จากสมาชิก
จากครรภ์มารดาถึงเชิงตะกอน
คุณภาพแห่งชีวิต ปฏิทินแห่งความหวัง จากครรภ์มารดาถึงเชิงตะกอน
บทความฉบับนี้ อาจารย์ป๋วยเขียนขึ้นเป็นภาษาอังกฤษเพื่อนำเสนอต่อที่ประชุมคณะกรรมการที่ปรึกษาการพัฒนาเอเชียตะวันออกไกล (Southeast Asian Development Advisory Group - SEADAG) ในเดือนตุลาคม พ.ศ. 2516 และได้ถูกนำมาตีพิมพ์เผยแพร่ในหนังสือพิมพ์ Bangkok Post ฉบับวันที่ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2516 และถูกแปลเป็นภาษาไทยในภายหลัง
บทความของอาจารย์ ป๋วยฉบับนี้มีความพิเศษ และแสดงให้เห็นถึงความเป็นอัจฉริยภาพในทางวิชาการของอาจารย์อย่างยิ่ง โดยอาจารย์ได้เรียงร้อยเอาช่วงเวลาต่างๆ ของชีวิตบุคคลตั้งแต่ก่อนเกิดจนเมื่อถึงตายมาอธิบายให้ภาครัฐได้เห็นเป็นรูปธรรมว่า การประยุกต์ใช้หลักความมีสิทธิเสรีภาพ ความเสมอภาค การพิทักษ์สิทธิเด็กและสตรี รวมถึงการประยุกต์หลักคิดแบบเศรษฐศาสตร์แนวพุทธ อันสอดคล้องกับหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงฯ มาเป็นนโยบายทางเศรษฐกิจของภาครัฐที่ดี มาเป็นนโยบายที่เกื้อกูลต่อชีวิตความเป็นอยู่ของบุคคล นั้นควรเป็นอย่างไร
แต่ที่น่าเสียใจอย่างยิ่งก็คือ แม้ว่าอาจารย์ป๋วยจะได้เสนอบทความชิ้นนี้ไปแล้วเมื่อ 35 ปีที่ผ่านมา แม้ว่าทุกคนจะยอมรับว่าสิ่งที่อาจารย์เสนอเป็นนโยบายที่ดีที่รํบควรส่งเสริม แต่ภาครัฐไทยก็ยังไม่สามารถทำให้นโยบายต่างๆ เหล่านี้เกิดขึ้นจริงในทางปฏิบัติได้ ดังนั้นเมื่อพวกเรากำลังจะมาถึงจุดเปลี่ยนอีกครั้งเพื่อเข้าสู่ระบบการเมืองใหม่และระบบเศรษฐกิจใหม่ ก็น่าจะเป็นเวลาที่เหมาะสมที่เราจะนำเอาข้อเสนอของศาสตราจารย์ ดร.ป๋วย อึ๊งภากรณ์มาพิจารณาอีกครั้งอย่างแยบคาย และนำไปใช้เป็นแนวทางปฏิบัติ เป็นหลักการที่เป็นรูปธรรมอย่างแท้จริง เป็น Application ของระบบแนวคิดหลักคือเศรษฐศาสตร์แนวพุทธและเศรษฐกิจพอเพียง
ดังนั้นจึงขออนุญาตนำเอาบทความชิ้นนี้ของศาสตราจารย์ ดร.ป๋วย อึ๊งภากรณ์มาลงไว้อีกครั้งเพื่อให้ทุกๆ ท่านได้มีโอกาสอ่านและเรียนรู้
ศาสตราจารย์ ดร.ป๋วย อึ๊งภากรณ์
เมื่อผมอยู่ในครรภ์ของแม่ ผมต้องการให้แม่ได้รับประทานอาหารที่เป็นคุณประโยชน์ และได้รับความเอาใจใส่ และบริการอันดีในเรื่องสวัสดิภาพของแม่และเด็ก ผมไม่ต้องการมีพี่น้องมากอย่างที่พ่อแม่ผมมีอยู่ และแม่จะต้องไม่มีลูกถี่นัก
พ่อกับแม่จะแต่งงานกันถูกฎหมาย หรือธรรมเนียมประเพณีหรือไม่ ไม่สำคัญ แต่สำคัญที่ พ่อกับแม่ต้องอยู่ด้วยกันอย่างสงบสุข ทำความอบอุ่นให้ผมและพี่น้อง
ในระหว่าง 2-3 ขวบแรกของผม ซึ่งร่างกายและสมองผมกำลังเติบโตในระยะที่สำคัญ ผมต้องการให้แม่ผมกับตัวผม ได้รับประทานอาหารที่เป็นคุณประโยชน์
ผมต้องการไปโรงเรียน พี่สาวหรือน้องสาวผมก็ต้องการไปโรงเรียน จะได้มีความรู้หากินได้ และจะได้
รู้คุณธรรมแห่งชีวิต ถ้าผมสติปัญญาเรียนชั้นสูงๆ ขึ้นไป ก็ให้มีโอกาสเรียนได้ ไม่ว่าพ่อแม่ผมจะรวย หรือจน จะอยู่ในเมืองหรือชนบทแร้นแค้น
