หน้าทอนซิตี้ : NathonCity

จากสมาชิก

หยุดซ่อม..เพื่อสร้าง

by สมุยย่ำแย่ @July,06 2008 12.08 ( IP : 118...150 ) | Tags : จากสมาชิก

โดย สมุยย่ำแย่




ถึงเวลาหรือยังที่จะ..หยุดเพื่อซ่อม...ก่อนที่จะสร้างกันต่อไป


เกาะสมุยเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางทะเลฝั่งอ่าวไทยมากว่า 30 ปี  คาดหวังกันว่าจะเป็นแหล่งท่องเที่ยวภายใต้สถานะของ “เมืองท่องเที่ยวธรรมชาติระดับโลก”  ที่ผ่านมาด้วยความภาคภูมิใจ  เราได้ใช้ธรรมชาติและฐานทรัพยากรเดิมที่มีอยู่มาเป็นจุดขายและนำมาซึ่งรายได้มหาศาล  แต่ขณะเดียวกันเมื่อได้มุ่งเป้าไปที่การได้มาของรายได้และเม็ดเงินที่มากขึ้น และให้ได้มากที่สุด  เร็วที่สุด  หลายๆคน รวมทั้งภาครัฐ ประชาชนบนเกาะกลับลืม หรือแกล้งลืมไปว่าเรากำลังทำให้เกาะสมุยสูญเสียภาพลักษณ์ในอดีต  และลืมไปว่าอะไรที่เป็นสิ่งดึงดูดใจนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกมายังเกาะสมุย


ต้องยอมรับว่าภาพรวมวันนี้ **“สมุยกำลังย่ำแย่” ** สิ่งที่คาดว่าจะรุ่งเรืองหลังจากผู้คนและกลุ่มทุนทะลักมาจากภัยสึนามิ  แต่แค่ผ่านไปสามสี่ปี กลับกลายเป็นว่าการลงทุนกำลังชะงัก ค่าครองชีพพุ่งสูงไปกับค่าน้ำมัน ราคาสินค้าที่ไม่หยุดนิ่ง  ปัญหายาเสพติดเพิ่มขึ้น โรคไข้เลือดออกพุ่งขึ้นเป็นอันดับหนึ่งของจังหวัด  นักเรียนคุณภาพด้อยลง  ขยะกำลังเพิ่มล้นเตา


จากสถิติของนักท่องเที่ยวชี้ชัดว่า ตลาดท่องเที่ยวชาวไทยหายไปเกือบหมด  นักท่องเที่ยวต่างประเทศหน้าเดิมกลับมาน้อยลงและหลายคนไม่กลับมาสมุยอีกแล้ว    อสังหาริมทรัพย์ของชาวต่างชาติทั้งริมทะเลและภูเขาก็ไม่สวยหรูเหมือนที่คาดหวัง  คนสมุยเองหลายกลุ่มโดยเฉพาะที่ไม่เกี่ยวกับการท่องเที่ยวและบริการโดยตรง ชุมชนท้องถิ่นเดิมๆ ชาวสวนเกษตรกร ชาวประมง เริ่มมองเห็นถึงความรู้สึกว่า ยิ่งพัฒนามากขึ้นเร็วขึ้น พวกเขาก็จะอยู่ยากยิ่งขึ้น คนเกาะสมุยเองก็เสียดายความเป็นธรรมชาติของสมุยในอดีต  เพราะเริ่มได้เห็นความหายนะที่ตามมากับการเติบโตของเมือง  แต่ไม่รู้จะทำอย่างไร  แต่เมื่อคนอื่นทำลายธรรมชาติแล้วได้เงินเราก็ต้องทำบ้าง  ในที่สุดฐานทรัพยากรได้ถูกทำลายมากขึ้นเรื่อยๆ  จึงเริ่มเห็นแนวโน้มชุมชนล่มสลาย  ศิลปวัฒนธรรมและคุณค่าทางประวัติศาสตร์ท้องถิ่นถูกละเลย โบสถ์อาคารเก่าถูกรื้อทิ้งอย่างไม่เห็นค่า


สาเหตุหนึ่งของปัญหา  เนื่องจากยุคปัจจุบันเป็นยุคที่มีการเปลี่ยนแปลงรวดเร็วแทบทุกด้าน เป็นการเปลี่ยนแปลงที่รุนแรง รวดเร็วและต่อเนื่อง  ห้วงเวลาแห่งการเปลี่ยนผ่านจากยุคหนึ่งไปสู่อีกยุคหนึ่ง  จากยุคเกษตรกรรมสู่ยุคบริการ จำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องมีการปรับเปลี่ยนกระบวนทัศน์กันขนานใหญ่ตั้งแต่การบริหารเมือง  ต้องสร้างเสริมเพิ่มพลังให้ชุมชน และการพัฒนาความสามารถของผู้คนทุกระดับ  ให้สามารถรับกับการเปลี่ยนแปลงเพื่อที่จะก้าวทันสถานการณ์ ต้องยกระดับให้ชุมชนรู้เท่าทันความเป็นสากลให้เร็วที่สุด


