เก็บข่าวมาเล่า
"นายกฯ สมุย"เครียดปัญหาน้ำท่วม โวย ปชช.ไม่ร่วมมือ-นักเที่ยวหนี
9 พฤศจิกายน 2550 21:22 น.
จากสภาพอากาศปิดและมีฝนตกลงมาตลอดหลายวันที่ผ่านมา ในพื้นที่จ.สุราษฏร์ธานี จนทำให้เกิดน้ำท่วมอย่างหนักในพื้นที่ 5 อำเภอของ จ.สุราษฏร์ธานี โดยเฉพาะอ.เกาะสมุย จนสนามบินเกาะสมุย ต้องประกาศปิดสนามบินเป็นการชั่วคราว ตั้งเวลา 15.00 น.วันที่ 7 พ.ย.เป็นต้นมา ส่งผลให้มีนักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างชาติเกือบ 2,000 คนต้องตกค้างอยู่ที่สนามบิน จนกระทั่งเช้าวานนี้ (9 พ.ย.) หลังจากฝนได้หยุดตกมาตั้งแต่ช่วงเวลา 21.00 น.ของคืนวันที่ 8 พ.ย. และสภาพอากาศเริ่มเปิด ทางบริษัท บางกอกแอร์เวย์ จึงได้เปิดให้บริการเที่ยวบินตามปกติในเวลา 06.00 น. เป็นไฟลท์แรก
เกาะสมุยยังไม่พ้นวิกฤตจมบาดาล
สำหรับสถานการณ์น้ำท่วมทั่วไปบนเกาะสมุย ก็ยังไม่พ้นวิกฤต โดยสภาพอากาศตลอดทั้งวันที่ 9 พ.ย. ยังคงมีเมฆปกคลุมอย่างหนาแน่น และยังคงมีฝนตกลงมาในบางช่วง แม้ไม่มากนัก แต่ก็ทำให้น้ำที่สะสมอยู่บนภูเขาไหลงมายังพื้นราบต่อเนื่อง ทำให้น้ำที่ท่วมขังบนพื้นที่เกาะสมุยอยู่แล้วบางพื้นที่ มีระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นอีก ประกอบกับน้ำทะเลหนุน ทำให้เจ้าหน้าที่ไม่สามารถระบายน้ำลงสู่ทะเลได้ทัน ส่งผลให้ถนนสายรอบเกาะ 13 จุด ถูกน้ำท่วมรถเล็กไม่สามารถผ่านได้
ส่วนจุดที่ยังวิกฤต ซึ่งเป็นถนนสายรองในชุมชน 3 แห่ง ก็มีระดับน้ำท่วมสูงขึ้นอีก ประกอบด้วย ถนนลงหาดเฉวง-สามแยกพรุเฉวง บริเวณปั๊ม ปตท. และถนนตลาดดาว-ตลาดแหลมดิน จุดบริเวณตลาดดาว และถนนเลียบหาดเฉวง จุดหน้าหอนาฬิกา ทั้ง 3 จุดอยู่ในเขต ต.บ่อผุด ระดับน้ำสูงประมาณ 1 เมตรถึง 1 เมตรเศษ ชาวบ้านต้องใช้เรือสัญจร บรรดาร้านค้าที่อยู่บริเวณดังกล่าวได้รับความเดือดร้อนกว่า 500 หลังคาเรือน
ด้านการให้ความช่วยเหลือนั้น นายวินัย บัวประดิษฐ์ ผวจ.สุราษฎร์ธานี ได้ระดมกำลังเจ้าหน้าที่พร้อมเครื่องจักรกลหนัก และเครื่องสูบน้ำของหน่วยงานราชการ และของภาคเอกชนลงพื้นที่เพิ่มอีก 10 เครื่อง รวมของเดิมเป็น 21 เครื่อง พร้อมกับนำเครื่องจักรกลขุดเจาะคูคลองที่เป็นอุปสรรคกีดขวางทางน้ำในชุมชน เพื่อเร่งระบายน้ำลงทะเลด้วย คาดว่าหากฝนหยุดตกสถานการณ์จะคลี่คลาย แต่ถ้าฝนตกลงมาอีก สถานการณ์ก็จะวิกฤตมากขึ้น
ขณะที่นายอดิศร กำเหนิดศิริ นายอำเภอเกาะสมุย พร้อมด้วย นายวรากรณ์ รัตนรักษ์ นายกเทศมนตรีตำบลเกาะสมุย พ.ต.อ.ชัยยุทธ นิลวงศ์ ผกก.สภ.เกาะสมุย และนายปริญญา วีระจิตต์ หัวหน้าหมวดการทางเกาะสมุย ได้นำเจ้าหน้าที่ออกบริการประชาชนในจุดที่น้ำท่วมขังสูงมีรถจักรยานยนต์เสียจำนวนมาก
