หน้าทอนซิตี้ : NathonCity

เก็บข่าวมาเล่า

เอ็มบีเคพับแผนลงทุนโรงแรม 2 พันล.

จาก กรุงเทพธุรกิจ (ออนไลน์)
7 มกราคม พ.ศ. 2552




เอ็มบีเค" เบรคแผนลงทุนธุรกิจเกี่ยวเนื่องกับการท่องเที่ยว ทั้งโรงแรม-พัฒนาที่ดินขายต่างชาติ สมุย-ภูเก็ต รวมมูลค่ากว่า 2 พันล้านบาท หันเน้นธุรกิจหลักขยายพื้นที่ค้าปลีกเดินหน้าลงทุนกว่า 2 พันล้านบาท ผุดคอมมูนิตี้มอลล์-ปรับเอ็มบีเค เซ็นเตอร์ ขยายรับบริหารจัดการศูนย์การค้า

กรุงเทพธุรกิจ ออนไลน์ : นายสุเวทย์ ธีรวชิรกุล กรรมการผู้อำนวยการ และนายวินัย ศรีชอบธรรม ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการสายการตลาด บริษัท เอ็ม บี เค จำกัด (มหาชน) ผู้บริหารศูนย์การค้าเอ็มบีเค เซ็นเตอร์ เปิดเผยว่า จากภาวะเศรษฐกิจโลกที่มีปัญหา และเหตุการณ์ทางการเมืองไทยที่ยังไม่นิ่ง ส่งผลกระทบต่อการจับจ่ายของผู้บริโภค และจำนวนนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเข้าไทยลดลง ส่งผลกระทบต่อธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยว ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจโรงแรม ศูนย์การค้า สนามกอล์ฟ พัฒนาที่ดิน ฯลฯ  ซึ่งเป็นธุรกิจหลักของบริษัททั้งสิ้น เอ็มบีเค จึงต้องวางแผนดำเนินธุรกิจอย่างรอบคอบ 


“สถานการณ์บ้านเมืองเวลานี้ ทำให้การทำธุรกิจปีนี้น่าจะเหนื่อย ทำให้ต้องวางแผนอย่างรอบคอบ ปรับแผนการตลาดที่ดีในการดูแลธุรกิจให้เติบโต ทำให้เราต้องเลือกลงทุนในบางส่วนและชะลอลงทุนบางส่วน” นายสุเวทย์กล่าวและว่า


ชะลอลงทุนรับท่องเที่ยว 2 พันล. 


ผู้บริหารเอ็มบีเค เผยว่าในปีงบประมาณ 2551-2552 และปีงบประมาณ 2552-2553 บริษัทได้ตัดสินใจชะลอการลงทุนในธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับภาคการท่องเที่ยวลงทั้งหมด เช่น โครงการสร้างโรงแรมที่เกาะสมุย มูลค่า 800 ล้านบาท ซึ่งเดิมจะเริ่มก่อสร้างต้นปีนี้ คาดว่าจะเริ่มโครงการได้ต้นปีหน้า ระงับไว้ก่อน แผนสร้างโรงแรมที่ภูเก็ต 2 แห่งก็เช่นกัน ชะลอโครงการลงทุนโรงแรมระดับไฮเอ็นด์ เหลือเพียงลงทุนโรงแรมขนาดเล็กระดับ 3 ดาว รวมทั้งชะลอโครงการพัฒนาที่ดินสำหรับขายชาวต่างชาติ รวมมูลค่าการลงทุนที่ชะลอออกไปราว 2,000 ล้านบาท ขณะที่โครงการสำหรับคนไทย ยังคงดำเนินการต่อเนื่อง โดยไม่เร่งรีบ


การตัดสินใจดังกล่าว ต่อเนื่องมาจากช่วงตั้งแต่เดือนก.ย. เป็นต้นมา ที่ภาคอุตสาหกรรมท่องเที่ยวได้รับผลกระทบโดยตรง จากเหตุการณ์รุนแรงทางการเมือง ทำให้บริษัทต้องสูญเสียโอกาส สูญรายได้รวมกว่า 30-40 ล้านบาท จากยอดเข้าพักที่ลดลง จากโรงแรมปทุมวันปริ๊นเซส 20-30 ล้านบาท และจากโรงแรมที่กระบี่ อีกประมาณ 10 ล้านบาท


