เก็บเรื่องมาฝาก
'ซีทรานส์เฟอร์รี่'พัฒนาท่าดอนสัก เป็นศูนย์ขนส่งทางน้ำภาคใต้
กรุงเทพธุรกิจออนไลน์ : นายศรีศักดิ์ ศรีสวัสดิ์ กรรมการผู้จัดการบริษัท ซีทรานส์เฟอร์รี่ จำกัด ผู้ประกอบการเดินเรือเฟอร์รี่ข้ามฟากเกาะสมุยและเกาะพะงัน จังหวัดสุราษฎร์ธานี เปิดเผยว่าบริษัทได้เตรียมดำเนินโครงการพัฒนาท่าเทียบเรืออเนกประสงค์อำเภอดอนสัก สุราษฎร์ธานี เพื่อให้เป็นท่าเรือมาตรฐานรองรับการเป็นศูนย์กลางขนส่งทางทะเลใหญ่ที่สุดในภาคใต้ เนื่องจากเห็นว่าท่าเทียบเรือดังกล่าวมีความพร้อมในหลายๆ ด้าน เหมาะสมกับการประกอบธุรกิจขนส่งทางน้ำขนาดใหญ่ โดยจะใช้งบประมาณในการพัฒนาโครงการนี้ประมาณ 300 ล้านบาท
"ที่ผ่านมาการขนส่งสินค้าทางทะเล ของสุราษฎร์ธานี มักจะประสบปัญหาร่องน้ำตื้นเขิน ทำให้เรือขนส่งสินค้าขนาดใหญ่ไม่สามารถเข้าเทียบท่าได้ตามเวลาที่กำหนด ขณะเดียวกันทำเลที่ตั้งท่าเทียบเรือดอนสัก ภายหลังจากมีการศึกษาพบว่ามีความเหมาะสม ที่จะเป็นท่าเทียบเรือขนาดใหญ่มากที่สุด เนื่องจากพื้นที่ตั้งติดทะเล และระยะทางจากดอนสักไปถึงแหลมฉบังจังหวัดชลบุรี ก็เพียง 400 กิโลเมตร เท่านั้น"
หวังเชื่อมการขนส่งภาคใต้-แหลมฉบัง
นายศรีศักดิ์ กล่าวว่า ศูนย์กลางขนส่งทางน้ำที่จะสร้างขึ้น จะมีบทบาทสำคัญอย่างมากในอนาคต เนื่องจากตามยุทธศาสตร์การขนส่งของประเทศ ควรที่จะมีการเชื่อมโยงการขนส่งทางน้ำระหว่างภาคใต้ กับท่าเรือแหลมฉบัง ซึ่งสามารถประหยัดต้นทุนได้มากกว่า โดยเมื่อเปรียบเทียบกับการขนส่งทางบกจากจังหวัดภาคใต้ไปถึงแหลมฉบัง มีระยะทางมากกว่า 800 กิโลเมตร
"การขนส่งทางเรือจะทำให้ต้นทุนการขนส่งของไทยต่ำลง เพราะสามารถขนส่งได้ครั้งละปริมาณมากๆ ซึ่งจะช่วยเพิ่มขีดแข่งขันกับคู่แข่ง อีกทั้งยังช่วยลดปัญหาการจราจรบนท้องถนนได้เป็นอย่างดี หากเป็นการขนส่งทางบก ปริมาณสินค้า 100 ตู้คอนเทนเนอร์ จะต้องใช้รถบรรทุกขนส่งถึง 100 คัน แต่หากขนส่งทางเรือ สามารถขนส่งด้วยเรือเพียงลำเดียว ซึ่งจะช่วยอุตสาหกรรมของภาคใต้สามารถแข่งขันกับเพื่อนบ้านได้เป็นอย่างดี"
พร้อมเปิดอู่ซ่อมเรือเดินทะเล
นายศรีศักดิ์ กล่าวอีกว่า การพัฒนาท่าเรือดอนสักดังกล่าว จะเป็นไปในรูปแบบครบวงจร โดยจะมีอู่ซ่อมเรือขนาดใหญ่ สามารถซ่อมเรือเดินทะเลขนาด 4,000 ตันได้ และอู่ซ่อมเรือดังกล่าวยังสามารถให้บริการซ่อมเรือเฟอร์รี่ซึ่งมีให้บริการอยู่มากมายในพื้นที่ภาคใต้ได้อีกด้วย โดยเป้าหมายจะพยายามพัฒนาให้เป็นอู่ซ่อมเรือที่ใหญ่ที่สุดของภาคใต้
