หน้าทอนซิตี้ : NathonCity

เก็บข่าวมาเล่า

'ผู้สมัครสำรอง' อีกบทบาทเครือญาติคนเกาะสมุย

by NathonCity @September,18 2008 21.36 ( IP : 118...206 ) | Tags : เก็บข่าวมาเล่า , เลือกตั้งเทศบาล

จาก โฟกัสภาคใต้
17 ก.ย. 2551




เป็นธรรมดาที่เทือกเถาเหล่ากอดั้งเดิม บนเกาะเล็กๆ อย่างเกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี ที่วันนี้ได้รับการยกฐานะ ขึ้นเป็น "เทศบาลเมืองเกาะสมุย" จะโยงใยเป็นเครือญาติ กันทั้งเกาะ


เมื่อคนทั้งเกาะต่อสายโยงใยเป็นเครือญาติกันเกือบหมด เช่นนี้ ย่อมไม่แปลกในวันที่ประเทศไทยกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่น เปิดโอกาสให้มีการเลือกตั้งผู้บริหารท้องถิ่นโดยตรง ในสังคมเล็กๆ แคบๆ อย่างเกาะสมุย บทบาทของโครงข่ายเครือญาติจึงสำคัญยิ่ง


บทบาทแรก ในฐานะผู้สมัครรับเลือกตั้ง ซึ่งเห็นได้ชัดว่า หลายตระกูลลงสมัครรับเลือกตั้งแข่งขันกันเอง ทั้งที่ใช้นามสกุลเดียวกัน และต่างนามสกุลกัน


อย่าง "นายประหยัด มีเพียร" ผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นนายกเทศมนตรีเมืองเกาะสมุย หมายเลข 3 กลุ่มรักสมุย มีญาติโยงใยอยู่บนเกาะสมุยถึง 6 ตระกูลใหญ่ ประกอบด้วย มีเพียร, แซ่ลิ้ม, บุญเจริญ, ยืนนาน, ทวยเจริญ และทองเรือง


จึงไม่ต้องพูดถึงตระกูลใหญ่คับเกาะอย่าง "ศรีขวัญ" ของ "นางถนอมศรี รัตนรักษ์" หรือที่ชาวบ้านเกาะสมุยเรียกติดปากว่า "ป้าแต๋ว" ภริยา "นายวรากรณ์ รัตนรักษ์" ผู้สมัคร รับเลือกตั้งนายกเทศมนตรี หมายเลข 2 กลุ่มพัฒนาสมุย ที่เกาะเกี่ยวเป็นญาติกับผู้คนเกือบทั้งเกาะ


ไม่เว้นกระทั่ง ตระกูล "ใจกว้าง" ของ "นายรามเนตร ใจกว้าง" ผู้สมัครรับเลือกตั้งนายกเทศมนตรี หมายเลข 1 กลุ่มสมุยก้าวหน้า ก็เป็นตระกูลเก่าแก่ มีบทบาทกว้างขวางอยู่บนเกาะสมุยเช่นกัน


เมื่อตระกูลใหญ่ๆ ที่มีบทบาทบนเกาะมีสายโยงใยเป็นเครือญาติกัน จึงเป็นธรรมดาที่แต่ละทีม จะต้องดึงคนในตระกูลเหล่านี้มาลงสมัครรับเลือกตั้งในทีมของตัวเอง ด้วยเล็งเห็นว่าฐานเครือญาติที่ติดตัวเพื่อนร่วมทีม นอกจากจะเป็น ฐานคะแนนสำคัญของแต่ละทีมแล้ว ยังไปตัดคะแนนของทีมคู่แข่ง ที่มีฐานเสียงจากตระกูลเดียวกันด้วย


จะเห็นได้ว่า ตระกูล "มีเพียร" นอกจาก "นายประหยัด มีเพียร" จะลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นนายกเทศมนตรี ในนามกลุ่มรักสมุยแล้ว ยังดึงนายอารักษ์ มีเพียร ลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาเทศบาล เขต 1 และส่งนางจิรา มีเพียร ลงสมัครรับ เลือกตั้งเป็นสมาชิกเทศบาล เขต 3 ด้วย


