หน้าทอนซิตี้ : NathonCity

จากสมาชิก

ชวนดู Cloverfield คำสุดท้ายที่เราพูดกัน

by NathonCity @February,03 2008 01.40 ( IP : 125...172 ) | Tags : จากสมาชิก , ชวนดู

โดย ยามเย็น




คำอธิบายภาพไม่รู้มาก่อนว่า Cloverfield ออกแนวไหนแน่ แค่เห็นโปสเตอร์ผ่านตา เป็นรูปเทพีเสรีภาพหัวขาด ก็ทึกทักเอาเองว่าไม่เป็นหนังภัยภิบัติล้างโลก ก็คงแนวสงครามก่อการร้าย สรุปคือ ไม่คิดว่าจะดู

แต่ก็นั่นแหละ ด้วยอารมณ์เซ็งๆ อยากดูหนัง แล้วมันก็เป็นเรื่องที่ดีที่สุดเท่าที่มีฉายอยู่ที่นี่ ทำไงได้ทั้งเกาะมีอยู่แค่สามโรง ก็ต้องฉายหนังตลาดก่อน จำได้ครั้งหนึ่งมีหนังฉายอยู่ 4 เรื่อง เป็นหนังตลกกับหนังผีหมดเลย....มือที่มองไม่เห็นของอดัม สมิท ทำงานดีเกินไปหรือเปล่าเนี่ย


หนังฉายสามทุ่มครึ่ง บวกเพิ่มไปอีกยี่สิบนาทีเพราะโฆษณา แสดงว่าน่าจะฉายจริงประมาณ สามทุ่มห้าสิบ....ขอนอกเรื่องหน่อย ควรจะควบคุมเวลาโฆษณาในโรงหนังได้แล้ว ผมว่ามันมากเกินไปหน่อยนะ หรืออย่างน้อย ก็ให้บอกเวลาที่จะฉายจริงคู่ด้วย....ตอนนี้เพิ่งสามทุ่ม มีเวลาเหลือเฟือสำหรับขับรถประมาณ 20 กิโล เพื่อไปดูหนัง ซึ่งไม่รู้ว่าถึงที่สุดจะยิ่งเซ็งกว่าอยู่บ้านเปล่า

ตามคาด คนดูไม่ถึงสิบ อันนี้ชอบมาก ชอบดูหนังคนน้อยๆ เว้นแต่หนังตลก หนังเด็กๆ ประเภทนี้คนเยอะยิ่งสนุก แต่ผิดคาดไปหน่อยเดียว นึกว่าไปถึงจะได้ดูเลย ที่ไหนได้ยังต้องดูโฆษณาอีกพักใหญ่


เปิดเรื่องมา เงียบน่าดู เงียบจนได้ยินเสียงเคี้ยวขนมจากคนข้างๆ ทำให้นึกถึงฉากแรกของ Contact ซึ่งผมว่าเรื่องนั้นเจ๋งมาก ฉากเปิดเรื่องสรุปแก่นของเรื่องได้ทั้งหมด วิทยาศาสตร์ กับ ศรัทธา หรือถึงที่สุดมันจะคือสิ่งเดียวกัน?

คิดถึง Contact ได้แค่นั้น แป๊บเดียวกลายเป็น Blair witch project แทน หนึ่งในหนังที่ดูแล้วปวดหัวสุดๆและพูดได้เต็มปากเต็มคำว่าไม่ชอบ

มุมกล้องเรื่องนี้สมมติว่าถ่ายจากกล้องแฮนดี้แคมเหมือนกัน (หรือว่าจริงๆ ใช้กล้องวีดีโอถ่ายก็ไม่รู้) แล้วก็เป็นอย่างนี้ไปตลอดเรื่อง ทั้ง ส่ายๆ หมุนๆ วิ่งๆ เดินๆ... นึกในใจขออย่าให้เป็นเหมือนแบลร์วิชเลย