ทว่า ณ.วันนี้ แม้กระทั่งนโยบายของรัฐทั้งส่วนกลางและท้องถิ่นก็ยังกำหนดไม่ได้ว่า  เราจะพัฒนาถึงระดับไหนแล้วเราจะอยู่ร่วมกันอย่างไรบนเกาะแห่งนี้อย่างมีความสุข  ควรจะมีประชากรสักเท่าไร ?  ควรจะมีห้องพักสักเท่าไร  คาดว่าจะต้องใช้น้ำอีกเท่าไรในสิบปีหรือยี่สิบปีข้างหน้า ?  เราเพิ่มการใช้ไฟฟ้าอีกเท่าไร ?  จะต้องสร้างท่าเรืออีกสักกี่ท่าสนามบินอีกสักกี่แห่ง ? จราจรที่กำลังแออัดจะเตรียมการรองรับอย่างไร ? พื้นที่ป่าภูเขาส่วนไหนบ้างที่จะต้องสงวนรักษา หรือแม้กระทั่งแนวทางการกำจัดขยะ น้ำเสียและน้ำท่วมขังเรื้อรัง  จนกระทั่งการกำหนดขนาดเรือนจำเพื่อรองรับนักโทษในอนาคต ... ณ.วันนี้ใครบอกได้บ้างว่า  ทิศทางการพัฒนาของเกาะสมุยเราจะเป็นอย่างไรในอนาคตอีก 10-30 ปีข้างหน้า และใครจะเป็นผู้ร่วมกันทำหน้าที่เหล่านี้


เรากำลังโตอย่างสนุกสนานกันมานาน  การท่องเที่ยวอยากได้นักท่องเที่ยวคุณภาพ  แนวโน้มโรงแรม 5 ดาว 6 ดาว  จึงโผล่ขึ้นอย่างรวดเร็ว  แต่ทำไมโรงแรมของคนท้องถิ่น ระดับกลางกลับแย่ลง  ลงทุนมากแต่กำไรน้อยเรากำลังสร้างใหญ่แต่ผลตอบแทนน้อย  ชุมชนยิ่งเห็นได้ชัดว่าประโยชน์จากการท่องเที่ยวมาถึงเขาน้อยลงเรื่อยๆ  แต่ความเจริญที่ว่า เขากลับต้องมารับผลจากขยะกลิ่นเหม็น  ต้องทำระบบน้ำเสีย  ต้องมีเสาไฟฟ้าสูงรกรุงรังหน้าบ้าน  รถราเต็มบ้านเต็มเมือง  หาดก็ลงไม่ได้ เขาก็ขึ้นไม่ได้  ที่สำคัญที่เป็นคำถามในใจก็คือ ชาวบ้านต้องซื้อของราคาเดียวกับโรงแรม  ค่าเรือขึ้นเอกชน คนทำธุรกิจรับได้  แต่ชาวบ้านกลับรับภาระหนักขึ้น


ปัญหาจะแก้ได้อย่างไร ธุรกิจโรงแรมยังต้องเอาตัวรอดจากวงจรที่ต้องแข่งขันกับผู้ที่เข้ามาใหม่ ใหญ่กว่า ดีกว่า  การท่องเที่ยวยังมุ่งแค่ประชาสัมพันธ์ให้มาเที่ยว แต่เมื่อมาถึงกลับเห็นภาพที่ไม่ปรารถนาได้ทั่วไปทั้งเกาะ  ยังไม่มีการท่องเที่ยวที่มุ่งสูชุมชนโดยตรง ไม่มีใครเหลียวแลชาวบ้านเดิมๆ ชุมชนเดิมๆเลย  คิดเพียงว่าว่าเศรษฐกิจเติบโตมากเท่าไร ชาวบ้านก็จะได้รับอานิสงค์  แต่ความเป็นจริงที่ว่าไม่เคยขึ้น  การกระจายรายได้เช่นที่ผ่านมา ช่องว่างยิ่งถ่างมากขึ้น  ผลก็คือความปลอดภัยในทรัพย์สินกลับน้อยลงในเมืองท่องเที่ยวที่เจริญแบบนี้  แล้วใครจะมาเที่ยวบ้านถามหน่อย


เกาะสมุย กำลังกลายเป็น อนุสาวรีย์ของการท่องเที่ยวไทยที่ล้มเหลว  เป็นตัวอย่างกรณีศึกษา ของการใช้ผังเมืองที่ไม่ประสบผล  เป็นตัวอย่างในแวดวงสถาปนิกไทยที่ต้องถามกันว่าทำไมหน้าตาของบ้านเมืองถึงเป็นเช่นนี้  และก็เป็นตัวอย่างให้พื้นที่อื่นๆ ที่เป็นแหล่งท่องเที่ยว  เป็นตัวอย่างของทั้งรูปแบบและการบริหารเมืองที่ล้มเหลว