ส่วนนายพรเลิศ อุ่นเจริญ หัวหน้าศูนย์ประสานงานการท่องเที่ยวเกาะสมุย ได้เร่งประชาสัมพันธ์ ทำความเข้าใจกับนักท่องเที่ยวเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และยอมรับว่ามีนักท่องเที่ยวบางส่วนตื่นตระหนก เกรงว่าจะเกิดอันตราย เดินทางออกจากพื้นที่ แต่ก็มีบางส่วนที่เข้าใจว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เป็นเรื่องของธรรมชาติ ยังคงท่องเที่ยวอยู่ในพื้นที่
นายกฯ สมุยโวยประชาชนไม่ร่วมมือ
นายวินัย บัวประดิษฐ์ ผวจ.สุราษฎร์ธานี กล่าวว่า ขณะนี้ได้ออกประกาศจังหวัดให้พื้นที่ 6 ตำบล 11 หมู่บ้าน ของ อ.เกาะสมุย เป็นพื้นที่ประสบภัยพิบัติแล้ว หลังระดับน้ำยังท่วมสูง ส่วนการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมขังบริเวณที่ราบลุ่ม และพื้นผิวถนนนั้นหน่วยงานภาครัฐและเอกชน ได้ระดมกำลังกำลังเจ้าหน้าที่ และอาสาสมัครเร่งระดมสูบน้ำ พร้อมนำถุงยังชีพไปแจกจ่ายช่วยเหลือผู้ประสบภัยเบื้องต้นประมาณ 3,000 ถุง และเร่งซ่อมแซมถนนที่ชำรุดในแต่ละหมู่บ้านแล้ว
ด้าน นายวรกรณ์ รัตนรักษ์ นายกเทศมนตรีเกาะสมุย กล่าวว่า ขณะนี้ปริมาณน้ำยังคงทรงตัว แม้ว่าทางจังหวัดได้ส่งเครื่องสูบน้ำเข้าระดมการสูบน้ำแล้วก็ตาม เนื่องจากยังคงมีฝนตกลงมาอย่างต่อเนื่อง และประการสำคัญปัญหาน้ำท่วมที่สะสมอยู่ในพื้นที่น้ำที่ไหลลงมาจากเขา จากลำคลอง ส่งผลให้ทุกพื้นที่ที่รับน้ำเกิดการอิ่มตัว ทำให้เกิดน้ำท่วม ซึ่งการแก้ไขปัญหาระยะยาวคงต้องใช้งบประมาณกว่า 200ล้านบาท ในการวางผังเมืองใหม่ ให้มีทางระบายน้ำมากขึ้น ขณะนี้ทำได้เพียงการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า โดยการออกช่วยเหลือประชาชนในหมู่บ้าน เร่งสูบน้ำบริเวณถนนสายหลักต่างๆ
"ยอมรับว่า การแก้ปัญหาในพื้นที่เป็นไปได้ยาก เนื่องจากประชาชนในพื้นที่มีความเห็นแก่ตัว เห็นแก่ประโยชน์ของตนเองเป็นหลัก ทั้งที่รู้ว่าปัญหาที่เกิดนั้นมาจากพื้นที่ของตนเอง แต่ก็ไม่ยินยอมให้แก้ไข"
นายบุญเลิศ แก้วมีศรี อายุ 45 ปี อยู่บ้านเลขที่ 69/1 หมู่ 1 ต.บ่อพุด อ.เกาะสมุย กล่าวว่า บริเวณที่ตนอาศัยอยู่ได้เกิดน้ำท่วมขังบริเวณบ้านกว่าครึ่งหลัง ไม่สามารถเข้าบ้านได้มาเป็นระยะเวลากว่าครึ่งเดือนแล้ว ยังไม่ได้รับความช่วยเหลือหน่วยงาน จนทำให้ประชาชนกว่า 50 ครัวเรือน ที่อยู่ในละแวกดังกล่าว อพยพออกไปอยู่ที่อื่น สร้างความเสียหายแก่ทรัพย์สินเป็นอย่างมาก
