หน้าทอนซิตี้ : NathonCity

รอบบ้าน

ท้องถิ่นรุมสับรัฐล้วงลูกบริหาร เล็งเลือกพรรคกระจายอำนาจ

by NathonCity @November,10 2008 22.08 ( IP : 118...118 ) | Tags : รอบบ้าน , เก็บเรื่องมาฝาก

จาก คมชัดลึก (ออนไลน์)
วันจันทร์ที่ 10 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551



นักวิชาการชี้ภาครัฐยังหวงอำนาจ ไม่จริงใจส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น ขณะที่ภาคประชาชนขาดการตื่นตัว"ชี้"สัญญาณอันตรายจากการเสพติดนโยบายประชานิยมของคนในท้องถิ่น ด้านการเมืองระดับชาติรุกกินพื้นที่การเมืองท้องถิ่นมีสายสัมพันธ์เอื้อผลประโยชน์ เล็งรวมตัวเลือกพรรคการเมืองที่จริงใจกระจายอำนาจ


(10พ.ย.) นายธนะชัย สันติชัยกูล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัทเนชั่นมัลติมีเดียกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) เปิดเวทีระดมสมอง และการเสวนาในหัวข้อ"ปกครองส่วนท้องถิ่นสู่อนาคตรากแก้วประชาธิปไตยชุมชน"ซึ่งจัดโดยสมาคมองค์การบริหารส่วนตำบลแห่งประเทศไทย สมาคมองค์การบริหารส่วนจังหวัดแห่งประเทศไทย สมาคมสันนิบาตแห่งประเทศไทยและสมาพันธ์ปลัดอบต.แห่งประเทศไทย


นายคิม ชัยแสงสุข อธิการบดีมหาวิทยาลัยรามคำแหง ปาฐกถาพิเศษเรื่องปกครองท้องถิ่น สู่อนาคตรากแก้วประชาธิปไตยชุมชนว่า 50 ปีที่ผ่านมาประเทศไทยเริ่มจัดทำแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม ฉบับที่ 1 ขณะที่ประเทศสิงคโปร์ยังไม่ได้เริ่มต้นทำอะไรเลย แต่วันนี้สิงคโปร์เจริญก้าวหน้านำประเทศไทยไปมาก


โดยความเจริญเติบโตของประเทศต้องเกิดจากประชนส่วนใหญ่ของประเทศ ซึ่งก็คือประชาชนรากหญ้าและรากแก้วในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โดยเฉพาะในด้านการศึกษาที่จำเป็นต้องเร่งพัฒนาอย่างเร่งด่วน แต่น่าเสียดายที่การถ่ายโอนการศึกษาให้องค์กรท้องถิ่นไม่ได้รับความเชื่อถือ ทั้งที่ในต่างประเทศองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเป็นเจ้าของสถานศึกษาที่มีชื่อเสียงหลายแห่ง


สำหรับการพัฒนาในด้านเศรษฐกิจ ประชากรของประเทศกว่า 50% เป็นเกษตรกรซึ่งยังขาดแคลนปัจจัย 4 นโยบายส่งเสริมการเกษตรที่ผลักดันเข้าไปยิ่งเป็นการซ้ำเติมเกษตรกรให้แย่ลง ส่งเสริมให้พวกเขาแข่งกันไปตาย เช่น โครงการโอทอปที่มีการทำไวน์กันทั้งประเทศ คนทำมากกว่าคนซื้อสุดท้ายก็วายวอด 


ดังนั้นจึงต้องฝากความหวังไว้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในการจัดทำฐานข้อมูลการผลิตสินค้าเกษตรและวางแผนการตลาดให้สอดรับกับความต้องการในการบริโภค ท้องถิ่นต้องรวมตัวกันเพื่อวางแผนการผลิตและจำหน่ายสินค้าเกษตรไม่ให้ถูกกดราคาจากการแข่งขันกันเอง 


