หน้าทอนซิตี้ : NathonCity

เก็บเรื่องมาฝาก

ศาลปกครองพิพากษาคดี ให้เทศบาลอุบลฯ คืนทางเท้าชาวบ้าน

by NathonCity @October,03 2008 09.36 ( IP : 222...236 ) | Tags : เก็บเรื่องมาฝาก , รอบบ้าน

จาก คมชัดลึก (ออนไลน์)
วันศุกร์ที่ 3 ตุลาคม 2551




ศาลปกครองนครราชสีมา พิพากษาให้เทศบาลนครอุบลฯ คืนทางเท้าให้ชาวบ้าน หลังขุดเจาะถนนรุกล้ำแนวทางเท้า โดยต้องจัดให้มีทางเท้ากว้างไม่น้อยกว่า 1.5 เมตร และดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 180 วัน หลังต่อสู้คดีมานานถึง 2 ปี


พนักงานคดีศาลปกครองนครราชสีมา เปิดเผยคำพิพากษาคดีละเมิดทางเท้า ขยายผิวจราจรรุกล้ำเข้าไปในที่ดินของผู้ฟ้องคดี คดีหมายเลขดำ ที่ 170,184  203/2549 คดีหมายเลขแดง 240-242/2551 โดยมีนางอรวรรณ ศิรินทร์วงศ์ ผู้ฟ้องที่ 1 พร้อมพวกอีก 51 คน ฟ้อง เทศบาลนครอุบลราชธานี กรณีถอยร่นผิวจราจรของถนนนครบาล และถนนสุริยาตร์ ในส่วนที่รุกล้ำเข้าไปในที่ดินของผู้ฟ้องคดี และปรับสภาพที่ดินของผู้ฟ้องคดี ในส่วนที่ถูกรุกล้ำให้กลับคืนสู่สภาพเดิมก่อนมีการขุดเจาะขยายผิวจราจรในบริเวณนี้


ศาลพิพากษาให้ผู้ถูกฟ้องคดีดำเนินการจัดให้มีทางเท้าตามเดิมในถนนที่มีการขยายผิวจราจรทุกสายที่เคยมีทางเท้าอยู่เดิม โดยพิจารณาความกว้างของทางเดินเท้ารวมทั้งการปลูกต้นไม้บนทางเท้าดังกล่าวให้เหมาะสมกับสภาพการใช้ประโยชน์ของชุมชน และขนาดของถนนแต่ละโครงการ ซึ่งต้องไม่น้อยกว่า 1.50 เมตร และปรับสภาพที่ดินของผู้ฟ้องคดีในส่วนที่ถูกรุกล้ำให้กลับคืนสู่สภาพเดิมก่อนมีการขุดเจาะขยายผิวจราจรในบริเวณนี้ ทั้งนี้ ให้ดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในระยะเวลา 180 วัน นับตั้งแต่วันที่คำพิพากษาถึงที่สุด


ที่มา www.komchadluek.net

Comment #1
Posted @October,03 2008 20.59 ip : 118...144

ศาลปกครองสั่งเบรกเทศบาลอุบลฯ ห้ามตัดต้นไม้ขยายผิวจราจรทั้ง24โครงการ


โดย ข่าวสด วัน เสาร์ ที่ 27 มกราคม พ.ศ. 2550 08:50 น.



อุบลราชธานี - ผู้สื่อข่าวจังหวัดอุบลราชธานีรายงานว่า จากกรณีที่สำนักงานเทศบาลนครอุบลราชธานี ทำโครงการขยายผิวจราจรตามถนน 24 สาย และสั่งตัดต้นไม้ที่ให้ร่มเงาคนเดินเท้าก่อนรื้อฟุตปาธทิ้ง ทำให้ประชาชนรวมตัวประท้วงการทำโครงการดังกล่าวของเทศบาลอย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2549 ต่อมากลุ่มผู้ประท้วงได้ตั้งตัวแทนจำนวน 59 คน ยื่นฟ้องคณะผู้บริหารเทศบาลต่อศาลปกครองชั้นต้น เพื่อขอบารมีศาลสั่งบรรเทาทุกข์ให้ประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนเป็นการชั่วคราว หลังศาลปกครองชั้นต้นได้พิจารณาคำร้อง จึงสั่งให้สำนักงานเทศบาลนครอุบลราชธานี ระงับการดำเนินโครงการก่อสร้างขยายผิวจราจรทั้ง 24 โครงการไว้จนกว่าศาลจะมีคำพิพากษาหรือสั่งคดีเป็นอย่างอื่น