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับสถานการณ์น้ำท่วมพื้นที่ จ.สุราษฎร์ธานี ล่าสุดมีพื้นที่ได้รับผลกระทบทั้งหมด 5 อำเภอ 19 ตำบล 82 หมู่บ้าน คือ อ.ดอนสัก อ.กาญจนดิษฐ์ อ.คีรีรัฐนิคม อ.เกาะสมุย และ อ.ท่าฉาง
ขณะที่ นายณัฏฐจักร ภู่ประเสริฐ หัวหน้าสถานีอุตุนิยมวิทยาอุทกพระแสง จ.สุราษฎร์ธานี รายงานภาวะอากาศและระดับในแม่น้ำตาปี บริเวณ อ.พระแสง เมื่อสายของวานนี้ (9) ว่า ปริมาณน้ำฝนที่สถานีอุตุนิยมวิทยาพระแสงวัดได้ 5.3 มิลลิเมตร ระดับน้ำในแม่น้ำตาปีวัดได้ 4.90 เมตร ยังห่างจากจุดวิกฤติ 60 เซนติเมตร แต่ปริมาณน้ำฝนเหนือลุ่มน้ำตาปี ที่มีผลต่อระดับน้ำในแม่น้ำตาปี วัดได้ 206.5 มิลลิเมตร ทำให้ระดับน้ำในแม่น้ำตาปี จะเพิ่มขึ้นอย่างช้าๆ เนื่องจากปริมาณน้ำฝนเหนือบริเวณลุ่มน้ำตาปีมีจำนวนมากดังกล่าว จึงขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในบริเวณที่ลุ่มใกล้แม่น้ำตาปี ระวังน้ำล้นตลิ่งและน้ำป่าไหลหลาก พร้อมทั้งติดตามข่าวพยากรณ์อากาศอย่างใกล้ชิดด้วย
เมืองคอนส่อวิกฤต-จมบาดาล
ด้านความคืบหน้าของสถานการณ์น้ำท่วมในหลายพื้นที่ ของจ.นครศรีธรรมราช เช่น อ.พระพรหม อ.สิชล อ.ร่อนพิบูลย์ อ.ขนอม อ.เมือง อ.นบพิตำ อ.เฉลิมพระเกียรติ ปรากฎว่า ตั้งแต่คืนวันที่ 8 พ.ย.ที่ผ่านมา ในเขตเทศบาลนครนครศรีธรรมราช ได้มีการประกาศแจ้งเตือนน้ำป่าไหลหลากเข้าสู่เขตเทศบาลโดยระดับน้ำในคลองท่าดี ซึ่งเป็นลำคลองที่รับน้ำจากเทือกเขาหลวง ได้มีปริมาณน้ำเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็วกว่า 4.3 เมตร และเป็นปริมาณวิกฤต ซึ่งได้ไหลระบายลงในตัวเมืองนครศรีธรรมราช ผ่านลำคลองสายต่างๆ ในตัวเมือง
อย่างไรก็ตาม พบว่า ปริมาณน้ำเหล่านี้ได้ถ่ายเทลงสู่ที่ลุ่มต่างๆก่อนที่จะเข้าตัวเมืองจนเต็มพื้นที่ ขณะเดียวกันชุมชนในบริเวณที่ราบลุ่มติดกับคลองสายต่างๆ ต่างก็อพยพสิ่งของเคลื่อนย้ายออกจากบ้านเรือนกันอย่างอลหม่าน น้ำได้ไหลเข้าท่วมในระดับประมาณ 30-50 เซนติเมตร ขณะที่ปริมาณฝนที่ยังคงตกอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะพื้นที่ป่าเขานั้นจะยังคงเพิ่มปริมาณน้ำ และหากมีน้ำป่าไหลหลากมาสมทบ จะทำให้สถานการณ์มีความรุนแรงมากขึ้น เนื่องจากพื้นที่ลุ่มรับน้ำริมลำคลองสายต่างๆมีน้ำท่วมขังจนเต็มพื้นที่และอยู่ในภาวะอิ่มตัวแล้ว
จากเหตุการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ต่างๆนั้นล่าสุดได้ทำให้มีผู้เสียชีวิตเนื่องจากจมน้ำแล้ว 1 ราย โดยเมื่อเวลา 07.00 น.ที่ผ่านมา พ.ต.ท.ภิรมย์ เรืองรุ่ง พนักงานสอบสวนเวร สภ.สิชล จ.นครศรีธรรมราช เข้าทำการชันสูตรพลิกศพนายไพฑูรย์ สาระแน อายุ 28 ปี บ้านเดิมอยู่ อ.พลับพลาชัย จ.บุรีรัมย์ ได้จมน้ำกลางทุ่งนา ม.2 ต.สิชล อ.สิชล จ.นครศรีธรรมราช โดยสาเหตุนั้นทราบว่านายไพฑูรย์ได้พาหลานไปเล่นน้ำที่กำลังมีกระแสที่รุนแรงกลางนา ปรากฎว่าไม่สามารถช่วยตัวเองได้ จึงจมน้ำเสียชีวิตส่วนหลานปลอดภัย
ที่มา www.manager.co.th
Comment #1
ใครผิดComment #2
คนแม่น้ำComment #4
ตนเฉวงComment #5
หลาดดาวComment #6
ลอกอ ข้างบ้านComment #7
ผ้าขาวม้าแดงComment #8
คนที่เสียภาษีComment #9
ผมเลือกคุณComment #10
เลือกด้วยคนเงื่อนไขในการใช้บริการ
เว็บไซท์เปิดให้ทุกท่านตั้งหัวข้อกระทู้ เพื่อสอบถามความคิดเห็น จากเพื่อนสมาชิกท่านอื่นมีเงื่อนไข คือ- เว็บบอร์ดมีการบันทึกข้อมูลผู้ใช้งาน มีระบบบันทึกไอพี ซึ่งสามารถสืบค้นไปยังผู้เขียนข้อความได้ กรุณาระมัดระวังในการเขียนข้อความซึ่งอาจก่อผลร้ายต่อตนเองและผู้อื่น
- กระทู้ที่สมาชิกตั้งหรือข้อความที่ท่านแสดงความคิดเห็น จะแสดงผลทันทีหลังการโพสต์ เว้นแต่ในกรณีที่มีความจำเป็น ข้อความที่โพสต์อาจจะไม่ขึ้นโดยอัตโนมัติ ( สมัครสมาชิกคลิกที่นี่ )
- ขอสมาชิกให้ความเคารพต่อสิทธิของผู้อื่นและตนเองในการแสดงความคิดเห็นต่อสาธารณะ โปรดงดเว้น การใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
- ข้อความ เนื้อหา รูปภาพ หรือ สิ่งอื่นใดที่เขียนหรือนำเข้าโดยสมาชิกแต่ละท่าน เป็นการแสดงความคิดเห็นของท่านเหล่านั้น ไม่ใช่มุมมองและความคิดเห็นของเว็บนี้ ทางเว็บไม่มีส่วนรับผิดชอบใดๆ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้ กรุณาใช้วิจารณญาณและดุลยพินิจ
- หากเนื้อหา หรือ ข้อความใดๆ ที่ท่านคิดว่าไม่เหมาะสม ท่านสามารถแจ้งลบได้ ทางทีมงานจะพิจารณาเพื่อลบข้อความเหล่านั้น ภายในระยะเวลาที่เหมาะสม ทางเว็บขอขอบคุณทุกท่านที่ช่วยตรวจสอบดูแล
- ผู้ดูแลเว็บไซท์ขอสงวนสิทธิ์ในการลบข้อความใดๆ ที่อาจก่อให้เกิดความหายต่อบุคคลอื่น พิจารณาแล้วเห็นว่าไม่เหมาะสม โดยไม่จำเป็นต้องแจ้งให้ท่านทราบ
เนื่องจากความคิดเห็นที่แสดงด้านบนถูกส่งขึ้นโดยอัตโนมัติจากผู้อ่าน โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน เจ้าของเว็บไซท์ ไม่จำเป็นต้องรับผิดชอบ หากข้อความในกระทู้ พาดพิงบุคคลอื่นในทางเสียหาย และหากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม โปรดแจ้งทีมงานโดยด่วน เพื่อดำเนินการต่อไป
แจ้งลบหัวข้อ