ขณะที่นายบุญฤทธิ์ มีเพียร กลับไปลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาเทศบาล เขต 1 ในสังกัดกลุ่มสมุยก้าวหน้า ชนกับนายอารักษ์ มีเพียร โดยตรง


เช่นเดียวกับตระกูล "ใจกว้าง" นอกจาก "นายรามเนตร ใจกว้าง" จะลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นนายเทศมนตรี ในฐานะหัวหน้ากลุ่มสมุยก้าวหน้าแล้ว ยังส่งพี่ชายนายเรืองนาม ใจกว้าง ลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นนายกเทศมนตรี ในนามอิสระด้วย


ขณะเดียวกัน กลุ่มพัฒนาสมุย คู่แข่งสำคัญของกลุ่มสมุยก้าวหน้า ก็ดึงนายพรชัย ใจกว้าง ไปลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาเทศบาลเมืองเกาะสมุย เขต 3


อาจจะแตกต่างกับ ตระกูล "รัตนรักษ์" ของ "นายวรากรณ์ รัตนรักษ์" ผู้ลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นนายกเทศมนตรี กลุ่มพัฒนาสมุย ที่มีเพียงบุตรชายนายณัฐพล รัตนรักษ์ ลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาเทศบาล เขต 3 ในฐานะลูกทีมของคุณพ่อเพียงคนเดียว


ทว่า เมื่อหันไปมองที่ตระกูล "ศรีขวัญ" ญาติข้างฝ่ายภรรยาของ "นายวรากรณ์ รัตนรักษ์" ก็พบว่า มีชื่อนายสมชาย ศรีขวัญ ลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นนายกเทศมนตรี ในนามอิสระ มีนายสมพล ศรีขวัญ ลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาเทศบาล เขต 3 สังกัดกลุ่มพัฒนาสมุย


ขณะที่ นายวินัย ศรีขวัญ กลับไปลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาเทศบาล เขต 3 กลุ่มรักสมุย


ส่วนตระกูล "ภู่ไพบูลย์" นอกจากนายสุนทร ภู่ไพบูลย์ ลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต 2 กลุ่มสมุยก้าวหน้าแล้ว ยังมีนายพงษ์พิพัฒน์ ภู่ไพบูลย์ ลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาเทศบาล เขต 3 กลุ่มพัฒนาสมุยด้วย


เช่นเดียวกับ ตระกูล "เมืองพรหม" ที่มีนายธีระพงศ์ เมืองพรหม ลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาเทศบาล เขต 2 ในสีเสื้อกลุ่มสมุยก้าวหน้า แล้วยังมีนายสมบุญ เมืองพรหม ลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาเทศบาล เขต 3 ในสังกัดกลุ่มรักสมุย


นี่คือ บทบาทของผู้คนแต่ละตระกูล ในฐานะผู้ลงสมัคร รับเลือกตั้ง


ในขณะที่อีกบทบาท ซึ่งสำคัญและมีผลต่อการแพ้ - ชนะอย่างยิ่ง คือ บทบาทของหัวคะแนน ในแต่ละสายเครือญาติ ที่ออกแรงชนิดเอาการเอางานและขยันขันแข็งอย่างยิ่ง ในทุกย่านถิ่นชุมชนบนเกาะเล็กๆ แห่งนี้


เป็นบทบาทที่แสดงออกทั้งอย่างเปิดเผยและซ่อนเร้น ถึงแม้มองลึกลงไปในชุมชน จะเห็นถึงความคึกคัก แต่ในทางเปิดบทบาทของคนกลุ่มนี้ กลับไม่ปรากฏให้เห็นต่อหน้าสาธารณ ชนวงกว้าง