เรื่องก็ไม่มีอะไรมาก แฮนดี้แคมเครื่องหนึ่ง มีเทปซึ่งบันทึกเรื่องราวตอนหวานชื่นของหนุ่มสาวคู่หนึ่ง ซึ่งถ่ายเมื่อไม่กี่วันก่อน วันนี้มีงานปาร์ตี้เลี้ยงส่งที่เพื่อนๆเซอร์ไพรจัดให้หนุ่มคนนั้น ก่อนที่จะบินไปทำงานที่ญี่ปุ่น

น้องชายเอาแฮนดี้แคมเครื่องนั้นให้เพื่อนซี้เป็นคนบันทึกภาพปาร์ตี้ โดยไม่ได้เปลี่ยนม้วน ทำให้เหตุการณ์ในคืนปาร์ตี้ซึ่งจะกลายเป็นหายนะในตอนหลัง ซ้อนทับกับภาพหวานชื่นเมื่อวันวาน เวลาเราดูจึงมีเหตุการณ์ตัดไปมาอยู่สองเหตุการณ์

แต่งานคืนนั้นกลับไม่หวาน เพราะหนุ่มสาวคู่นั้นมีปัญหาบางอย่าง ซึ่งเพื่อนที่ถือแฮนดี้แคมถ่ายไว้ตลอด...รวมถึงคำสุดท้ายที่หนุ่มพูดกับสาวก่อนที่จะจากกัน


แล้วเอเลี่ยนก็บุกแมนฮัตตัน


หนังทำให้เราไม่รู้อะไรเลย เหมือนกับที่คนตรงนั้นไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น ตัวละครรู้แค่ไหน เราก็รู้แค่นั้น เลยไม่ต้องมานั่งสงสัยว่าไอ้สัตว์ประหลาดมาได้ไง มาจากไหน สิ่งที่เรารู้และสนใจก็คือเหตุการณ์เฉพาะหน้าตอนนั้นจริงๆ

ช่วงหนีสัตว์ประหลาด น้องชายของพระเอกตาย............จำไม่ได้แล้ว ขอตัดตอนเลยแล้วกัน... สรุปว่าในสถานการณ์ที่ไม่รู้ว่าอีกฝ่ายเป็นตายร้ายดียังไง จะได้พบกันอีกหรือไม่ พระเอกรู้สึกเสียใจเป็นหนักหนา ที่คำสุดท้ายที่พูดกับคนรัก กลับกลายเป็นการเชือดเฉือนใส่กัน เหมือนไม่เคยรักกันเลย ประมาณนั้นนะ

ในขณะที่น้องชายก่อนตาย ถึงไม่ได้พูดอะไรเป็นเรื่องเป็นราวกับแฟนสาว แต่ทั้งคู่ยังรู้อยู่เสมอว่ารักกัน


หนังแค่จะบอกว่า พูดกันดีๆ เพราะเราไม่รู้ว่าคำไหนจะเป็นคำสุดท้ายของกันและกัน

Comment #1
Posted @February,03 2008 08.52 ip : 61...75

ไม่ได้ดูหนัง(ในโรงมาหลายปีมาก) คิดถึงบรรยากาศในโรงหนังเหมือนกัน.

Comment #2
Posted @February,03 2008 11.06 ip : 61...241

หนังนี้  ปวดหัวมากจริงๆ ตั้งแต่นาทีแรกที่ฉาย ทนดูได้แค่  ครึ่ง ชั่วโมง    ต้องลุกออกจากโรง เพราะเขาใช้กล้องแบบถ่ายเอง  สั่นไปสั่นมาตลอด ถ่ายเห็นเท้าบ้าง  ถ่ายคนครึ่งซีกบ้าง    คนดูเวียนหัวจริงๆ     -----เป็นหนังห่วยที่สุดในรอบ 30 ปี ที่เคยดูหนัง

Main menu

สมัครสมาชิก · ลืมรหัสผ่าน
  • Nathon Radio
  • สถานีวิทยุแห่งประเทศไทยสมุย FM 96.75 MHz

ขอเชิญทุกท่านมีส่วนร่วมกับเว็บ NathonCity ด้วยการส่งบทความ หรือภาพถ่าย มาร่วมเผยแพร่ในเว็บไซท์นี้