หน้าทอนซิตี้ : NathonCity

ลมทะเล

Vision impossible

by NathonCity @May,21 2006 15.22 ( IP : 58...120 ) | Tags : ลมทะเล

ปกรณ์ จารุจิตติพันธ์


นายกเทศมนตรีกรุงโซล รื้อถนนและทางด่วน คืนชีวิตให้สายน้ำและชาวเมือง ภาระกิจที่ต้องอาศัยวิสัยทัศน์ของผู้นำ...ซึ่งอาจเป็น Vision Impossible สำหรับหลายเมือง


ปี 2002 Lee Myung Bak เข้ารับตำแหน่งนายกเทศมนตรีกรุงโซล 3 ปีถัดมาในวันสุดท้ายของเดือนกันยายน ปี 2005 Cheonggyecheon สายน้ำกลางเมืองก็กลับมีชีวิตอีกครั้ง สายน้ำซึ่งครั้งหนึ่งเขามีร่วมส่วนในการกลบฝังด้วยโครงการก่อสร้างมหึมา


Cheonggyecheon แปลว่า clear valley stream เป็นลำคลองไหลผ่านกลางกรุงโซล กว่า 600 ปี ที่เธอทำหน้าที่เป็นแหล่งน้ำและในขณะเดียวกันเป็นทางระบายน้ำพัดพาความสกปรกออกจากเมือง เธอเติบโตพร้อมๆกับเมืองนี้


ไม่ผิดที่จะพูดว่าเธอคือสายเลือดและชีวิตของโซล


ตลอดเวลาเธอได้รับการดูแลจากผู้ปกครองตามสมควร มีการขุดลอกปรับปรุงหลายครั้ง จนในช่วงที่เกาหลีเข้าสู่สงคราม ทั้งสงครามญี่ปุ่นและสงครามเกาหลี ผู้อพยพบางส่วนปักหลักริมฝั่งน้ำประกอบกับภาวะเศรษฐกิจในช่วงสงครามและหลังจากนั้น ทำให้ไม่มีโครดูแลเธออย่างที่ผ่านมา


จากสายน้ำที่เป็นเส้นเลือดและสีสันของโซล Cheonggyecheon กลายเป็นสัญญลักษณ์ของความยากจนและความสกปรก ด้วยภาพของบ้านเรือนที่ไร้ระเบียบริมฝั่ง และน้ำสีดำคล้ำส่งกลิ่นเหม็น


เมื่อถึงยุคพัฒนาประเทศสู่ความทันสมัย เธอก้าวสู่ยุคใหม่พร้อมกับโซลและเกาหลี ปี 1958 เธอเริ่มโดนปิดทับและกลบฝังทีละน้อยด้วยการสร้างถนน จนปี 1961 เธอก็หายไปจากสายตาของชาวโซล


ร้านค้าที่ผุดขึ้นสองฝั่งถนนทำให้การจราจรหนาแน่นขึ้น จึงมีการสร้างทางยกระดับในภายหลัง (เสร็จปี 1971) โดยนาย Lee นายกเทศมนตรีคนปัจจุบัน (2006) เป็นหนึ่งในพนักงานของบริษัทรับเหมาก่อสร้างทางยกระดับ (ต่อมาเขากลายเป็นซีอีโอของบริษัทนี้ ซึ่งรับเหมางานโครงการขนาดใหญ่ทั่วประเทศ จนเขาได้รับฉายาว่า "the bulldozer")


50 ปี ที่ Cheonggecheon หายไปจากความทรงจำของเมืองและผู้คน ไม่เห็นแสงตะวัน เหือดแห้งไม่เหลือเค้าของความสวยงาม ในที่สุดเธอก็ตื่นจากฝันร้าย พร้อมรอยยิ้มของชาวโซล





ช่วงรณรงค์หาเสียงเลือกตั้ง นาย Lee ประกาศให้โครงการฟื้น Cheonggyecheon เป็นหนึ่งในพันธกิจต่อชาวโซล เมื่อเขารับตำแหน่งนายกเทศมนตรี ก็เดินหน้าโครงการด้วยการรื้อทิ้งถนนและทางด่วนที่มีรถวิ่งวันละประมาณ 168,000 คัน ปรับปรุงภูมิทัศน์สองฝั่งน้ำความยาว 5.8 กิโลเมตร คืนสายน้ำให้ไหลดังเดิมด้วยการผันน้ำกว่า 120,000 ตันต่อวันเพื่อให้ Cheonggyecheon มีระดับน้ำประมาณ 40 เซนติเมตรตลอดปี โครงการนี้ใช้เงินลงทุนประมาณ 360 ล้านเหรียญสหรัฐ