นายวุฒิศักดิ์ ลาภเจริญทรัพย์ คณบดีคณะรัฐศาสตร์ ม.ราม กล่าวว่า ทรัพยากรในท้องถิ่นมีกฎหมายเข้ามาเกี่ยวข้องเป็นจำนวนมาก ทำให้หลายหน่วยงานเข้ามามีภารกิจเกี่ยวข้อง แม้โครงสร้างการปกครองระดับบนจะเป็นปัญหาอุปสรรคของการเติบโตในองค์กรปกครองท้องถิ่น แต่ถ้าท้องถิ่นตื่นตัวเตรียมพร้อมรองรับ 


โดยเริ่มต้นจากการรวมตัวจัดตั้งสหกรณ์ออมทรัพย์ในท้องถิ่น จะเป็นการก้าวเดินที่ดีกว่ารอคอยให้มีการกระจายอำนาจ อ.ปาย จ.แม่ฮ่องสอน เป็นตัวอย่างที่ดีในการดูแลและใช้ทรัพยากรในชุมชนให้เกิดประโยชน์สูงสุด ปัจจุบันชาวบ้านตื่นตัวมากขึ้น กล้าที่จะคัดค้านและไม่ตอบสนองสิ่งที่บิดเบี้ยว 


นายสกนธ์ วรัญญวัฒนา รองคณบดีฝ่ายวิชาการแผนและพัฒนา คณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาฯ กล่าวว่า การกระจายอำนาจไม่ใช่สูตรสำเร็จ แต่เป็นกลไกที่ต้องร่วมกันพัฒนา เราคุ้นเคยกับการบริหารแบบรวมศูนย์มาอยู่ที่อำเภอและจังหวัด การแก้ปัญหาท้องถิ่นไม่อยากให้ท้องถิ่นทำตัวเป็นราชการ เราต้องการให้ท้องถิ่นเป็นท้องถิ่นจริง ๆ ที่ผ่านมาเคยสอบถามว่าท้องถิ่นต้องการอะไร คำตอบที่ได้คืออยากได้เครื่องราชย์ และเครื่องแบบ ไม่ใช่งานที่เพิ่มขึ้น


ทั้งนี้ในปีงบประมาณ 2552 ต้องจับตาว่าจะมีการบูรณาการกระจายอำนาจไปให้ท้องถิ่นอย่างไร ตอนนี้ประชาชนเริ่มเสพติดนโยบายประชานิยม มีปัญหาจะขอก่อน ซึ่งต่างจากเดิมที่มีการร่วมแรงและร่วมลงทุนกันเพื่อแก้ปัญหา การเสพติดประชานิยมจึงเป็นสัญญาณอันตรายของท้องถิ่น สำหรับรัฐบาลต้องมีความจริงใจในการกระจายอำนาจ ในช่วง 3-4 ปีที่ผ่านมา ประธานคณะกรรมการกระจายอำนาจเปลี่ยนตัวถึง 10 คน ทำให้งานขาดความต่อเนื่อง


นายตระกูล มีชัย อาจารย์ภาควิชาการปกครอง คณะรัฐศาสตร์ จุฬาฯ กล่าวว่า เครือข่ายการเมืองระดับชาติกับการเมืองท้องถิ่นมีมติของความพัฒนาที่น่าสนใจ หากนักการเมืองท้องถิ่นไม่มีความสัมพันธ์กับนักการเมืองระดับชาติจะอยู่ลำบาก แต่ถ้าสัมพันธ์กันจะสามารถดึงหมวดเงินอุดหนุนจากส่วนกลางมายังท้องถิ่นได้ การเมืองที่เอื้อผลประโยชน์กันนี้เป็นการเหนี่ยวรั้งการกระจายอำนาจ


สำหรับพรรคการเมืองระดับเล็กไม่ต้องคาดหวังจะเป็นขั้วจัดตั้งรัฐบาล โอกาสจะเป็นรัฐมนตรีมีน้อย ดังนั้นจึงควรหันไปให้ความสำคัญกับการเลือกตั้งระดับจังหวัดหรือระดับเทศบาล ซึ่งมีงบประมาณเป็น 1,000 ล้านบาท ปัจจุบันจึงเห็นได้ว่า พรรคการเมืองขนาดใหญ่ส่งตัวแทนไปเล่นการเมืองท้องถิ่น