เมื่อออกจากโรงเรียนแล้ว ผมต้องการงานอาชีพที่มีความหมาย ทำให้ได้รับความพอใจว่า ตนได้ทำงานเป็นประโยชน์แก่สังคม
บ้านเมืองที่ผมอาศัยอยู่จะต้องมีขื่อ มีแป ไม่มีการข่มขู่ กดขี่ หรือประทุษร้ายกัน ประเทศของผมควรจะมีความสัมพันธ์อันชอบธรรม และเป็นประโยชน์กับโลกภายนอก ผมจะได้มีโอกาสเรียนรู้ถึงความคิด และวิชาของมนุษย์ทั้งโลก และประเทศของผมจะได้มีโอกาส รับเงินทุนจากต่างประเทศ มาใช้เป็นประโยชน์แก่ส่วนรวม
ผมต้องการให้ชาติของผมได้ขายผลิตผลแก่ต่างประเทศด้วยราคาอันเป็นธรรม ในฐานะที่ผมเป็นชาวไร่ชาวนา ผมก็อยากมีที่ดินของผมพอสมควรสำหรับทำมาหากิน มีช่องทางได้กู้ยืมเงินมาขยายงาน มีโอกาสรู้วิธีการทำกินแบบใหม่ๆ มีตลาดดี และขายสินค้าได้ราคายุติธรรม
ในฐานะที่ผมเป็นกรรมกร ผมก็ควรจะมีหุ้นมีส่วนในโรงงาน บริษัท ห้างร้านที่ผมทำอยู่
ในฐานะที่ผมเป็นมนุษย์ ผมก็ต้องการอ่านหนังสือพิมพ์ และหนังสืออื่นๆ ที่ไม่แพงนัก จะฟังวิทยุ ดูโทรทัศน์ ก็ได้โดยไม่ต้องทนรบกวนจากการโฆษณามากนัก
ผมต้องการสุขภาพอนามัยอันดี และรัฐบาลจะต้องให้บริการป้องกันโรคแก่ผมฟรี กับบริการการแพทย์ รักษาพยาบาลอย่างถูกอย่างดี เจ็บป่วยเมื่อใดหาหมอพยาบาลได้สะดวก
ผมจำเป็นต้องมีเวลาว่างสำหรับเพลิดเพลินกับครอบครัว มีสวนสาธารณะที่เขียวชะอุ่ม สามารถมีบทบาท และชมศิลปะ วรรณคดี นาฏศิลป์ ดนตรี วัฒนธรรมต่างๆ เที่ยวงานวัน งานลอยกระทง งานนักขัตฤกษ์ งานกุศลอะไรก็ได้พอสมควร
ผมต้องการอากาศบริสุทธิ์สำหรับหายใจ น้ำดื่มบริสุทธิ์สำหรับดื่ม
เรื่องอะไรที่ผมเองไม่ได้ หรือได้แต่ของไม่ดี ผมก็จะขอความร่วมมือกับเพื่อนฝูงในรูปสหกรณ์ หรือ สโมสร หรือสหภาพ จะได้ช่วยซึ่งกันและกัน
เรื่องที่ผมจะเรียกร้องข้างต้นนี้ ผมไม่เรียกร้องเปล่า ผมยินดีเสียภาษีอากรให้ส่วนรวมตามอัตภาพ
ผมต้องการโอกาสที่มีส่วนในสังคมรอบตัวผม ต้องการมีส่วนในการวินิจฉัยโชคชะตาทางการเมือง เศรษฐกิจ และสังคมของชาติ
เมียผมก็ต้องการโอกาสต่างๆ เช่นเดียวกับผม และเราสองคนควรจะได้รับความรู้และวิธีการวางแผนครอบครัว
เมื่อแก่ ผมและเมียก็ควรได้ประโยชน์ตอบแทนจากการประกันสังคม ซึ่งผมได้จ่ายบำรุงตลอดมา
เมื่อจะตาย ก็ขออย่าให้ตายอย่างโง่ๆ อย่างบ้าๆ คือตายในสงครามที่คนอื่นก่อให้เกิดขึ้น ตายในสงครามกลางเมือง ตายเพราะอุบัติเหตุรถยนต์ ตายเพราะน้ำหรืออากาศเป็นพิษ หรือตายเพราะการเมืองเป็นพิษ
เมื่อตายแล้ว ยังมีทรัพย์สมบัติเหลืออยู่ เก็บไว้ให้เมียผมพอใจในชีวิตของเธอ ถ้าลูกยังเล็กอยู่ก็เก็บไว้ เลี้ยงให้โต แต่ลูกที่โตแล้วไม่ให้ นอกนั้นรัฐบาลควรเก็บไปหมด จะได้ใช้เป็นประโยชน์ในการบำรุงชีวิตของคนอื่นๆ บ้าง
ตายแล้ว เผาผมเถิด อย่างฝัง คนอื่นจะได้มีที่ดินอาศัยและทำกิน และอย่าทำพิธีรีตอง ในงานศพให้วุ่นวายไป
