
นั่งรถรอบตลาด ...เป็นโปรแกรมที่ไม่น่าสนใจเท่าไหร่... กำลังคิดว่าจะบอกปัดยังไงดี พี่ปานพูดต่อว่าพี่หมื่นศิลป์ชวนนั่งรถดูตลาดแล้วค่อยตั้งวงน้ำชาบ่ายวันอาทิตย์ ดูว่าในหน้าทอนมีอะไรที่ต้องทำกันบ้าง
เรื่องของเรื่องเพราะพี่หมื่นศิลป์เชื่อว่า “หน้าทอนต้องดีกว่านี้ได้” และในฐานะที่ปรึกษานายกฯ ทั้งนโยบายของกลุ่มที่เคยนำเสนอขอคะแนนเสียงจากชาวอ่างทอง ก็พูดชัดเจนว่า เต็มที่กับหน้าทอน
วันอาทิตย์ไม่มีอะไรเร่งรีบ เลยชวนนั่งรถกันสักรอบ นั่งคุยที่บ้านสักพัก เผื่อจะมีไอเดียอะไรกันบ้าง ...(จะว่าไปเรื่องหน้าทอนคุยกันหลายรอบ หลายวง จนมีคนแซวว่ากลุ่ม NATO มาตั้งสาขาที่สมุยตั้งแต่เมื่อไหร่ : No Action Talk Only)
ถ้าขับรถวนรอบตลาด เพื่อดูว่ามีปัญหาอะไรบ้างที่ทำให้หน้าทอนไม่น่าอยู่น่าเที่ยวอย่างที่ควรจะเป็น เรื่องเหล่านี้คงอยู่ในบทสนทนา
ตั้งแต่เรื่องทั่วไป เช่น เสาไฟฟ้า สายโทรศัพท์ ป้ายจราจร ป้ายร้านค้า สภาพถนน ฟุตบาท กันสาด จนถึงสีบ้านสีอาคาร สภาพการจราจร เศรษฐกิจซบเซา ไม่มีพื้นที่สาธารณะ เด็กไม่มีที่เล่น ริมทะเลไม่สวย ฯลฯ
จนถึงเรื่องใหญ่ๆที่ชวนปวดหัว เช่น ผังเมือง การใช้ที่ดิน ยุทธศาสตร์การพัฒนา การศึกษา ระบบขนส่งสาธารณะ ฯลฯ
หลังจากวนรอบตลาดหนึ่งรอบ เราก็วกเข้าถนนสายกลางคุยต่อที่บ้าน
นั่งได้สักพัก ส.ท.ปกรณ์ เดินมากับลูกสาวกำลังจะพากันไปเที่ยว เลยดึงตัวไว้ก่อน
วงน้ำชายามบ่ายจึงได้สมาชิกเพิ่มอีกหนึ่งคน (ส่วนลูกสาวเดินไปรอที่บ้าน)
สรุปสั้นๆว่า ในช่วงปีแรกๆ ระหว่างรองบประมาณสำหรับออกแบบรายละเอียดเพื่อการก่อสร้างของโครงการปรับภูมิทัศน์ชายทะเล ซึ่งคิดว่าคงทันงบปี 52 สิ่งที่ทำในหน้าทอนคงต้องเน้นไปที่การสร้างระเบียบ และความสะอาดให้หน้าทอน
พี่หมื่นศิลป์ว่าเน้นงานที่ ใช้กำลัง(คน)เยอะ แต่ใช้เงินน้อย ใส่ไอเดียมากๆ
หน้าทอนต้องสะอาด เป็นระเบียบ พร้อมกับสร้างกิจกรรมชุมชนที่จะช่วยสนับสนุนดึงดูดการท่องเที่ยว เช่น ถนนคนเดิน ทำแผนที่ท่องเที่ยวชุมชน
ส่วนโครงการขนาดใหญ่ที่ต้องใช้เวลา งบประมาณ และการวางแผนก็จะทำคู่กันไป ไม่ว่าจะเป็นถนนเลี่ยงเมือง ปรับภูมิทัศน์หาดหน้าทอน
คุยกันกำลังจะหมดรส พี่หมื่นศิลป์ก็ลุกขึ้นทักทายนายอำเภอที่บังเอิญเดินผ่านวงน้ำชา
ถามไถ่ได้ความว่ากำลังเดินเล่นดูตลาด แล้วก็บอกว่า ถนนเส้นนี้สวย นึกถึงบ้านเกิด เพราะ ผมเองก็เกิดในตลาดคล้ายๆหน้าทอนอย่างนี้แหละ น่าจะคิดเรื่อง “ถนนคนเดิน” กันนะ