และเมื่อเดือนธ.ค.2549 คณะผู้บริหารสำนักงานเทศบาลนครอุบลราชธานี ได้ยื่นอุทธรณ์คำสั่งของศาลปกครองชั้นต้น ต่อศาลปกครองสูงสุด เพื่อขอดำเนินการก่อสร้างต่อไป แต่เมื่อศาลปกครองสูงสุดพิเคราะห์จากพยานหลักฐานแล้วเห็นว่า หากปล่อยให้มีการก่อสร้างโครงการต่อไป อาจเป็นการกระทำที่ละเมิดต่อผู้ฟ้องร้องคดีทั้งหมด รวมทั้งเห็นว่าวิธีการคุ้มครองเพื่อบรรเทาทุกข์ชั่วคราวระหว่างการพิจารณาคดีของศาลปกครองชั้นต้น มีเหตุผลเพียงพอที่ใช้บรรเทาทุกข์ให้แก่ประชาชนผู้เดือดร้อน ศาลปกครองสูงสุดจึงมีคำสั่งยืนตามคำสั่งของศาลปกครองชั้นต้น คือให้เทศบาลนครอุบลราชธานี ระงับโครงการตัดต้นไม้และรื้อฟุตปาธ เพื่อก่อสร้างผิวการจราจรบนถนนทั้ง 24 สายไว้ต่อไป


สำหรับปัญหาของโครงการก่อสร้างดังกล่าว สำนักงานเทศบาลได้ของบประมาณกว่า 40 ล้านบาท จากกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นมาใช้ดำเนินการ ระหว่างมีข้อพิพากษ์กับประชาชนที่เป็นผู้เดินเท้า ผู้บริหารชุดเดียวกัน ยังได้ขอใช้งบประมาณพัฒนาเทศบาลประจำปี 2549 เพื่อขยายผิวจราจรเพิ่มเติมอีก 31 สาย โดยโครงการใหม่ต้องใช้งบประมาณก่อสร้างกว่า 90 ล้านบาท ทำให้นายสุธี มากบุญ ผวจ.อุบลราชธานี ที่เคยท้วงติงว่าโครงการก่อสร้างดังกล่าว ขัดต่อพระราชเสาวนีย์ของสมเด็จพระนางเจ้าฯ เรื่องป่ารักษ์น้ำ ก็ยังขัดต่อหลักวิศวกรรมโยธาก่อสร้าง จึงใช้คำสั่งทางปกครองไม่อนุมัติการก่อสร้างโครงการเพิ่มเติมในถนนอีก 31 สายด้วย


หน้า 25


http://news.sanook.com/region/region_87056.php

Comment #2
Posted @October,03 2008 21.15 ip : 118...144

ศาลปกครองสั่งเทศบาลเมืองอุบลฯคืนฟุตปาททางเท้า-ต้นไม้ให้ชุมชน

โดย ผู้จัดการออนไลน์
1 ตุลาคม 2551 15:42 น.




อุบลราชธานี- หลังชุมชนในเทศบาลนครอุบลราชธานี รวมตัวเป็นโจทก์ยื่นฟ้องเพิกถอนโครงการขยายผิวการจราจร ซึ่งต้องมีการตัดต้นไม้ และรื้อฟุตปาททางเท้าตามถนนในตัวเมืองรวม 55 สาย เพราะได้รับผลกระทบด้านความปลอดภัยและสิ่งแวดล้อม ต่อมาศาลมีคำพิพากษาให้เทศบาลแพ้คดี โดยให้คืนพื้นผิวที่เป็นฟุตปาธและต้นไม้เดิมให้กับชุมชน ส่วนเอกชนที่ถูกการก่อสร้างรุกล้ำเข้าไปในพื้นที่ให้จ่ายเงินชดเชยด้วย


