หน้าทอนซิตี้ : NathonCity

หน้าทอนฟอรั่ม

วงน้ำชาออนไลน์ พูดคุย แลกเปลี่ยน เสนอแนะ

ไฟฟ้าดับทั่วเกาะสมุย คนละเรื่องเดียวกันกับ เมืองพิเศษ

โดย ; อานนท์  วาทยานนท์
กรรมการธรรมาภิบาลจังหวัดสุราษฎร์ธานี




          ข่าวคราวไฟฟ้าดับทั้งเกาะสมุย เกาะพะงัน เป็นข่าวใหญ่ข่าวหนึ่งระดับประเทศ เนื่องด้วยเกาะสมุย มีความสำคัญกับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของประเทศ มีนักท่องเที่ยวเดินทางมาพักผ่อนและชมความงามของแหล่งท่องเที่ยวทางทะเลแห่งนี้ปีละเกือบหนึ่งล้านคน สร้างรายได้ให้ประเทศปีละเกือบสองหมื่นล้านบาท หากคำนวณรายได้รวม เกาะพะงัน เกาะเต่า ด้วยแล้ว น่าจะไม่ต่ำกว่า 2.5 – 3 หมื่นล้านบาทต่อปี รายได้จำนวนนี้กระจายเข้ากระเป๋านักธุรกิจ เจ้าของโรงแรม จนถึงคนหาเช้ากินค่ำ ที่เก็บกระป๋องน้ำอัดลมของนักท่องเที่ยวขายเลี้ยงชีพ การท่องเที่ยวจึงเสมือนเส้นเลือดใหญ่ที่หล่อเลี้ยงผู้คนมากมายหลายอาชีพ


          แต่การดำเนินธุรกิจการท่องเที่ยวของเกาะสมุยใช่ว่าจะราบรื่นไร้อุปสรรค โดยเฉพาะในยุคที่มีการแข่งขันแย่งชิงนักท่องเที่ยวจากประเทศต่างๆ ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รวมทั้งแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ ในประเทศไทยเอง และปัญหาที่เป็นปัญหาใหญ่สำหรับการท่องเที่ยวของเกาะ ก็คือ มาตรฐานการบริการด้านระบบสาธารณูปโภค เช่น ถนนหนทาง ไฟฟ้า ประปา โทรศัพท์ รวมทั้งการให้บริการในระบบพื้นฐานอื่นๆ เช่น สาธารณสุข การแพทย์ การคมนาคม รวมทั้งปัญหาความปลอดภัยในชีวิต และทรัพย์สินของนักท่องเที่ยว


          ท่ามกลางความต้องการระบบสาธารณูปโภคที่มีมาตรฐาน เพื่อตอบสนองกับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวที่เติบโตอย่างไร้การควบคุม แต่เป็นที่ทราบกันอยู่ดีว่า เกาะสมุยได้รับงบประมาณเพื่อการพัฒนาเมืองอย่างน้อยนิด ตามจำนวนประชากรที่ลงทะเบียนเพียง 50,000 คนเศษ ขณะที่เมืองต้องมีภาระดูแลประชากรแฝงที่ทำมาหากินอยู่บนเกาะ และนักท่องเที่ยวอีกจำนวนไม่ต่ำกว่า 100,000 คน

          ในปีงบประมาณ 2554 เทศบาลเมืองเกาะสมุย มีงบประมาณบริหารทั้งสิ้นเพียง 477 ล้านบาท (ไม่รวมงบไทยเข้มแข็งปรับปรุงระบบจัดการน้ำ 762 ล้านบาท) เกาะสมุยมีภาระขยะที่ต้องกำจัดประมาณวันละ 130 ตัน มีชุมชนที่ผลิตน้ำเสียที่รอการบำบัดอยู่รอบเกาะ มีถนนชำรุดอยู่รอบเกาะ เพราะขาดงบสนับสนุน มีระบบน้ำประปาที่ยังต้องวัดดวงกับฝนฟ้าในแต่ละปี ขณะที่ระบบขนส่งมวลชนก็ยังมีปัญหาอยู่มาก เช่นเดียวกับระบบบริการทางการแพทย์และสาธารณสุขที่ต้องรองรับทั้งประชากรแฝงและนักท่องเที่ยว


          ปัจจุบันเกาะสมุยใช้รูปแบบการบริหารเมืองแบบเทศบาลนคร ซึ่งแม้ว่าจะมีกรอบงบประมาณในการบริหารจัดการที่สูงกว่าเทศบาลเมือง แต่ปัญหาเรื่องการขาดเอกภาพในการบูรณาการหน่วยงาน และงบประมาณจากหน่วยงานราชการและรัฐวิสาหกิจ ดูแล้วก็ไม่ต่างจากรูปแบบเทศบาลเมือง กล่าวคือ ต่างคนต่างทำ ต่างคนต่างเดิน งบใครงบมัน เทศบาลไม่มีอำนาจสั่งการหรือร่วมกำหนดแผนงานโครงการใดๆ ของหน่วยงานต่างๆ ได้ อย่างที่ควรจะเป็น