ในขณะที่การท่องเที่ยวต้องรณรงค์ สร้างภาคีเครือข่ายทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน ให้เป็นเกาะ สีเขียว (Koh Samui Green Island)  แต่ก็ยังมีกลุ่มคนส่วนใหญ่ที่ไม่สนใจมุ่งแต่รายได้ระยะสั้น  ทั้งที่ปัจจัยแห่งความสำเร็จของการท่องเที่ยวในอนาคตทุกคนรู้ว่าต้องขายความเป็นเกาะธรรมชาติดี  สิ่งแวดล้อมดี โรงแรมดีสีเขียว ในระดับผู้นำบนเวทีเสวนาต่างๆ พูดตลอดเวลาว่า เกาะสมุยจะต้องหันมาเอาใจใส่กับสิ่งแวดล้อม จะต้องรักษาเอกลักษณ์ต้อนมะพร้าว รักษาน้ำทะเล  รณรงค์ปลูกป่า  รณรงค์สร้างปะการังใหม่ แต่ในวิถีการปฏิบัติจริง กลับกลายเป็นตรงกันข้าม  จากนี้ไปอยากจะเห็นความเขียวในหัวใจปรากฏออกมา ไม่ใช่เป็นการสร้างภาพสีเขียวบนจอภาพเพียงอย่างเดียว


วันนี้..เมื่ออยู่ในเวทีไหนก็พูดอย่างหนึ่ง เมื่อไปอีกเวทีก็พูดไปอย่างหนึ่ง  บางท่านมีแนวคิดจะให้เอาเสาไฟฟ้า สายโทรศัพท์ลงใต้ดิน เราก็ชื่นชมในวิสัยทัศน์ แต่มาอีกเวทีหนึ่งท่านกลับสนับสนุนให้สร้างเสาไฟฟ้าสูงกว่าต้นมะพร้าว  ในเวทีหนึ่งบางท่านอาจบอกว่าทางออกของสมุยจะต้องหยุดเติบโต เพื่อมาแก้ไขปัญหา  แต่อีกด้านหนึ่งท่านกลับมีหน้าที่เพื่อเร่งการพัฒนาทุกรูปแบบอย่างไม่รั้งรอ


ในระดับกำหนดนโยบายเองก็ยังดูค่อนข้างสับสน แล้วเมื่อนำนโยบายมาปฏิบัติ นโยบายสาธารณะเหล่านี้ย่อมมีผลกับทุกภาคส่วนบนเกาะสมุย  จะมีใคร? เป็นผู้ตอบคำถามได้ว่า  โครงการที่จะเกิดขึ้นข้างต้นจะแก้ปัญหาที่มีอยู่ได้จริง ? และจะทำให้การพัฒนาเมืองสมุยได้ภาพในอนาคตชัดเจนว่าสมุยจะโตแบบไหน ภูเก็ต  พัทยา  บาหลี ฮ่องกงหรือสิงคโปร์ ฯลฯ  หรือจะสร้างสมุยให้เป็นสมุยอย่างยั่งยืนได้เพียงไร


การพัฒนาที่ยั่งยืน ความหมายง่ายๆ คือพัฒนาแล้วจะต้องไม่เป็นภาระแก่คนทั้งในรุ่นปัจจุบันและอนาคต ใครตอบได้บ้างว่าการพัฒนาเกาะสมุยเรามุ่งไปสู่ความยั่งยืนจริงหรือ  เพราะภาพที่เห็นอยู่วันนี้กลับเห็นแต่ความย่ำแย่ ความถดถอย  ไร้ความหวัง  เมื่อโรงแรมจำนวนห้องมากขึ้น โรงแรมที่มีอยู่มั่นใจหรือว่าสถานะของตัวเองแล้วหรือว่าจะดีขึ้นตามไปด้วย    เมื่อไม่มีโควตาตั่วเครื่องบินก็ได้แต่เรียกร้องหาสนามบินแห่งที่สอง  เมื่อขาดน้ำก็ร้องเรียก เขื่อนกักเก็บน้ำอีกสองสามเขื่อนแย่งน้ำการเกษตรมาเพื่อการท่องเที่ยว  ขยายถนนกันอีกสองสามเลน  จะแก้นำท่วมกันไม่จบสิ้น จะต้องสร้างระบบบำบัดและ เตาเผาขยะกันอีกกี่ครั้ง  เพิ่มไฟฟ้าอีกไม่รู้กี่สายเคเบิล    แล้วแบบนี้มันจะสิ้นสุดที่ตรงไหน