นายตระกูล กล่าวอีกว่า สมัยรัฐบาลพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร มีนโยบายกระจายอำนาจให้ผู้ว่าซีอีโอ แต่ด้วยเหตุที่รัฐไม่ต้องการให้องค์กรบริหารส่วนท้องถิ่นกำหนดทิศทางการทำแผนยุทธศาสตร์พัฒนาเศรษฐกิจและสังคมในจังหวัด และงบประมาณในท้องถิ่นมีเป็นจำนวนมาก จึงทำให้การจัดซื้อจัดจ้างในท้องถิ่นถูกดึงกลับไปที่ส่วนกลาง ท้องถิ่นจึงล้มเหลวในการบูรณาการ ขณะที่ระบบภูมิภาคกำลังฟื้นคืน ส่วนราชการที่ควรเป็นพี่เลี้ยงให้ท้องถิ่นกลับเข้ามาสร้างปัญหาด้วยการแย่งงานและผลักภาระให้ท้องถิ่นในโครงการที่ทำแล้วทะเลาะกับประชาชน อาทิ การสร้างโรงสูบน้ำด้วยไฟฟ้า ซึ่งทำให้ท้องถิ่นมีปัญหาหนี้ค่าไฟฟ้าในการสูบน้ำ หรือกรณีกรมทางหลวงชนบทตั้งงบประมาณสร้างถนนบางสายซ้ำซ้อนกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น


นายแก้ว สังข์ชู ผู้ทรงคุณวุฒิสภาองค์กรชุมชนตำบล จ.พัทลุง กล่าวว่า หลายนโยบายของส่วนกลางหลักคิดดี แต่เมื่อแปลงไปสู่การปฏิบัติกลับเกิดปัญหามากมาย คนบริหารท้องถิ่นเป็นนายกอบต.หรืออบจ. ต้องถามตัวเองว่ามีเจตนารมณ์เพื่ออะไร เราสร้างกฎหมาย ร่างรัฐธรรมนูญ แต่ประชาธิปไตยไม่เกิด เพราะเราแบ่งคนเป็นหลายชนชั้น มองคนข้างล่างผิวเผินเกินไป คนกรุงเทพฯบริโภคอะไรคนข้างล่างก็บริโภคอย่างนั้น เป็นบริโภคนิยมเต็ม 100 % แต่คนท้องถิ่นยังขาดการมีส่วนร่วมในการวางแผนพัฒนาคุณภาพชีวิต และแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจและสังคม ทุกกลุ่มในชุมชนต้องยึดโยงกัน ไม่ใช่คิดแต่เพียงจะนำเงินงบประมาณไปใช้อย่างไร ที่ผ่านมาเราไม่เคยร่วมกันสร้างฝัน มีแต่คนข้างบนสร้างฝันให้ สร้างเจดีย์จากยอด หลังจากนี้สภาองค์กรชุมชนจะร่วมกันสร้างเจดีย์จากฐาน คิดร่วมกันว่าคนส่วนใหญ่ของชุมชนต้องการอะไร เพื่อกำหนดแผนการนำงบประมาณไปใช้ให้สอดรับกับความต้องการสูงสุด


“ ท้องถิ่นต้องกล้าปฏิวัติตัวเองไปสู่ทิศทางที่ถูกต้อง รัฐปล่อยปล่อยอำนาจในการกำกับดูแล เพื่อให้ท้องถิ่นมีอิสระในการปกครอง การให้ประชาชนทำคำขอและตั้งงบประมาณเองเป็นแค่ฝันกลางวัน อยากเห็นการจัดตั้งสภาชุมชนตำบลที่คนในชุมชนมานั่งร่วมกันคิด เพื่อสร้างประชาธิปไตยจากฐานล่าง ซึ่งจะส่งผลให้การเมืองภาคประชาชนมีความเข้มแข็ง ” นายแก้วกล่าว


ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในช่วงของการเปิดให้มีการตอบข้อซักถาม มีคำถามเกี่ยวกับการที่รัฐบาลขึ้นเงินเดือนกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน โดยวิทยากรที่ร่วมในเวทีเสวนา ต่างมีความเห็นว่าจะเป็นปัญหา เพราะสมาชิกอบต.อาจลาออกไปลงสมัครเป็นกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน เพราะนอกจากจะมีเงินเดือนมากกว่ายังมีวาระการดำรงตำแหน่งที่ยาวนานกว่าด้วย และการกำหนดเงินเดือนที่ มากกว่าข้าราชการจบปริญญาตรี ทั้งที่มีภารกิจแตกต่างกันมากก็จะเป็นปัญหาใหญ่ต่อระบบราชการ



เล็งรวมตัวเลือกพรรคการเมืองที่จริงใจกระจายอำนาจ 


เมื่อเวลา 13.00-15.00 น. ในการเสวนาเรื่องเส้นทางขวากหนามถ่ายโอนภารกิจส่วนกลางสู่ท้องถิ่น ซึ่งจัดโดยสมาคมองค์การบริหารส่วนตำบลแห่งประเทศไทย สมาคมองค์การบริหารส่วนจังหวัดแห่งประเทศไทย สมาคมสันนิบาตแห่งประเทศไทย และสมาพันธ์ปลัดอบต.แห่งประเทศไทย


นายประภัสร์ ภู่เจริญ นายกสมาคมสันนิบาตไทยเทศบาลแห่งประเทศ กล่าวว่า อุปสรรคของการกระจายอำนาจการปกครองส่วนท้องถิ่น เป็นเพราะรัฐบาลคิดอยู่ตลอดเวลาว่าท้องถิ่นไม่พร้อม แต่ไม่เคยมองว่ารัฐบาลเองที่เป็นฝ่ายไม่พร้อม ส่วนราชการกลัวถูกลดขนาด กลัวถูกยุบ และกลัวสูญเสียอำนาจสั่งการผู้บริหารท้องถิ่นที่มาจากการเลือกตั้ง


นายนพดล แก้วสุพัตร นายกฯองค์การบริหารส่วนตำบลแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ปัญหาของการถ่านโอนภารกิจมาแต่เงินไม่มา แบ่งงานให้ทำแต่ไม่มีอำนาจ ไม่มีงบประมาณ และไม่ยอมถ่ายโอนบุคลากร อีกทั้งรัฐบาลยังมีข้อจำกัดให้ท้องถิ่นจัดเก็บรายได้น้อยลง


นายอำนาจ ศิริชัย นายกฯองค์การบริหารส่วนจังหวัดแห่งประเทศไทย กล่าวว่า องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นถูกมองในแง่ลบ มีกลยุทธ์ในการถ่ายโอนอำนาจหลายอย่างที่ทำให้ภาพลักษณ์ของการปกครองส่วนท้องถิ่นถูกดิสเครดิต กฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญที่ร่างขึ้น องค์กรส่วนปกครองท้องถิ่นไม่มีส่วนร่วมในการยกร่างและแก้ไขกฎหมาย จึงต้องถามถึงความจริงใจของรัฐบาล ทั้งนี้ถ้าต้องการวัดผลการทำงานในท้องถิ่นจำเป็นต้องเปิดให้มีการแข่งขันกันทำงานระหว่างเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง จากกระทรวงมหาดไทย กับผู้บริหารท้องถิ่นที่มาจากการเลือกตั้ง


ทั้งนี้ท้องถิ่นจะต้องรวมตัวเพื่อต่อรองกับรัฐบาล หรือสนับสนุนพรรคการเมืองขนาดใหญ่กำหนดนโยบายที่ชัดเจนเกี่ยวกับการกระจายอำนาจ