          ภาพความโกลาหลของธุรกิจและผู้คนที่อยู่อาศัยบนเกาะสมุย จากไฟฟ้าดับทั่วเกาะในครั้งนี้คงจะไม่เกิดขึ้น หากผู้บริหารท้องถิ่นและชุมชนสามารถร่วมกำหนดแผนงานและโครงการ ที่ กฟผ.ดำเนินการเกี่ยวกับเกาะสมุยได้  แต่การที่จะให้หน่วยงานรัฐวิสาหกิจ เช่น การไฟฟ้า หรือ ประปา มาร่วมสังฆกรรม กับ องค์การปกครองส่วนท้องถิ่นอย่างเป็นระบบ และรองรับโดยกฏหมาย ท้องถิ่นนั้น ต้องมีรูปแบบการปกครองแบบพิเศษ ที่ท้องถิ่นสามารถมีอำนาจบริหารจัดการให้หน่วยงานต่างๆ มาร่วมกันกำหนดแผนงานโครงการ และ กำหนดยุทธศาสตร์ในการพัฒนาเกาะสมุยทั้งระยะสั้นและระยะยาว ความจริงแล้ว เรื่องรูปแบบการปกครองสมุยแบบ “เมืองพิเศษ” มิใช่เรื่องใหม่สำหรับคนสมุย แต่เหตุที่ยังไม่สามารถทำให้เกิดขึ้นได้ พอจะวิเคราะห์ได้ดังนี้


1. คนสมุยส่วนใหญ่ขาดความตื่นตัวที่จะเปลี่ยนแปลงเมือง
          เพราะด้วยวัฒนธรรมทางการเมืองของเราในอดีตและปัจจุบัน ไม่ได้บ่มเพาะให้คนไทยแสดงออกทางความคิดเห็นทางสังคม แบบมีส่วนร่วมด้วยวิจารณญานของตัวเอง การเมืองเกาะสมุยก็เช่นเดียวกับการเมืองใหญ่ ที่มีการต่อสู้แข่งขัน “ทุกรูปแบบ” เพื่อช่วงชิงอำนาจ ความหมายของการเมืองที่ถูกทำให้เข้าใจว่าเป็น “ประชาธิปไตย” จึงสิ้นสุดการมีส่วนร่วมเพียงแค่การไปหย่อนบัตร แล้วปล่อยให้ “อนาคตของตนเองและบ้านเมือง” ไปตกอยู่กับคนกลุ่มเล็กๆ ที่อาจมีทั้งผู้ที่เข้ามาอย่างมีความตั้งใจดีที่จะทำเพื่อส่วนรวม และเข้ามาเพื่อหวังประโยชน์จากอำนาจทางการเมือง


2. ขาดการหนุนเสริมจากภาครัฐ
          ที่กล่าวเช่นนี้คนที่อยู่ในเกาะสมุย คงทราบบริบทในการบริหารราชการของอำเภอเกาะสมุยดีว่า มีพื้นที่ทับซ้อนกัน 100% ระหว่างการบริหารราชการส่วนภูมิภาค ซึ่งมีอำเภอเป็นแกนกลาง กับบริหารราชการส่วนท้องถิ่น ซึ่งใช้รูปแบบการบริหารแบบ “เทศบาล”  ในอดีตที่ผ่านมาต้องยอมรับความจริงว่า 2 ขั้วอำนาจนี้ มีการคัดง้างกันมาโดยตลอด จะหนักบ้างเบาบ้างขึ้นกับอุปนิสัยปัจเจกของผู้นำหน่วย  อย่างไรก็ตามด้วยวิถีการปกครองหลักประชาธิปไตย การปกครองส่วนท้องถิ่น ได้มีพัฒนาการขึ้นเป็น เทศบาลนครในปัจจุบัน ขณะเดียวกันสายอำนาจปกครองเดิมก็กำลังผลักดันนำเอา กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน กลับเข้ามาเป็นมือเป็นไม้ของอำเภออีกครั้ง ทั้งๆ โดยหลักการกระจายอำนาจแล้ว เกาะสมุยควรมีพัฒนาการไปสู่รูปแบบ “ท้องถิ่นจัดการตนเอง” ไม่ควรนำเอาอำนาจการบริหารไปผูกกับการปกครองของส่วนกลางหรือภูมิภาคอีกแล้ว

          และด้วยสภาพการณ์เช่นนี้ ทำให้ดูเหมือนว่า นอกจากหน่วยงานการปกครองของรัฐเอง นอกจากไม่หนุนเสริมให้เกิดการเดินหน้าสู่รูปแบบปกครองแบบท้องถิ่นจัดการตนเองแล้ว ยังเป็นการ “ดึง” ให้เดินกลับทิศอีกด้วย