นี่แหละคือความหมายของชีวิต นี่แหละคือการพัฒนาที่จะควรให้เกิดขึ้นเพื่อประโยชน์ของทุกคน สุดท้ายนี้ ขอขอบพระคุณท่านทั้งหลายที่อุตส่าห์อ่านมาจนจบ ขอความสุขสวัสดีและสันติสุข จงเป็นของท่านทั้งหลาย และพระท่านกล่าวไว้ดังนี้เกี่ยวกับความสวัสดี
"เราตถาคตไม่เห็นความสวัสดีอื่นใดของสัตว์ทั้งหลาย นอกจากปัญญา เรื่องตรัสรู้ ความเพียร ความสำเร็จอินทรีย์ และความเสียสละ"
The Quality of Life of a South East Asian: A Chronicle of Hope from Womb to Tomb
Professor Puey Ungphakorn, PhD
While in my mother's womb, I want her to have good nutrition and access to maternal and child welfare care.
I don't want to have as many brothers and sisters as my parents had before me, and I do not want my mother to have a child too soon after me.
I don't care whether my father and mother are formally married, but I need them to live together in reasonable harmony.
I want good nutrition for my mother and for me in my first two or three years when my capacity for future mental and physical development is determined.
I want to go to school, together with my sister, and to learn a trade, and to have the schools impart social values to me. If I happen to be suitable for higher education, that opportunity should be available.
When I leave school I want a job, a meaningful one in which I can feel the satisfaction of making a contribution.
I want to live in a law and order society, without molestation. I want my country to relate effectively and equitably to the outside world so that I can have access to the intellectual and technical knowledge of all mankind, as well as the capital from overseas.
I would like my country to get a fair price for the products that I and my fellow citizens create.
As a farmer, I would like to have my own plot of land, with a system which gives me access to credit, to new agricultural technology and to markets, and a fair price for my produce.
As a worker, I would want to have some share, some sense of participation in the factory in which I work.
As a human being, I would like inexpensive newspapers and paperback books, plus access to radio and TV (without too much advertising).
I want to enjoy good health, and I expect the Government to provide free preventive medical service and cheap and readily available good curative service.
I need some leisure time for myself, and to enjoy my family, and want access to some green parks, to the arts, and to traditional social or religious festivities. I want clean air to breathe and clean water to drink.