โครงการต่างๆที่เกิดขึ้น  ล้วนมีความต้องการที่จะสร้างสังคมแห่งโอกาสซึ่งจะมีความเป็นธรรมแค่ไหนระหว่างทุนขนาดใหญ่กับชาวบ้าน  เช่น ชุมชนใกล้แหล่งน้ำเป็นผู้เสียสละทรัพยากรน้ำแต่กลับไม่ได้น้ำใช้  ชาวสมุยช่วยกันรักษาพื้นที่ป่าบนที่สูงกันมานานแต่สุดท้ายเมื่อเห็นเงินเป็นเป้าของการพัฒนา    ชุมชนที่ไม่ใช่เมืองท่องเที่ยวหรือยังไม่หนาแน่นกลับกลายเป็นเส้นทางที่การไฟฟ้าใช้โอกาสในการสร้างเสาไฟฟ้าแรงสูงพาดผ่านไปให้ธุรกิจอีกกลุ่มหนึ่ง  เพราะคิดง่ายและเห็นเพียงชาวบ้านที่เสียงไม่ดัง  ง่ายและลงทุนน้อย ทำไม่ภาครัฐถึงคิดกันได้แค่นี้ ในเมื่อตามหลักการแล้ว “ผู้ได้ต้องเป็นผู้จ่าย”


ในช่วงเวลานี้ เราขอเพียงช่วยเหลือให้ชาวบ้านเอาตัวรอดได้  สามารถยืนหยัดได้ด้วยความภาคภูมิในความเป็นคนเกาะสมุย  ไม่ใช่พัฒนาเพื่อให้เป็นเพียงลูกจ้างตัวเล็กในเศรษฐกิจทุนนิยมเช่นในปัจจุบัน  เราขอเพียงให้โอกาสเด็กได้มีการศึกษาที่มีคุณภาพดีกว่านี้ ไม่มีใครอยากให้ลูกไปเรียนห่างพ่อห่างแม่ตั้งแต่ชั้นประถม  สาธารณสุขที่ถูกและเข้าถึงได้ใกล้เคียงกัน ไม่มีใครที่อยากที่จะต้องเป็นหนี้หรือขายสวนเพื่อการรักษาตัว  และสุดท้ายก็หวังเพียงว่าเมื่อเมืองพัฒนาดีขึ้นแล้ว  ขอโอกาสให้ชาวสมุยอยู่บนเกาะสมุยด้วยกันอย่างมีความสุข  อย่าให้ถึงวันที่คนเกาะสมุยจะต้องเอ่ยคำว่า “ขออยู่บนเกาะสมุยด้วยคนน่ะ”

ในอนาคตหากธรรมชาติหายไป  ขณะที่สถานที่ท่องเที่ยวแหล่งอื่นดึงดูดนักท่องเที่ยวได้มากขึ้น  ราคาถูกกว่า ปลอดภัยกว่า  มลภาวะน้อยกว่า หรือเกิดเหตุอันทำให้นักท่องเที่ยวหาย  คนสมุยจะทำอย่างไร ?  ใครรับผิดชอบกับการพัฒนาแบบนี้  รัฐได้เตรียมสร้างภูมิคุ้มกัน สร้างโอกาสให้คนไทยตัวเล็กๆบนเกาะบ้างหรือไม่  มีเศรษฐกิจพื้นฐานอะไรที่รองรับได้บ้าง เพราะสิ่งเหล่านี้ได้เกิดมาแล้วกับหลายสถานที่ท่องเที่ยว  จึงชวนให้เราหันกลับมาคิดว่าเกาะสมุยกำลังเดินถูกทางแล้วหรือ    ขอให้ใช้ความกล้าในการตัดสินใจ ก่อนที่ไม่มีวันที่ความกล้าของท่านเกิดผลกับเกาะสมุย  ถึงเวลาหรือยังที่จะหาทางออกก่อนที่จะเจอทางตัน

หัวข้อที่เกี่ยวข้อง

Comment #1
Posted @July,06 2008 21.24 ip : 118...150

อืมๆ ...นับถือนับถือ  ถึงมองในมุมลบแต่ก็ให้ข้อคิดที่ดีกับหลายฝ่าย....อ่านแล้วไม่รู้สึกเลยก็เกินไปล่ะ ....ใช่เลย แล้วเราจะหาผู้นำมาจากไหน..เพราะมันมืดๆดำๆๆทั้งน้าน ช่วยกันหน่อย

Comment #2
Posted @July,06 2008 23.20 ip : 118...179

พูดถึงเรื่องการแข่งขันในธุรกิจโรงแรมระดับกลาง - เล็ก ที่ต้องเจอกับการเข้ามาของโรงแรมขนาดใหญ่ ซึ่งมีหลายระดับ จนในขณะนี้หลายฝ่ายพยามยามเรียกห้องให้มีการจำกัดปริมาณห้องพัก ซึ่งคงมีทั้งที่เป็นห่วงเรื่องสิ่งแวดล้อมและผลกระทบด้านต่างๆที่จะเกิดขึ้นกับเกาะ กับ ส่วนหนึ่งที่ต้องการจำกัดการเข้ามาของคู่แข่ง