นายทวีศักดิ์ ศรีทองกิติกุล ประธานสมาพันธ์ปลัด อบต.แห่งประเทศไทย กล่าวว่า กระแสท้องถิ่นตกไปเพราะคนให้ความสำคัญกับการเมืองระดับชาติ หากรัฐบาลมุ่งแต่การเมืองระดับชาติ ไม่มองถึงประชาชน จะเกิดปัญหาแย่งชิงงบประมาณ ม็อบในกรุงเทพฯมาจากชนบทเพราะพวกเขาเริ่มเข้าใจการเมือง จึงเข้ามามีบทบาทกับการเมืองในกรุงเทพฯมากขึ้น แต่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นยังไม่เข้มแข็งเพราะถูกแทรกแซงจากส่วนกลาง โรงเรียนและสถานีอนามัยอยากได้เงินจากท้องถิ่น แต่ไม่ยอมถูกถ่ายโอนมาอยู่ท้องถิ่น เพราะสวัสดิการน้อยกว่าข้าราชการ ระเบียบการบริหารบุคคลที่ใช้บังคับกับข้าราชการท้องถิ่นถูกกำหนดโดยกระทรวงมหาดไทย ซึ่งไม่เป็นธรรม


นายอุดร ตันติสุนทร ประธานมูลนิธิส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น กล่าวว่า การกระจายอำนาจเท่านั้นที่จะช่วยให้ประเทศเจริญก้าวหน้า ระเบียบราชการกำหนดให้หัวหน้าส่วนราชการต้องย้ายทุก 4 ปี ทำให้ไม่รู้ปัญหาท้องถิ่นลึกซึ้ง อย่างไรก็ตาม เมื่อกฎหมาย 4 ฉบับเกี่ยวกับการปกครองส่วนท้องถิ่นประกาศใช้จะทำให้ท้องถิ่นมีความเข้มแข็งขึ้น



"พงษ์โพยม"ยันมท.ไม่หวงอำนาจท้องถิ่น


นายพงษ์โพยม วาศภูติ อดีตปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า การเจริญเติบโตของท้องถิ่นช่วยแบ่งเบาภาระให้กับส่วนภูมิภาค โดยมีแนวโน้มที่จะกระจายอำนาจและถ่ายโอนภารกิจให้กับท้องถิ่นมากขึ้น


ทั้งนี้ ยืนยันว่า ฝ่ายราชการไม่คิดหวงอำนาจ แต่ในหลักการปกครองแบบประชาธิปไตยจำเป็นต้องมีการกำกับดูแล ซึ่งในความเป็นจริง คงไม่มีผู้ว่าราชการจังหวัดใดไปนั่งดูงานของท้องถิ่นทุกวัน แทบจะไม่มีผู้ว่าฯคนใดคัดค้านหรือไม่เซ็นอนุมัติโครงการ ให้กับนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด


อย่างไรก็ตาม เขาไม่เห็นด้วย ที่จะให้ราชการเข้าไปกำกับดูแล ควรพัฒนาขีดความสามารถของประชาชนให้ทำหน้าที่กำกับดูแล กระทรวงมหาดไทยพร้อมมอบอำนาจหน้าที่ให้ท้องถิ่น แต่ต้องมีช่องทางกำกับดูแลโดยเข้าไปแตะต้องให้น้อยที่สุด ในขณะที่เราส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น และมีการพูดถึงการปกครองตนเองสูงจนน่ากลัว ในแง่หนึ่งเป็นสิ่งดี แต่ก็น่ากังวลในแง่ความเป็นคนชาติเดียวกัน