ขณะเดียวกันบริษัทยังวางแผนว่า ในการบริการจะพยายามวางระบบให้สามารถจัดส่งสินค้าระหว่างภาคใต้กับแหลมฉบังได้ทั้งขาไปและขากลับ โดยเมื่อนำสินค้าจากภาคใต้ไปยังแหลมฉบังแล้ว ยังจะมีการติดต่อนำสินค้าจากอุตสาหกรรมต่างๆ จากกรุงเทพฯ ส่งมายังภาคใต้ด้วย เช่น สินค้าประเภทเครื่องจักรอุตสาหกรรม รถยนต์ รถบรรทุก เป็นต้น
ระยะเวลาการดำเนินการโครงการนี้ เบื้องต้นหากไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง คาดว่าจะเปิดให้บริการได้ไม่เกินปลายปี 2550 นี้ โดยระยะแรกตั้งเป้าหมายว่า ท่าเรือแห่งนี้จะมีการเดินเรือสัปดาห์ละ 4 เที่ยว สามารถขนส่งได้ประมาณ 400 ตู้คอนเทนเนอร์
ชี้ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่
ด้าน นายไพศาล ตรีธัญญา นายอำเภอดอนสัก กล่าวว่า การที่มีบริษัทเอกชนจะลงทุนพัฒนาท่าเรือดอนสักให้เป็นศูนย์กลางขนส่งทางทะเล จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่อย่างมาก เนื่องจากที่ผ่านมาอำเภอดอนสักเป็นเพียงเมืองผ่าน เพื่อขึ้นเรือเฟอร์รี่ไปยังเกาะสมุยและเกาะพะงัน แต่หากมีธุรกิจทางทะเลเกิดขึ้นที่จะช่วยให้ชาวบ้านมีงานทำมากขึ้น
"การลงทุนของบริษัทซีทรานส์เฟอร์รี่ ถือว่าเป็นการมองการณ์ไกล ที่จะส่งผลต่อเศรษฐกิจของพื้นที่อำเภอดอนสักอย่างมาก ที่สำคัญโครงการนี้มีความเป็นไปได้สูง เพราะในเชิงธุรกิจแล้วพื้นที่ภาคใต้ยังขาดศูนย์กลางขนส่งทางทะเล"
ท่าเทียบเรือในพื้นที่อำเภอดอนสักปัจจุบัน ส่วนใหญ่เป็นท่าเทียบเรือเพื่อการท่องเที่ยว เพื่อเดินทางไปเกาะสมุยและเกาะพะงัน โดยมีท่าเทียบเรือเอกชน 2 ท่า และท่าเทียบเรืออเนกประสงค์ของรัฐในปัจจุบัน 1 ท่า
นายธีระกิจ หวังมุฑิตากุล ประธานหอการค้าจังหวัดสุราษฎร์ธานี กล่าวว่า นับว่าเป็นโอกาสดีที่มีนักลงทุนให้ความสนใจทุ่มงบประมาณสร้างท่าเทียบเรือแห่งใหม่ในการขนส่งสินค้า เพราะการขนส่งสินค้าผ่านทางเรือสามารถช่วยลดต้นทุนไปได้มาก และประหยัด ไม่เป็นปัญหาด้านการจราจร ที่สำคัญทางเรือสามารถขนส่งสินค้าได้ปริมาณมาก และเมื่อต้นทุนลดลง ราคาสินค้าก็จะถูกลงเป็นผลดีต่อประชาชนในพื้นที่
"การพัฒนาระบบขนส่งทางทะเล จะเป็นประโยชน์ทั้งในเชิงของการแข่งขันในตลาดโลกของสินค้าไทย และยังเป็นประโยชน์ต่อประชาชนในประเทศด้วย เนื่องจากเมื่อต้นทุนขนส่งต่ำลง ราคาสินค้าก็สามารถจำหน่ายในราคาต่ำได้ ดังนั้นหากสุราษฎร์ธานี เป็นศูนย์กลางขนส่งทางทะเล สินค้าในพื้นที่จังหวัดภาคใต้ก็อาจมีราคาถูกลงกว่าในปัจจุบัน"
ที่มา www.bangkokbiznews.com
หัวข้อที่เกี่ยวข้อง
- สั่งเทศบาลโคราชจ่าย152ล. เหตุตึกถล่ม!