ทำให้นึกถึงตอนที่คนค้าขายบางกลุ่มต่อต้านการเข้ามาของโมเดิร์นเทรด  ซึ่งจะว่าไปกลุ่มที่เรียกร้องคงไม่ได้รับการสนับสนุนจากภาคท่องเที่ยวเท่าไหร่ เพราะ ในทางตรงโมเดิร์นเทรดเป็นประโยชน์ต่อธุรกิจท่องเที่ยว

แต่ในขณะเดียวกัน ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่ามีคนได้รับผลกระทบด้านลบต่อการเข้ามาของผู้เล่นรายใหญ่ในตลาดค้าปลีกจริง ซึ่งไม่มีใครสนใจว่าผลกระทบนั้นขนาดไหน จะบรรเทาอย่างไร เพราะ อ้างว่าส่วนใหญ่ต้องการ ส่วนใหญ่ได้ประโยชน์

พออ่านบทความนี้ที่พาดพิงถึงผลกระทบที่เกิดขึ้นในภาคท่องเที่ยว ทำให้นึกได้ว่า ถึงที่สุดวันหนึ่งเราเองจะกลายเป็นเสียงส่วนน้อยได้ทุกเมื่อ  ถ้าเราใช้ตรรกะอันเดียวกันกับกรณีค้าปลีก การเข้ามาของโรงแรมใหญ่ๆ ก็ส่งผลดีต่อภาพรวม  แล้วจะไปกีดกันทำไม ? อาจจะอ้างเรื่องความสามารถในการรองรับ แต่ทำไมในภาคค้าปลีกถึงไม่อ้างเรื่องนี้บ้าง

อาจไม่เกี่ยวกับบทความทั้งหมด แค่คิดว่าเราคงต้องฟังเสียงส่วนน้อยให้มากขึ้น อย่าอ้างว่าส่วนใหญ่เอาด้วยแล้วก็ละทิ้งไม่สนใจส่วนน้อย เพราะวันหนึ่งเราอาจเป็นเสียงส่วนน้อยเสียเอง ทางหนึ่งที่จะรับประกันได้ว่าเสียงส่วนน้อยจะได้รับการรับฟัง ก็คือ เมื่อเราเป็นเสียงส่วนใหญ่ เราก็อย่าลืมฟังเสียงส่วนน้อย

ขอบคุณเจ้าของบทความ

Comment #3
Posted @July,07 2008 11.33 ip : 117...247

คนสมุยจริงๆที่ทำธุรกิจด้านนี้คงสู้พวกนักลงทุนใหญ่ระดับชาติไม่ได้หรอกเงินมันหนากว่ากันเยอะเเต่ช่วยกันฟื้นฟูให้คนในท้องถิ่นได้รับผลประโยชน์บ้างนะเพราะนอกเหนือจากธุรกิจการท่องเที่ยวเเล้วคนสมุยไม่มีงานอะไรที่รองรับได้เเล้ว ยิ่งภาวะเศรษฐกิจเช่นนี้ คนสมุยก็เครียดกันพอสมควรเเล้ว

Comment #4
Posted @July,07 2008 11.37 ip : 118...59

มันเป็นเรื่องระบบทุนนิยมเสรี ที่อยากที่จะห้ามได้โดยเฉพาะเมื่อนโยบายรัฐบาลกลางต้องการแบบนี้ เรื่องของคนส่วนน้อยตัวเล็กๆๆ ก็ไม่มีใครรับรู้จริง...ในทางทฤษฎีใช้เลยที่คุณต้องฟังเสียงส่วนน้อย แต่ที่มันวุ่นวายอยู่ทั้งประเทศตอนนี้ก็เพราะเรื่องแบบนี้แหละ...บ้านเมืองอื่นเขาเป็นอย่างไรไม่ทราบแต่เมืองที่มีพัฒนาการมากกว่านี้ เมืองที่เขารู้ทันการเปลี่ยนแปลง รัฐต้องมีกติกาที่ปกป้องคนกลุ่มน้อยด้วย...ในขณะที่เมืองไทยตอนนี้กลุ่มเล็กเสียงน้อยๆๆ ได้แต่ต้องรีบสร้างภูมิคุ้มกันให้ตัวเอง..