“การทำงานของท้องถิ่นสลับซับซ้อน มีทั้งท้องถิ่นที่ดีและไม่ดี บางแห่งงบประมาณเหลือเข้าสภาฯก็แบ่งกัน ความตั้งใจดีบางทีก็ทำอะไรไม่ได้ ถึงเวลาที่กระทรวงมหาดไทยต้องถอยออกมา ถ้าไม่อยากให้รัฐบาลกลางเข้าไปกำกับดูแล กรณีที่มีปัญหาก็ให้ศาลปกครองเข้าไปตัดสิน เราน่าจะเลิกทะเลาะกัน แล้วมาร่วมกันมองว่า ท้องถิ่นควรเป็นอย่างไร เดินและวิ่งอยู่ในกรอบ ทำงานให้คนในชุมชนลืมนายอำเภอกับผู้ว่าฯ ผมเคยทำงานในจังหวัดหนึ่ง มีการซื้อเสียงถึงหัวละ 3,000 บาท ซึ่งคุ้มต่อการเข้ามาบริหารงบประมาณมหาศาล” นายพงษ์โพยมกล่าว


นายโคทม อารียา ประธานสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ กล่าวว่า เขาอยากเห็นทีมผู้สมัครผู้บริหารท้องถิ่นตั้งแนวนโยบายชัดเจนว่า จะอาสาเข้ามาทำอะไร จะเน้นคุณภาพชีวิตหรือสร้างระบบสาธารณูปโภค โดยมีการตรวจสอบภายในเข้ามาดูแลฝ่ายบริหารอย่างใกล้ชิดและเป็นธรรม ไม่ใช่ตรวจสอบเพื่อหาทางจับผิดหรือล้มล้าง


ส่วนระบบการบริหารงานบุคคล ยังจำเป็นต้องใช้ระบบที่เป็นมาตรฐานเดียวกัน กรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่นมีบุคลากรน้อย ยังต้องพึ่งพานายอำเภอและปลัดอำเภอ ทำให้ภาพพจน์ของกรมถูกมองเป็นหน่วยงานกำกับดูแลมากกว่าส่งเสริม ในการบริหารงานท้องถิ่นอยากให้นำระบบพรรคการเมือง ที่นำระบบการปกครองท้องถิ่น มาเป็นรากฐาน เอื้อประโยชน์ต่อการเมืองท้องถิ่น และการเมืองระดับชาติ อย่างไรก็ตาม สังคมยังมองภาพพจน์ของการบริหารงานท้องถิ่นไม่ดีนัก คนในสังคมไม่เข้าใจการทำงานระดับท้องถิ่น สถานภาพง่อนแง่นเช่นนี้ ท้องถิ่นคงเจริญก้าวหน้ายาก


“ ความขัดแย้งขณะนี้ เป็นความขัดแย้งเพราะแบ่งอำนาจไม่ลงตัว ระหว่างรัฐราชการกับฝ่ายการเมือง นอกจากนี้ยังมีการแบ่งงานไม่ลงตัว ฝ่ายการเมืองถนัดกำกับดูแลก็ทำไป แต่งานในด้านการสร้างความมั่งคั่งต้องปล่อยให้ภาคเอกชน ส่วนประชาชนอยากให้มีความห่วงใยเอาใจใส่ซึ่งกันและกัน ถ้าเราไม่มีสังคมเอื้ออาทร การเมืองเศรษฐกิจก็เดินต่อไปไม่ได้ ซึ่งระบบเช่นนี้ควรเกิดขึ้นในท้องถิ่น อย่าไปลอกเลียนแบบความขัดแย้งจากการเมืองระดับชาติ ” นายโคทมกล่าว


นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ เลขาธิการสถาบันพระปกเกล้าฯ กล่าวว่า ในสหรัฐอเมริกา โรงเรียนของรัฐมีน้อยมาก เพราะท้องถิ่นเกิดก่อนรัฐและหลักการปกครอง ชุมชนจึงต้องช่วยกันสร้างโรงเรียนและโบสถ์ รัฐบาลเข้าไปเกี่ยวข้องน้อยมาก สำหรับประเทศไทยท้องถิ่นอาศัยราชการและรัฐมาตลอด รัฐจึงบอกว่า การปกครองท้องถิ่นคือการทดลองประชาธิปไตย จึงต้องมีนายอำเภอและปลัดอำเภอไปนั่งเป็นพี่เลี้ยง ทำให้ท้องถิ่นไทยอ่อนแอและระบายความคับข้องใจกับส่วนราชการ เพราะยังคิดอยู่ในกรอบเดิมว่า รัฐเท่านั้น ที่ค้ำจุนท้องถิ่น เงิน 4,000 ล้าน


