข้อ