ท้องถิ่นหากหลงไปกับกระแสทุนใหญ่เพื่อผลประโยชน์ส่วนตน หรือผลประโยชน์ซ่อนเร้น สุดท้ายคนส่วนน้อยก็ยิ่งตาย ตัวอย่างง่ายๆ ในการบริหารเมืองเขาก็อ้างแต่เสียงส่วนใหญ่  คนที่อยากได้ผลประโยชน์ก็ต้องเปลี่ยนไปเข้ากับคนส่วนใหญ่เพื่อเร่งเอาประโยชน์ให้ตน  คนส่วนน้อยในชุมชน ในหมู่บ้านก็อ่อนแรงไปเรื่อยๆ ประชานิยมจึงระบาดไปทั่วประเทศ เพราะชุมชนแตกสลาย

ถ้ารัฐท้องถิ่นตามทันหรือเข้าใจความเปลี่ยนแปลงของกระแสทุนสักหน่อย  การเปิดห้างใหญ่กติกาเมืองไทยเป็นอย่างนี้จริง แต่ทำไมคุณไม่ฉีดวัคซีนให้คนท้องถิ่นที่กำลังจะเป็นเสียงส่วนน้อยแล้ว เสียงจะค่อยๆๆเงียบ เพราะทุนใหญ่เขาต้องเรียกร้องในสิ่งที่เขาอยากได้ ไม่เชื่อหรอกว่าโรงแรม 5 - 6 ดาว จะมาทุ่มทุนเพื่อรักษาสิ่งแวดล้อมทำได้ก็เป็นเพียงการสร้างภาพ..อนิจจาเกาะสมุย  ทำไมท้องถิ่นไม่หันมาสนับสนุนเศรษฐกิจชาวบ้าน ในชุมชน สร้างตลาดที่สะอาด ปลอดภัย น่าจับจ่าย ทำไมไม่สร้างสวนสาธารณะ ให้เป็นที่พักผ่อนให้ชาวบ้านมีทางเลือกมากกว่าที่ต้องเข้าไปดูหนัง เดินชอบปิ้ง เมืองเจริญจริงไม่เห็นหรือที่เขาต้องพื้นที่สาธารณะให้กับชาวบ้าน  ทำไมท้องถิ่นไม่สร้างระบบสาธารณสุขที่เข้าถึงง่าย ราคาถูกแต่มีประสิทธิภาพ  ทำไมไม่สร้างโรงเรียนที่มีคุณภาพในชุมชนให้คนของตนในพื้นที่ไม่ต้องกังวลว่าโตขึ้นจะส่งไปเรียนที่ไหน  ทไมเมืองถึงสร้างแต่เพื่อการท่องเที่ยว สร้างเพื่อการท่องเที่ยว  แต่ชาวบ้านต้องมารับภาระค่าครองชีพราคาเดียวกัน..โหดเกินไปสำหรับระบบทุนแบบนี้  ชาวบ้านเขาหาทางออกไม่ได้หรอก  มีแต่คนมีอำนาจต้องทำ

Comment #5
Posted @July,07 2008 12.01 ip : 124...238

อีกประเด็นหนึ่งที่มักหายไป ไม่พูดถึง คือ เรื่องการจัดสรร แบ่งปันผลประโยชน์

ถ้าเรามีกลไกในการเกลี่ย เฉลี่ย แบ่งปันที่เหมาะสม ก็จะช่วยลดช่องว่างระหว่างกลุ่มต่างๆ และ อาจทำให้ชาวบ้าน ประชาชน มีทางเลือก มีอิสระในการใช้ชีวิตมากขึ้น

สมุย ภาคท่องเที่ยวโตจริง และด้านหนึ่งก็สร้างให้เกิดงานและมูลค่าเกี่ยวเนื่องไปในหลายธุรกิจ แต่หลายครั้งต้นทุนที่เกิดขึ้นในการสนับสนุนภาคท่องเที่ยวไปตกลงบนบ่าของชาวบ้าน หรือ แลกมาด้วยต้นทุนของส่วนอื่นๆในสังคม ซึ่งขาดกลไกในการแบ่งปันผลประโยชน์ที่เหมาะสม

เช่น หาดทราย ใครก็รู้ว่าเป็นสมบัติสาธารณะ แต่การที่โรงแรม อยู่ติดหาดทรายทำให้การเข้าถึงไปใช้หาดดังกล่าวของสาธารณะเป็นไปไม่ได้ หาดสาธารณะจึงเหมือนหาดส่วนตัว ที่เจ้าของหาดได้ใช้ประโยชน์โดยลำพัง

ในเมื่อเจ้าของที่ได้ผลใช้ประโยชน์จากสมบัติสาธารณะ ก็ควรมีกลไก เช่น ระบบภาษีที่เป็นธรรมในการดึงผลประโยชน์กลับมา ซึ่งรัฐอาจนำไปสร้าง สนับสนุน ระบบการศึกษา สาธารณสุข หรือ สาธารณูปโภคต่างๆในท้องที่ ถือเป็นการคืนผลประโยชน์กลับสู่สังคม