เน้นขยายธุรกิจศูนย์การค้า


อย่างไรก็ตาม ผู้บริหารเอ็มบีเค ย้ำว่า บริษัทยังมีการขยายธุรกิจศูนย์การค้า  โดยตั้งงบลงทุนไว้กว่า 2,000 ล้านบาท ซึ่งเชื่อว่าแม้เศรษฐกิจจะไม่ดีนัก แต่เป็นช่วงเวลาที่เหมาะสำหรับการลงทุนอย่างต่อเนื่องในบางโครงการ ประกอบด้วย  โครงการสร้างศูนย์การค้าขนาดย่อม หรือ คอมมูนิตี้มอลล์ (Community Mall)  ย่านพระราม 9 (พรีเมียร์พระราม 9 เดิม)  มูลค่าประมาณ 800 ล้านบาท คิดเป็นพื้นที่ขายประมาณ 20,000 ตร.ม. 


โครงการปรับปรุงศูนย์การค้าเสรีเซ็นเตอร์ ใช้งบไม่ต่ำกว่า 100 ล้านบาท  โครงการสร้างโรงแรมระดับ 3 ดาวในสนามล็อคปาล์ม กอล์ฟ คอร์ส  ที่จ.ภูเก็ต, โครงการปรับปรุงห้องพัก ที่โรงแรมปทุมวันปริ๊นเซส, โครงการสนามกอล์ฟที่ จ.ปทุมธานี ซึ่งจะเร่งดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในปีนี้ 


หันรับบริหารจัดการศูนย์ค้าปลีก 


นอกจากการปรับแผนลงทุนดังกล่าวแล้ว นายสุเวทย์ เผยว่า บริษัทได้แตกไลน์ธุรกิจรับบริหารจัดการศูนย์การค้า ประเภทช้อปปิ้งเซ็นเตอร์ หรือการบริหารพื้นที่เช่า รองรับการขยายตัวของธุรกิจศูนย์การค้าขนาดย่อม หรือคอมมูนิตี้มอลล์ ซึ่งขณะนี้ได้มีเจ้าของที่ดินสนใจพัฒนาที่ดินรองรับโอกาสทางการตลาดและการขยายตัวของชุมชนจำนวนมาก จะเห็นว่าปัจจุบันวิถีชีวิตคนเมือง รวมทั้งภาวะเศรษฐกิจ ทำให้ผู้บริโภคหันมาจับจ่ายในร้านค้าใกล้เคียงที่อยู่อาศัยมากขึ้น


ประกอบกับ ประสบการณ์ในการบริหารศูนย์การค้าเอ็มบีเค เซ็นเตอร์ นานกว่า 25 ปี มีลูกค้าหมุนเวียนเฉลี่ย 1 แสนคนต่อวัน มีทีมงานด้านการบริหารจัดการศูนย์การค้าในทุกๆ ด้าน ทั้งยังมีธุรกิจด้านบริการอื่นๆ อาทิ ธุรกิจโรงแรม ธุรกิจสนามกอล์ฟ ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ธุรกิจทัวร์ ฯลฯ อีกกว่า 30 บริษัทในเครือ จึงทำให้บริษัทฯ มีความเชี่ยวชาญเรื่องการบริหารจัดการในธุรกิจการบริการ ซึ่งธุรกิจดังกล่าว จะเป็นการสร้างรายได้เพิ่มให้กับบริษัทอีกทาง


รูปแบบของการรับบริหารศูนย์การค้า จะมีบริการครอบคลุมทุกระบบ ขึ้นอยู่กับความต้องการของลูกค้าว่า ต้องการให้ดูแลทั้งหมด หรือต้องการให้บริหารเฉพาะบางส่วน  โดยอัตราค่าบริการจะขึ้นอยู่กับขนาดของพื้นที่ศูนย์การค้า รวมทั้งขอบข่ายของการบริหารจัดการที่จะให้ดูแลทุกระบบหรือบางส่วน โดยมีลูกค้ากลุ่มเป้าหมาย คือ ศูนย์การค้าขนาดกลาง หรือ คอมมูนิตี้ มอลล์  ที่มีทำเลที่ตั้งทั้งในกรุงเทพมหานคร และเมืองท่องเที่ยว อาทิ เชียงใหม่  ภูเก็ต ฯลฯ