ผู้สื่อข่าวจังหวัดอุบลราชธานี รายงานว่า เมื่อวันที่ 30 ก.ย.ที่ผ่านมา ที่ห้องพิจารณา 1 ศาลปกครองจังหวัดนครราชสีมา นายศรศักดิ นิยมธรรม นางดุษณีย์ ตยางคานนท์ ตุลาการศาลปกครอง อ่านคำพิพากษาเรื่องละเมิดทางเท้า ขยายผิวจราจรรุกล้ำเข้าไปในที่ดิน คดีหมายเลขดำ ที่ 170, 184, 203/2549 คดีหมายเลขแดง 240-242/2551 มี นางอรวรรณ ศิรินทร์วงศ์ ผู้ฟ้องที่ 1 พร้อมพวกรวม 51 คน เป็นผู้ฟ้อง และเทศบาลนครอุบลราชธานี เป็นผู้ถูกฟ้อง โดยทางเทศบาลส่งเจ้าหน้าที่นิติกรมารับฟังคำพิพากษา


สำหรับคดีนี้ เป็นการคัดค้านโครงการปรับปรุงก่อสร้างขยายผิวการจราจรสองข้างถนน ในเขตเทศบาลนครอุบลราชธานี โดยกลุ่มประชาชนในเขตเทศบาลนครอุบลราชธานี ไม่เห็นด้วยที่การก่อสร้างต้องมีการตัดต้นไม้ที่ขึ้นอยู่ริมฟุตปาธทั้งหมด เพื่อรื้อฟุตปาธสองข้างถนนให้เป็นพื้นผิวจราจร กระทั่งต่อมาภาคประชาชน ได้นำเรื่องส่งฟ้องต่อศาลปกครองนครราชสีมา ก่อนจะมีคำพิพากษาในวันนี้


คำพิพากษาระบุว่าการกระทำของผู้ถูกฟ้องเป็นการกระทำที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ผู้ถูกฟ้องอ้างไว้ในคำให้การเพิ่มเติมว่า การที่ผู้ถูกฟ้องได้ขยายผิวจราจรในส่วนผู้ฟ้องคดีที่ 1-7 ต้องถอยร่น เป็นเรื่องการโต้แย้งสิทธิในทรัพย์สิน อยู่ในอำนาจการพิจารณาของศาลยุติธรรม ผู้ถูกฟ้องมิได้ยื่นคำร้องขอต่อศาล จึงไม่ชอบด้วยกฎหมาย ประกอบกับผู้ถูกฟ้องคดีไม่ได้ปฏิเสธว่าไม่ได้ขยายผิวจราจรรุกล้ำเข้าไปในที่ดินของผู้ฟ้อง


แต่อ้างเพียงว่าที่ดินของผู้ฟ้องคดี ตกอยู่ในแนวถอยร่นอาคาร ไม่มีเหตุผลใดที่ศาลจะต้องพิจารณาข้ออ้างนี้


ดังนั้น ศาลจึงมีคำพิพากษา ให้ผู้ถูกฟ้องคดีดำเนินการจัดให้มีทางเท้าตามเดิม ในถนนที่มีการขยายผิวจราจรทุกสายที่เคยมีทางเท้าอยู่เดิม โดยพิจารณาความกว้างของทางเดินเท้ารวมทั้งการปลูกต้นไม้บนทางเท้าดังกล่าวให้เหมาะสมกับสภาพการใช้ประโยชน์ของชุมชน และขนาดของถนนแต่ละโครงการซึ่งต้องไม่น้อยกว่า 1.50 เมตร โดยให้ดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 180 วันนับแต่วันที่คำพิพากษาถึงที่สุด


ให้ผู้ถูกฟ้องคดีถอยร่นผิวจราจรของถนนนครบาล และถนนสุริยาตร์ในส่วนที่รุกล้ำเข้าไปในที่ดินของผู้ฟ้องคดี และปรับสภาพที่ดินของผู้ฟ้องคดี ในส่วนที่ถูกรุกล้ำให้กลับคืนสู่สภาพเดิมก่อนมีการขุดเจาะขยายผิวจราจรในบริเวณนี้