"รัฐบาลกลางส่งไปอุดหนุน ให้ไปจัดเก็บภาษีเองก็ไม่เอา เพราะกลัวเสียคะแนน จึงฝากงานไว้กับกรมสรรพากร ขณะนี้การเมืองท้องถิ่นกับการเมืองระดับชาติ คล้ายคลึงกันมาก วงจรของการซื้อสิทธิ์ขายเสียงอยู่ในท้องถิ่นด้วย โดยมีการพูดกันว่า การเลือกตั้งท้องถิ่นใช้เงินถึง 30 ล้านบาท"


นายบวรศักดิ์ กล่าวอีกว่า รัฐธรรมนูญปี 50 ขยายรายละเอียดของรัฐธรรมนูญปี 40 ให้ชัดเจนขึ้น โดยเพิ่มบทบาทการมีส่วนร่วมของภาคประชาชน รัฐธรรมนูญเปิดช่องทางให้ท้องถิ่นเข้มแข็ง ด้วยการรวมพลังและประชาธิปไตย ถ้ารวมกันได้ท้องถิ่นจะก้าวออกจากวงจรปัญหาขัดแย้ง ของการเมืองระดับชาติ ซึ่งเป็นความขัดแย้งเชิงโครงสร้างของประเทศ คนจน 20% สุดท้ายเป็นเจ้าของรายได้ 4.3 % ขณะที่คนรวย 20% สุดท้ายยังคงเป็นเจ้าของรายได้ประชาชาติ 55%


นายบวรศักดิ์ กล่าวว่า คำถามใหญ่คือเราจะจัดสรรผลประโยชน์ ความมั่งคั่ง และทรัพยากรอย่างไรให้เหมาะสม จากนั้นค่อยมาปรับระบบการบริหารเศรษฐกิจและสังคมอย่างไร เพื่อแบ่งอำนาจการจัดการประเทศไทยใหม่ รัฐบาลไม่จำเป็นต้องลงไปสร้างโรงเรียนประถม หรือบ้านพักคนชรา บางเรื่องต้องโอนให้ท้องถิ่นและเอ็นจีโอรับไปดำเนินการ


“ ความเป็นจริงคือท้องถิ่นยังขัดกันเอง เทศบาลพยายามให้ยุบอบต. ท้องถิ่นเป็นบันไดสู่สภาใหญ่ ถ้าท้องถิ่นรวมพลังกันได้ เช่น รวมพลังทำสาธารณูปโภคร่วมกัน สมาคมสันนิบาตเทศบาลมีเงินเป็น 1,000 ล้านบาท ได้ลงทุนในการสร้างความรู้ และสร้างนวตกรรมท้องถิ่นบ้างหรือไม่ เพราะที่ผ่านมามีแต่ลงทุนไปกับการดูงานต่างประเทศ ถ้าอยากได้ประมวลกฎหมายท้องถิ่นที่ไม่ได้มาจากกระทรวงมหาดไทย ก็ต้องลงทุนศึกษา” นายบวรศักดิ์กล่าว



ที่มา www.komchadluek.com

Main menu

สมัครสมาชิก · ลืมรหัสผ่าน
  • Nathon Radio
  • สถานีวิทยุแห่งประเทศไทยสมุย FM 96.75 MHz
  • หน้าทอนคึกคัก - รวมความเคลื่อนไหว
  • ศูนย์สื่อสารโรงพยาบาลเกาะสมุย

ขอเชิญทุกท่านมีส่วนร่วมกับเว็บ NathonCity ด้วยการส่งบทความ หรือภาพถ่าย มาร่วมเผยแพร่ในเว็บไซท์นี้