เท100ล้านปรับเอ็มบีเค


ด้านนายวินัย กล่าวเสริมถึงนโยบายและแผนการตลาดของเอ็มบีเค เซ็นเตอร์ ด้วยว่า จะใช้งบ 100 ล้านบาท ในการปรับปรุงพื้นที่ทั้งภายในและภายนอกอาคาร เช่น การปรับเปลี่ยนลิฟท์ บันไดเลื่อน ทางเลื่อนสะพานลอย การเพิ่มบริการต่างๆ อาทิ รับจองที่จอดรถ เบื้องต้น 100 คัน โดยตั้งเป้าหมายรายได้ของธุรกิจศูนย์การค้าเพิ่มขึ้นประมาณ 4% หรือไม่น้อยไปกว่าปีที่ผ่านมา


“เหตุการณ์ทางการเมืองที่ผ่านมา ทำให้จำนวนนักท่องเที่ยวลดลง  ส่งผลกระทบให้ลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการภายในศูนย์ฯ ลดลงไปด้วย ทำให้เราต้องปรับกลยุทธ์ทางการตลาดให้เป็นเชิงรุกมากขึ้น มุ่งเจาะลึกถึงความต้องการตามไลฟ์สไตล์ของกลุ่มลูกค้าเป้าหมายทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ  เพื่อดึงลูกค้ากลับมาใช้บริการ” นายวินัยกล่าวและว่า


ทั้งนี้ เอ็มบีเค เซ็นเตอร์ มีแผนการตลาด เช่น การนำสื่อประชาสัมพันธ์ประเภท โบรชัวร์ ทัวริสการ์ดไปร่วมกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ในการไปทำโรดโชว์ในต่างประเทศ  เพิ่มภาษาต่างประเทศอื่นๆ ที่นอกเหนือจากภาษาอังกฤษเข้าไปในเว็บไซด์ MBK และเพิ่มช่องทางเข้าเว็บไซด์ให้ง่ายขึ้น โดยเข้าไปลิงค์กับเว็บไซด์อื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับนักท่องเที่ยว เช่น ธุรกิจท่องเที่ยวและโรงแรม  เป็นต้น


ตั้งเป้ารายได้รวมโต 3% ปีนี้


จากแผนเชิงรุกและการปรับตัวดังกล่าว บริษัทได้ตั้งเป้าหมายรายได้รวมจากธุรกิจโรงแรม สนามกอล์ฟ ข้าวมาบุญครอง และศูนย์การค้าเอ็มบีเค เซ็นเตอร์  เติบโตประมาณ 3 %  ปัจจุบันบริษัทมีรายได้จากธุรกิจศูนย์การค้า คิดเป็นสัดส่วน 30% ข้าว 30% โรงแรม 18% สร้างบ้านขาย 6% สนามกอล์ฟ 2% ที่เหลือ จากรายได้อื่นๆ เช่น ดอกเบี้ยรับ เงิ นปันผล


สำหรับแผนการออกหุ้นกู้ จำนวน 5,000 ล้านบาท จะต้องรอดูจังหวะตลาดก่อน หรือจะออกต่อเมื่อต้องการลงทุนจำนวนมาก โดยงบประมาณลงทุน 2,000 ล้านบาทนั้นบริษัทสามารถใช้เงินจากการบริหารธุรกิจในปัจจุบันได้ไม่จำเป็นต้องออกหุ้นกู้ และขณะนี้บริษัทมีหุ้นกู้ที่ถืออยู่ในมือ มูลค่า 5,000 ล้านบาท รวมทั้งเงินกู้ระยะสั้น 1,000 ล้านบาท



ที่มา www.bangkokbiznews.com

Main menu

สมัครสมาชิก · ลืมรหัสผ่าน
  • Nathon Radio
  • สถานีวิทยุแห่งประเทศไทยสมุย FM 96.75 MHz
  • หน้าทอนคึกคัก - รวมความเคลื่อนไหว
  • ศูนย์สื่อสารโรงพยาบาลเกาะสมุย

ขอเชิญทุกท่านมีส่วนร่วมกับเว็บ NathonCity ด้วยการส่งบทความ หรือภาพถ่าย มาร่วมเผยแพร่ในเว็บไซท์นี้