Comment #6
Posted @July,07 2008 14.47 ip : 124...1

อย่าเพิ่งหมดกำลังใจ  ทุกปัญหามีทางออก  เราชาวสมุยต้องกลมเกลียว เช้มแช็ง อย่าแตกแยกความสามัคคี  เหมือนคถำกล่าวที่ผู้ใหญ่เตยพูดให้ฟังว่า "คนสมุยไม่สามัคคีกันเพราะเป็นดินทราย  การจะหลอมรวมตัวกันเหมือนดินเหนียวนั้นยาก"
...สมุยยังไม่สิ้นคนดีค่ะ  อย่างน้อยพวกคุณทั้ง 5 comments ข้างต้นก็มีเลือดสมุยอยู่เต็ม 100 %

Comment #7
Posted @July,07 2008 21.44 ip : 118...212

ฤาว่าสมุยกำลังเพี้ยน..ดีใจที่เวปนี้ดีมีคุณภาพ  คนเขียนบทความก็ต้องสรรหาเรื่องราวคุณภาพมานำเสนอให้ได้คิดได้แย้ง. แตกต่างทางความคิดไม่ใช่เรื่องที่เราชาวสมุยจะมาแตกแยก..ขอให้กำลังใจทุกท่าน ที่ได้เขียนได้อ่าน

ฤาว่าสมุยกำลังเพี้ยน เพราะเรากลายเป็นส่วนน้อยภายในชั่วพริบตา ภายใน 3-4 ปี หลังเกิดสึนามีที่ผู้คนทั่วไทย ทั่วโลกได้เข้ามาเมืองไทย ไม่นานหรอกพวกเราอาจเป็นเหมือนเผ่าอบอริจิน หรือชนเผ่าเมารี หรืออาจเป็นชนเผ่ากระเหรียงคอยาว คงไม่ถึงกับออกงานเก็บตังค์หรอกน่ะ แต่ก็ชักหาดูได้ยากเต็มที่ ที่ผ่านมาค่อยๆๆเป็นค่อยๆๆไป แต่ตอนนี้มันเกิดอะไรขึ้นก็ไม่รู้ หรือว่าพวกที่รู้กำลังฟัดกันเอง ....โอมเพี้ยง..ขอให้...รอดปลอดภัยเถิด

Comment #8
Posted @July,12 2008 17.06 ip : 118...78

เฟอร์รี่ยังไม่ขึ้นค่าเรือรอบ2 หวั่นกระทบท่องเที่ยว
15:25 น.


นายวิวัฒน์ ชิดเชิดวงศ์ หัวหน้าขนส่งทางน้ำสุราษฎร์ธานีที่ 4 สุราษฎร์ธานี เปิดเผยว่า คณะทำงานเกี่ยวกับการเดินทางสุราษฎร์ธานีได้จัดทำประกาศเรื่องการขึ้นอัตราค่าโดยสารเรือเฟอร์รี่เส้นทางดอนสัก - เกาะสมุย - เกาะพะงัน เพื่อให้ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานีลงนาม ให้เจ้าของผู้ประกอบการเรือเฟอร์รี่ เส้นทางดอนสัก - เกาะสมุย - เกาะพะงัน เพิ่มราคาค่าโดยสาร อันเนื่องจากแบกรับค่าน้ำมันที่สูงขึ้นไม่ไหว

ทั้งนี้คณะทำงานชุดนี้ ได้มีการพิจารณาให้อยู่ในภาวะที่เหมาะสมไม่ส่งผลกระทบสร้างความกระทบแก่ผู้ที่มาใช้บริการจนมากเกินไปและสอดคล้องกับภาวะความเป็นจริงของต้นทุน โดยยังยึดการปรับราคาเดิมระลอกที่ 2 ยังไม่ปรับใหม่ เนื่องจากหวั่นผลกระทบการท่องเที่ยว

สำหรับอัตราค่าโดยสารที่ได้พิจารณาให้นายวินัย บัวประดิษฐ์ ผู้ว่าราชการสุราษฎร์ธานีได้ลงนามประกาศใช้ภายใน 15 วันนับตั้งแต่วันที่ 10 กรกฎาคม 2551 เรือเฟอร์รี่เส้นทางดอนสัก- เกาะสมุยรายการที่สำคัญ มีดังนี้ ผู้ใหญ่คนละ 150 บาท จากเดิม 130 บาท เพิ่มขึ้น 20 บาท เด็กคนละ 70 บาท จากเดิม 60 บาท เพิ่มขึ้น 10 บาท รถจักรยานยนต์ คันละ175 บาท จากเดิม 150 บาท เพิ่มขึ้น 25 บาท รถยนต์นั่ง 4 ล้อ รถตู้ รถปิ๊คอัพ คันละ 420 บาท จากเดิม 360 บาท เพิ่มขึ้น 60 บาท รถบัสขนาดกลาง คันละ 800 บาท จาก 650 บาท เพิ่มขึ้น 150 บาท รถบัสขนาดใหญ่ คันละ 900 บาท จาก 750 บาท เพิ่มขึ้น 150 บาท