ว้าว..ช่างบังเอิญแท้
แล้วท่านก็เล่าประสบการณ์จากการเป็นนายอำเภอเมืองเชียงใหม่ ซึ่งเป็นหนึ่งในพื้นที่ที่ถนนคนเดินและการจัดการการท่องเที่ยวชุมชนประสบผลสำเร็จ พอจะอวดกันได้
ท่านบอกว่า ทุกเมืองมีเสน่ห์ของตัวเอง ต้องเลือกใช้และเสริมแต่ง
อย่างหน้าทอนนอกจากพื้นที่ริมทะเลและท่าเรือแล้ว ถนนสายกลางก็เป็นเสน่ห์อย่างหนึ่ง ถ้ามีกิจกรรมถนนคนเดิน นอกจากเป็นสีสันให้ชาวหน้าทอนแล้ว ยังถือเป็นการดึงนักท่องเที่ยวให้ใช้เวลาในหน้าทอนมากขึ้น ซึ่งจะส่งผลต่อเศรษฐกิจชุมชน
ในภาวะเศรษฐกิจใกล้เผาจริงอย่างนี้ คงต้องช่วยกันคิดช่วยกันทำ
ซึ่งนอกจากกิจกรรมแล้ว อาจต้องดูลูกเล่นอื่นๆประกอบ เช่น การแต่งกายของสมาชิกในชุมชน จะทำอย่างไรให้มีเอกลักษณ์ อย่างที่ท่านเคยทำมา ใช้วิธีออกแบบให้ชาวบ้านเลือกว่าชอบแบบไหนแล้วก็ขอความร่วมมือ
บางอย่างถ้าขาดก็ต้องสร้างต้องเสริมเข้าไป เรื่องที่มีก็ต้องเอามาเล่าใหม่ให้มีความน่าสนใจ อย่างถนนสายกลางซึ่งมีประวัติเรื่องการเสด็จของในหลวง มีภาพถ่ายก็น่าจะรวบรวมและจัดแสดง หรือจะเน้นเรื่องอาหารการกิน ซึ่งนอกจากความเป็นสากลแล้วสมุยน่าจะชูเรื่องอาหารจีนไหหลำ โดยสิ่งเหล่านี้สามารถนำมาเป็นส่วนประกอบในการจัดงานถนนคนเดินได้
ท่านยังบอกต่อว่าหัวถนนก็สวยไม่แพ้กัน มีทะเล ศาลเจ้า มัสยิด ถ้าวางแผนดีๆน่าจะเกิด
พอพูดถึงปัญหาของหน้าทอน (และสมุย) น่าแปลกที่มาอยู่ได้ไม่กี่วัน ท่านก็แจกแจงได้หลากหลาย คงเป็นเพราะปัญหาหลายอย่างเป็นปัญหาร่วมที่เกิดในเมืองทั่วไป และเชียงใหม่เมืองที่ท่านเพิ่งจากมาก็เป็นเมืองท่องเที่ยวเหมือนสมุย
ก่อนแยกวงท่านฝากที่ปรึกษาฯ ให้เทศบาลเร่งประสานกับจังหวัดเรื่องที่จะขอโอนถนนรอบเกาะมาอยู่ในความดูแล ซึ่งผู้ว่าฯ แจ้งว่าให้เร่งดำเนินการ เรื่องงบประมาณไม่ต้องห่วง งานมาเงินก็มา ท่านว่าอย่างนั้น สำหรับเรื่องขนส่งสาธารณะ ที่ผู้ว่าฯ มอบให้นายอำเภอเป็นเจ้าภาพ ก็กำลังประสานงานจัดเวทีพูดคุย
หลังนายอำเภอกลับ ถามพี่ปานว่า นายอำเภอชื่ออะไร ...ไม่รู้
เลยต้องโทรไปถามพี่อำนาจ...“ศักดิ์ชัย จ.ผลิต”...
เสียดายที่รู้ช้า ถ้ารู้ก่อนจะถามท่านว่าตัว จ. ย่อมาจากอะไร
หน้าทอน สู้ๆ
kop
kop
kop
monsoon
หน้าทอน สู้ๆ
NathonCity
เซ็งเป็ด
พ่อใหญ่จิ๋ว
พ่อใหญ่จิ๋ว
แจ้งลบหัวข้อ