- ชนะครั้งประวัติศาสตร์ ศาลสั่ง “มาบตาพุด” เป็น “เขตควบคุมมลพิษ”
- พีระพล พัฒนพีระเดช ผู้บริหารเทศบาล "มือรางวัล"
- "ลากูน่า กรุ๊ป ภูเก็ต"โหมโรงนำเชนโลก 5 โรงแรม แจกห้องพักฟรี 1 แสนคืน หวังกระตุ้นกำลังซื้อ
- สื่ออังกฤษประโคมข่าวผลสำรวจไทยแหล่งท่องเที่ยวสุดคุ้มอันดับ 1เหนือชั้นมาเลย์
เอาแล้ว
ยังมีต่อภาค 2เงื่อนไขในการใช้บริการ
เว็บไซท์เปิดให้ทุกท่านตั้งหัวข้อกระทู้ เพื่อสอบถามความคิดเห็น จากเพื่อนสมาชิกท่านอื่นมีเงื่อนไข คือ- เว็บบอร์ดมีการบันทึกข้อมูลผู้ใช้งาน มีระบบบันทึกไอพี ซึ่งสามารถสืบค้นไปยังผู้เขียนข้อความได้ กรุณาระมัดระวังในการเขียนข้อความซึ่งอาจก่อผลร้ายต่อตนเองและผู้อื่น
- กระทู้ที่สมาชิกตั้งหรือข้อความที่ท่านแสดงความคิดเห็น จะแสดงผลทันทีหลังการโพสต์ เว้นแต่ในกรณีที่มีความจำเป็น ข้อความที่โพสต์อาจจะไม่ขึ้นโดยอัตโนมัติ ( สมัครสมาชิกคลิกที่นี่ )
- ขอสมาชิกให้ความเคารพต่อสิทธิของผู้อื่นและตนเองในการแสดงความคิดเห็นต่อสาธารณะ โปรดงดเว้น การใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
- ข้อความ เนื้อหา รูปภาพ หรือ สิ่งอื่นใดที่เขียนหรือนำเข้าโดยสมาชิกแต่ละท่าน เป็นการแสดงความคิดเห็นของท่านเหล่านั้น ไม่ใช่มุมมองและความคิดเห็นของเว็บนี้ ทางเว็บไม่มีส่วนรับผิดชอบใดๆ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้ กรุณาใช้วิจารณญาณและดุลยพินิจ
- หากเนื้อหา หรือ ข้อความใดๆ ที่ท่านคิดว่าไม่เหมาะสม ท่านสามารถแจ้งลบได้ ทางทีมงานจะพิจารณาเพื่อลบข้อความเหล่านั้น ภายในระยะเวลาที่เหมาะสม ทางเว็บขอขอบคุณทุกท่านที่ช่วยตรวจสอบดูแล
- ผู้ดูแลเว็บไซท์ขอสงวนสิทธิ์ในการลบข้อความใดๆ ที่อาจก่อให้เกิดความหายต่อบุคคลอื่น พิจารณาแล้วเห็นว่าไม่เหมาะสม โดยไม่จำเป็นต้องแจ้งให้ท่านทราบ
เนื่องจากความคิดเห็นที่แสดงด้านบนถูกส่งขึ้นโดยอัตโนมัติจากผู้อ่าน โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน เจ้าของเว็บไซท์ ไม่จำเป็นต้องรับผิดชอบ หากข้อความในกระทู้ พาดพิงบุคคลอื่นในทางเสียหาย และหากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม โปรดแจ้งทีมงานโดยด่วน เพื่อดำเนินการต่อไป
แจ้งลบหัวข้อ