3. กลุ่มการเมืองเล็ก ขาดความมั่นใจในเสถียรภาพตัวเอง
          ข้อนี้อาจพิจารณาได้ว่า ใครก็ตามที่ขึ้นมาเป็นผู้บริหารเกาะสมุย ก็ไม่อยากจะ “เปลี่ยน” สถานภาพที่ตนเองมีอยู่ การผลักดันให้เปลี่ยนรูปแบบการบริหารใหม่ เท่ากับทำให้ สถานะที่ดำรงอยู่หมดสิ้นไปด้วย เพราะกว่าจะก้าวขึ้นมาได้ก็ล้วนแต่ต้อง “บาดเจ็บ” กันมาทั้งสิ้น ทำให้ไม่คิดที่จะช่วยกันผลักดันอย่างสุดตัว ประกอบกับขาดแรงหนุนจากการเมืองใหญ่ การเลือกเอาแนวทางประคับประคองให้ลื่นไหลไปตามเส้นทางเดิม (เทศบาลนคร) ดูจะเป็นทางออกที่ดีกว่า


4. องค์กรภาคเอกชนและประชาสังคม ไม่ตกผลึกทางความคิด ไม่ร่วมกันขับเคลื่อน
          องค์กรภาคเอกชนและภาคประชาชนที่มีอยู่ในเกาะสมุย ทำงานแบบแยกส่วน ขาดการบูรณาการ ในปัญหาและแนวทางแก้ไขปัญหาร่วมกัน สาเหตุเนื่องจากคนสมุยส่วนใหญ่มีฐานะทางเศรษฐกิจดี มีการศึกษาสูง  ประกอบกับ วิถีทางธุรกิจรัดตัว ทำให้ขาดความอดทนในการทำงานเพื่อส่วนรวมและทำงานเป็นทีม  เกือบทุกองค์กรจึงมีอัตลักษณ์เฉพาะตัว แยกกันเดิน แยกกันทำ ประกอบกับมีความใกล้ชิดกันทางเครือญาติสูง ทำให้มีภาพของการเมืองภายในเกาะที่ค่อนข้างจะแบ่งแยกชัดเจน มาเป็นอุปสรรคในการสร้างความเข้มแข็ง และความเป็นเอกภาพขององค์กรชุมชนในภาพรวม

          อย่างไรก็ตามผู้เขียนเห็นว่า เกาะสมุยกำลังถึงทางตันจากมีภาพปัญหาที่กำลังถาโถมเข้าหาเกาะสมุย ทั้งปัญหาเก่าที่ยังไม่สามารถแก้ไขได้ และปัญหาใหม่ที่จะเกิดขึ้น โดยเฉพาะภายหลังการเปิดเสรีการค้าของประชาคมอาเซียน ซึ่งในที่สุดแล้วเกาะสมุยจะไม่สามารถก้าวไปสู่ความเป็นสากลได้ หากไม่มีรูปแบบการปกครองแบบพิเศษ ที่สามารถจัดการตนเองได้ ในความเป็นจริงแล้ว เชื่อว่าคนสมุยส่วนใหญ่มองเห็นทางตันในอนาคตอันใกล้ของสมุย แต่ก็ไม่สามารถทำอะไรได้ เพราะเราขาดจิตสำนึกของความดีงามหรือคุณธรรม เราต่างยึดเงินเป็นสรณะ เรายังถือศักดิ์ศรี มีอัตตาสูงเกินกว่าที่จะยอมรับความเห็นต่างจากผู้อื่นอย่างสันติและมีเมตตา  เราจึงขาดความเสียสละ มองเห็นประโยชน์เฉพาะหน้า เฉพาะพวกพ้องของเรา


          ดังนั้นหากเรายังอยากเห็นอนาคตของลูกหลานชาวสมุยโตขึ้นมาอย่างสมภาคภูมิ
มีเสรีภาพในการบริหารจัดการบ้านเมือง “เรา” ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับอำนาจการปกครองต้อง “เข้าใจและยอมรับความเป็นจริง” และ “เสียสละและลดอัตตากันบ้าง” เพื่อวันข้างหน้าที่สดใสของลูกหลานในอนาคต


บทความเดียวกกับ
ไฟฟ้าดับทั่วเกาะสมุย คนละเรื่องเดียวกันกับ เมืองพิเศษ
In FB;อานนท์ วาทยานนท์

......

Comment #1เกาะสมุยเมืองพิเศษ
Posted @December,26 2012 20.32 ip : 49...231

ง่ายนิดเดียวเลือกพรรคเพื่อไทยเป็นส.ส.สุราษฎร์ธานีสัก 1 คนรับรองเกาะสมุยเป็นเมืองพิเศษ 100 %

Main menu

สมัครสมาชิก · ลืมรหัสผ่าน
  • คนขี่เสือ - เรื่องราวของคนขี่เสือที่เกาะสมุย
  • Nathon Radio
  • สถานีวิทยุแห่งประเทศไทยสมุย FM 96.75 MHz
  • หน้าทอนคึกคัก - รวมความเคลื่อนไหว
  • ศูนย์สื่อสารโรงพยาบาลเกาะสมุย

ขอเชิญทุกท่านมีส่วนร่วมกับเว็บ NathonCity ด้วยการส่งบทความ หรือภาพถ่าย มาร่วมเผยแพร่ในเว็บไซท์นี้