ส่วนเรือเฟอร์รี่เส้นทางดอนสัก - เกาะพะงัน ผู้ใหญ่คนละ 280 บาท จากเดิม 220 บาท เพิ่มขึ้น 60 บาท เด็กคนละ 140 บาท จากเดิม 110 บาท ขึ้น 30 บาท รถจักรยานยนต์ คันละ 370 บาท จากเดิม 280 บาท เพิ่มขึ้น 90 บาท รถยนต์ รถจิ๊ป รถปิ๊คอัพ คันละ 800 บาท จากเดิม 620 บาท เพิ่มขึ้น 180 บาท รถบัสขนาดใหญ่ คันละ 1,900 บาท จากเดิม 1,450 บาท เพิ่มขึ้น 450 บาท

Comment #9
Posted @July,15 2008 01.26 ip : 118...194

อย่างนี้หรือเปล่า ที่ต้องให้น้ำเกลือ

เงื่อนไขในการใช้บริการ

เว็บไซท์เปิดให้ทุกท่านตั้งหัวข้อกระทู้ เพื่อสอบถามความคิดเห็น จากเพื่อนสมาชิกท่านอื่นมีเงื่อนไข คือ
  1. เว็บบอร์ดมีการบันทึกข้อมูลผู้ใช้งาน มีระบบบันทึกไอพี ซึ่งสามารถสืบค้นไปยังผู้เขียนข้อความได้ กรุณาระมัดระวังในการเขียนข้อความซึ่งอาจก่อผลร้ายต่อตนเองและผู้อื่น
  2. กระทู้ที่สมาชิกตั้งหรือข้อความที่ท่านแสดงความคิดเห็น จะแสดงผลทันทีหลังการโพสต์ เว้นแต่ในกรณีที่มีความจำเป็น ข้อความที่โพสต์อาจจะไม่ขึ้นโดยอัตโนมัติ ( สมัครสมาชิกคลิกที่นี่ )
  3. ขอสมาชิกให้ความเคารพต่อสิทธิของผู้อื่นและตนเองในการแสดงความคิดเห็นต่อสาธารณะ โปรดงดเว้น การใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
  4. ข้อความ เนื้อหา รูปภาพ หรือ สิ่งอื่นใดที่เขียนหรือนำเข้าโดยสมาชิกแต่ละท่าน เป็นการแสดงความคิดเห็นของท่านเหล่านั้น ไม่ใช่มุมมองและความคิดเห็นของเว็บนี้ ทางเว็บไม่มีส่วนรับผิดชอบใดๆ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้ กรุณาใช้วิจารณญาณและดุลยพินิจ
  5. หากเนื้อหา หรือ ข้อความใดๆ ที่ท่านคิดว่าไม่เหมาะสม ท่านสามารถแจ้งลบได้ ทางทีมงานจะพิจารณาเพื่อลบข้อความเหล่านั้น ภายในระยะเวลาที่เหมาะสม ทางเว็บขอขอบคุณทุกท่านที่ช่วยตรวจสอบดูแล
  6. ผู้ดูแลเว็บไซท์ขอสงวนสิทธิ์ในการลบข้อความใดๆ ที่อาจก่อให้เกิดความหายต่อบุคคลอื่น พิจารณาแล้วเห็นว่าไม่เหมาะสม โดยไม่จำเป็นต้องแจ้งให้ท่านทราบ

เนื่องจากความคิดเห็นที่แสดงด้านบนถูกส่งขึ้นโดยอัตโนมัติจากผู้อ่าน โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน เจ้าของเว็บไซท์ ไม่จำเป็นต้องรับผิดชอบ หากข้อความในกระทู้ พาดพิงบุคคลอื่นในทางเสียหาย และหากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม โปรดแจ้งทีมงานโดยด่วน เพื่อดำเนินการต่อไป

Post new comment

กรุณาป้อน Username / Password ที่ท่านได้ลงทะเบียนไว้กับเว็บไซท์แห่งนี้ หรือ สมัครเป็นสมาชิกของเว็บไซท์
Bold Italic Underline Left Center Right Ordered List Bulleted List Horizontal Rule Hyperlink Text Color :)
คำแนะนำ : เนื่องจากได้มีการเปลี่ยนแปลงวิธีการขึ้นบรรทัดใหม่ ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้
  • วิธีการขึ้นบรรทัดใหม่โดยไม่เว้นช่องว่างระหว่างบรรทัด ให้เคาะเว้นวรรค (Space bar) ที่ท้ายบรรทัดจำนวนหนึ่งครั้ง
  • วิธีการขึ้นย่อหน้าใหม่ซึ่งจะมีการเว้นช่องว่างห่างจากบรรทัดด้านบนเล็กน้อย ให้เคาะ Enter จำนวน 2 ครั้ง

Main menu

ขอเชิญทุกท่านมีส่วนร่วมกับเว็บ NathonCity ด้วยการส่งบทความ หรือภาพถ่าย มาร่วมเผยแพร่ในเว็บไซท์นี้

พยากรณ์อากาศเกาะสมุย