หากไม่สามารถดำเนินการด้วยวิธีการดังกล่าวได้ ก็ให้ผู้ถูกฟ้องคดีชดใช้ราคาที่ดินในส่วนที่ถูกรุกล้ำเป็นสินไหมทดแทนให้แก่ผู้ฟ้องคดีที่ 1 เป็นเงิน 34,200 บาท ผู้ฟ้องคดีที่ 3 เป็นเงิน 810,400 บาท ผู้ฟ้องคดีที่ 2, 4, 5, 6 และ 7 เป็นเงินคนละ 144,000 บาท รวมเป็นเงิน 1.4 ล้านบาทเศษ ให้แล้วเสร็จภายในวันที่มีการจดทะเบียนแบ่งหักที่ดินในส่วนที่ถูกรุกล้ำให้เป็นทางสาธารณะ ภายใน 180 วัน นับแต่วันที่คำพิพากษา และให้คืนค่าธรรมเนียมศาลทั้งหมดให้แก่ผู้ฟ้องคดีทั้งหมด


สำหรับคดีนี้ เป็นการคัดค้านโครงการปรับปรุงก่อสร้างขยายผิวการจราจรสองข้างถนน ในเขตเทศบาลนครอุบลราชธานี ในช่วงเดือน พ.ค.2549 โดยกลุ่มประชาชนในเขตเทศบาลนครอุบลราชธานี ไม่เห็นด้วยที่การก่อสร้างต้องมีการตัดต้นไม้ ที่ขึ้นอยู่ริมฟุตปาธทั้งหมด เพื่อรื้อฟุตปาธสองข้างถนนให้เป็นพื้นผิวจราจร ทำให้ชาวเมืองไม่มีทางเท้าเดิน โดยทางเทศบาลระบุว่ามีถนนที่ต้องถูกตัดต้นไม้และรื้อฟุตปาธทิ้งรวม 55 สาย ใช้งบประมาณดำเนินการกว่า 97 ล้านบาท


กรณีดังกล่าวทำให้เกิดกระแสการต่อต้านคัดค้านขยายตัวเป็นวงกว้างทุกชุมชน เพราะผู้อยู่อาศัยเกรงผลกระทบทั้งด้านสิ่งแวดล้อมที่ไม่มีต้นไม้ให้ร่มเงาหลบแดด ไม่มีฟุตปาททางเท้าให้ลูกหลานวิ่งเล่น ใช้เป็นทางเดินไปโรงเรียน รวมทั้งอันตรายที่อาจถูกรถเฉี่ยวชนขณะเดินอยู่บนถนน และเมื่อนักวิชาการด้านวิศวกรรมโยธามหาวิทยาลัยอุบลราชธานี ออกมาตีแผ่ความไม่เหมาะของโครงการ ที่ผิดลักษณะด้านวิศวกรรมโยธาก่อสร้าง


ทำให้ภาคประชาชนทั้งนักกิจกรรม ทนายความ แพทย์ นักวิชาการ และผู้เสียหายจากการก่อสร้างรุกล้ำเข้าไปในตัวอาคารที่พักอาศัย นำเรื่องส่งฟ้องต่อศาลปกครองนครราชสีมาเมื่อวันที่ 27 มิ.ย.2549 และศาลได้รับเข้าสู่กระบวนการพิจารณาเมื่อวันที่ 25 ก.ค.2549 พร้อมสั่งให้การคุ้มครองชั่วคราว


โดยให้เทศบาลยุติการรื้อและขยายผิวจราจร จนกว่าศาลจะมีคำพิพากษา และศาลปกครองนครราชสีมาได้สั่งให้เทศบาลนครอุบลราชธานีแพ้คดีในที่สุด


ที่มา www.manager.co.th

Main menu

สมัครสมาชิก · ลืมรหัสผ่าน
  • Nathon Radio
  • สถานีวิทยุแห่งประเทศไทยสมุย FM 96.75 MHz
  • หน้าทอนคึกคัก - รวมความเคลื่อนไหว
  • ศูนย์สื่อสารโรงพยาบาลเกาะสมุย

ขอเชิญทุกท่านมีส่วนร่วมกับเว็บ NathonCity ด้วยการส่งบทความ หรือภาพถ่าย มาร่วมเผยแพร่ในเว็บไซท์นี้