I would like to have the security of co-operative mechanisms in which I join to help others do things which they cannot do alone, and they do the same for me.
I need the opportunity to participate in the society around me, and to help shape the decisions of the economic and social as well as the political institutions that so affect my life.
I want my wife to have equal opportunity with me, and I want both of us to have access to the knowledge and means of family planning.
In my old age, it would be nice to have some form of social security to which I have contributed.
When I die, if I happen to have some money left, I would wish the Government to take some of it, leaving an adequate amount for my widow. With this money the Government should make it possible for others to enjoy life too.
These are what life is all about, and what development should seek to achieve for all.
หัวข้อที่เกี่ยวข้อง
- เสาไฟฟ้า 22 เมตร ฝันร้ายของการท่องเที่ยวบนเกาะสมุย
- คุณพรชัย นวการพิศุทธิ์ ชี้แจงข้อเท็จจริง
- ชวนดู : Kiteboarding ที่หน้าทอน
- เจ้ากรมปกครองชี้สมุยกำลังประสบปัญหาสิ่งปลูกสร้างกระทบท่องเที่ยว
- หยุดซ่อม..เพื่อสร้าง
เด็กเด็ก
mapraw-onเงื่อนไขในการใช้บริการ
เว็บไซท์เปิดให้ทุกท่านตั้งหัวข้อกระทู้ เพื่อสอบถามความคิดเห็น จากเพื่อนสมาชิกท่านอื่นมีเงื่อนไข คือ- เว็บบอร์ดมีการบันทึกข้อมูลผู้ใช้งาน มีระบบบันทึกไอพี ซึ่งสามารถสืบค้นไปยังผู้เขียนข้อความได้ กรุณาระมัดระวังในการเขียนข้อความซึ่งอาจก่อผลร้ายต่อตนเองและผู้อื่น
- กระทู้ที่สมาชิกตั้งหรือข้อความที่ท่านแสดงความคิดเห็น จะแสดงผลทันทีหลังการโพสต์ เว้นแต่ในกรณีที่มีความจำเป็น ข้อความที่โพสต์อาจจะไม่ขึ้นโดยอัตโนมัติ ( สมัครสมาชิกคลิกที่นี่ )
- ขอสมาชิกให้ความเคารพต่อสิทธิของผู้อื่นและตนเองในการแสดงความคิดเห็นต่อสาธารณะ โปรดงดเว้น การใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
- ข้อความ เนื้อหา รูปภาพ หรือ สิ่งอื่นใดที่เขียนหรือนำเข้าโดยสมาชิกแต่ละท่าน เป็นการแสดงความคิดเห็นของท่านเหล่านั้น ไม่ใช่มุมมองและความคิดเห็นของเว็บนี้ ทางเว็บไม่มีส่วนรับผิดชอบใดๆ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้ กรุณาใช้วิจารณญาณและดุลยพินิจ
- หากเนื้อหา หรือ ข้อความใดๆ ที่ท่านคิดว่าไม่เหมาะสม ท่านสามารถแจ้งลบได้ ทางทีมงานจะพิจารณาเพื่อลบข้อความเหล่านั้น ภายในระยะเวลาที่เหมาะสม ทางเว็บขอขอบคุณทุกท่านที่ช่วยตรวจสอบดูแล
- ผู้ดูแลเว็บไซท์ขอสงวนสิทธิ์ในการลบข้อความใดๆ ที่อาจก่อให้เกิดความหายต่อบุคคลอื่น พิจารณาแล้วเห็นว่าไม่เหมาะสม โดยไม่จำเป็นต้องแจ้งให้ท่านทราบ
เนื่องจากความคิดเห็นที่แสดงด้านบนถูกส่งขึ้นโดยอัตโนมัติจากผู้อ่าน โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน เจ้าของเว็บไซท์ ไม่จำเป็นต้องรับผิดชอบ หากข้อความในกระทู้ พาดพิงบุคคลอื่นในทางเสียหาย และหากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม โปรดแจ้งทีมงานโดยด่วน เพื่อดำเนินการต่อไป
แจ้งลบหัวข้อ