เป็นบทบาทที่ดูเหมือนเงียบ ทว่า ครึกโครมอยู่ในชุมชน คนท้องถิ่น


สำหรับการเลือกตั้งครั้งนี้ ยังมีอีกบทบาทของญาติ ที่ไม่ปรากฏให้เห็นในการเลือกตั้งที่อื่นๆ นั่นคือ บทบาทผู้สมัครสำรอง


ผู้สมัครสำรองที่พร้อมจะขึ้นมาเป็นผู้สมัครตัวจริง หาเสียงจริง สู้จริง ถ้าผู้สมัครตัวจริงมีปัญหา


กลยุทธ์นี้ ถูกหยิบขึ้นมาใช้โดย "กลุ่มสมุยก้าวหน้า" ที่ส่ง "นายเรืองนาม ใจกว้าง" ลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นนายกเทศมนตรี หมายเลข 4 เป็นตัวสำรองที่พร้อมจะขึ้นมาแทนน้องชาย "นายรามเนตร ใจกว้าง"


ส่งผลให้ "นางถนอมศรี รัตนรักษ์" ภรรยา "นายวรากรณ์ รัตนรักษ์" ตัดสินใจส่งน้องชาย "นายสมชาย ศรีขวัญ" ลงสมัครรับเลือกตั้งในตำแหน่งนายกเทศมนตรี เป็นตัวสำรองของกลุ่มสมุยก้าวหน้า


"เราไม่รู้ว่าเขาจะเล่นอะไร เมื่อเขาส่งพี่ชายลงสมัคร เราก็ต้องส่งคนของเราลงสมัคร เตรียมรับสถานการณ์ไว้ด้วย" เป็นคำบอกเล่าของ "นางถนอมศรี รัตนรักษ์" กับ "โฟกัสภาคใต้"


ทำไม ถึงต้องส่งผู้สมัครสำรอง ผู้สมัครสำรองจะได้เป็น ตัวจริงตอนไหน


คำตอบ ก็คือ มีเพียงโอกาสเดียวที่ผู้สมัครสำรอง จะได้เป็นตัวจริง นั่นคือ ผู้สมัครตัวจริงถูกใบแดงก่อนถึงวันลง คะแนนเสียงเลือกตั้ง


ด้วยเพราะถ้าหากผู้สมัครที่ได้รับเลือกตั้ง ถูกใบแดงหลังจากการเลือกตั้งแล้วเสร็จ นอกจากผู้ถูกใบแดงจะถูกตัดสิทธิเลือกตั้งแล้ว คณะกรรมการการเลือกตั้ง จะต้องจัดการเลือกตั้ง ด้วยการเปิดรับสมัครเลือกตั้งใหม่


ถึงแม้วันนี้ โอกาสที่ตัวสำรอง จะได้แสดงบทบาทเป็นตัวจริง จะหมดไปแล้ว เพราะผู้สมัครตัวจริงอยู่รอดปลอดพ้น "ใบแดง" จนถึงวันลงคะแนนเสียง


ทว่า การออกมาของผู้สมัครสำรอง ที่ไม่ได้หาเสียง ไม่มีโปสเตอร์ ไร้แผ่นปลิวแนะนำตัว ก็แสดงให้เห็นถึงบทบาทความเป็น "เครือญาติ" ที่มีลักษณะเฉพาะอย่างยิ่งของชาวเกาะสมุยโดยแท้


ที่มา www.focuspaktai.com

Main menu

สมัครสมาชิก · ลืมรหัสผ่าน
  • คนขี่เสือ - เรื่องราวของคนขี่เสือที่เกาะสมุย
  • Nathon Radio
  • สถานีวิทยุแห่งประเทศไทยสมุย FM 96.75 MHz
  • หน้าทอนคึกคัก - รวมความเคลื่อนไหว
  • ศูนย์สื่อสารโรงพยาบาลเกาะสมุย

ขอเชิญทุกท่านมีส่วนร่วมกับเว็บ NathonCity ด้วยการส่งบทความ หรือภาพถ่าย มาร่วมเผยแพร่ในเว็บไซท์นี้