3 เดือนหลังจากโครงการเสร็จ Cheonggyecheon ต้อนรับชาวโซลคนที่ 10 ล้านที่มาแวะมาพักผ่อนทักทาย อากาศเสียและมลพิษทางเสียงที่เป็นผลมาจากถนนและทางด่วนหมดไป พบสิ่งมีชีวิตบริเวณลำน้ำ 213 ชนิดทั้งพืชและสัตว์ สุขภาพของประชาชนดีขึ้น และคาดหวังว่าเมื่อโครงการอื่นๆที่เกี่ยวเนื่อง เช่น การจัดสร้างพิพิธภัณฑ์ สวนสาธารณะ บูรณะวัด วังและสิ่งก่อสร้างต่างๆ จัดผังการใช้ที่ดิน ในที่สุดโซลจะเป็นเมืองที่น่าอยู่และน่าเที่ยว


คาดกันว่าจะมีนักท่องเที่ยวปีละประมาณ 2-3 ล้านคนแวะมาที่ Cheonggyecheon และโซลจะเป็นศูนย์กลางทางการเงินและการค้าในภูมิภาคนี้ เพราะเชื่อว่าสิ่งแวดล้อมและการจัดการเมืองที่ดีจะชักนำการลงทุน


สำหรับรถ 168,000 คัน ที่เคยวิ่งบนถนนและทางด่วน และรถอื่นในกรุงโซลที่มีรวมกันประมาณ 2,800,000 คัน นายกเทศมนตรี แก้ปัญหาด้วยการปรับปรุงระบบขนส่งมวลชน แม้จะไม่สามารถสร้างรถไฟใต้ดินที่ต้นทุนสูงถึง 100 ล้านเหรียญสหรัฐต่อกิโลเมตร ก็หาทางออกด้วยการจัดช่องทางพิเศษให้รถประจำทาง และจัดระบบการเดินใหม่ทั้งหมด


แน่นอนว่าต้องมีฝ่ายที่ไม่เห็นด้วย ประเด็นหลักนอกจากเรื่องการคอรัปปชั่น ที่เป็นผลให้เจ้าหน้าที่หลายคนโดนจับ ก็คือรูปแบบและวิธีการดำเนินโครงการนี้ที่มีลักษณะความเป็นเผด็จการ รวมถึงกรอบคิดของนาย Lee ที่ไม่ได้เปลี่ยนไปจากครั้งที่เคยทำงานบริษัทรับเหมาที่นิยมชมชอบการพัฒนาโครงการใหญ่ๆ เพียงแต่ในสมัยนั้นค่าของความทันสมัยและการพัฒนาดูจากสิ่งก่อสร้างและถนนหนทาง ในขณะที่ปัจจุบันเปลี่ยนเป็นให้ความสำคัญกับคุณภาพชีวิต


การละเลยมิติทางประวัติศาสตร์ของพื้นที่เป็นอีกประเด็นหนึ่งที่โครงการโดนตั้งคำถาม เนื่องจากการมีการขุดพบหลักฐานและสิ่งก่อสร้างทางประวัติศาสตร์เป็นจำนวนมาก จนมีการฟ้องร้องว่าเมืองละเมิดกฎหมายในการปกป้องสิ่งก่อสร้างทางวัฒนธรรม และต้องระงับการก่อสร้างไปช่วงหนึ่ง


นอกจากนั้นการจัดการประชาชนกว่า 210,000 คน และร้านค้ากว่า 62,700 ร้านที่ได้รับผลกระทบก็เป็นอีกประเด็นหนึ่ง โดยมีการเสนอจัดที่ขายสินค้าให้ในพื้นที่ใหม่ รวมถึงข้อเสนอทางการเงินอื่นๆเพื่อชดเชยและจูงใจให้ย้ายไปในที่ที่จัดให้


ท้ายสุดหลายคนบอกว่าโครงการนี้กลายเป็นธรรมชาติปลอมๆ หรือ "ตู้ปลา"ที่ต้องใช้เงินกว่าปีละ 2 ล้านเหรียญสหรัฐสำหรับปั๊มน้ำสู่ Cheonggyecheon


ท่านนายกเทศมนตรีไม่ปฏิเสธถึงความเป็นธรรมชาติปลอมๆ ของ Cheonggyecheon แต่ท่านบอกว่า คุณค่าที่แท้จริงของโครงการนี้คือ การเป็นสัญลักษณ์ที่ชี้ให้เห็นถึงทิศทางที่กรุงโซลจะพัฒนาต่อไป


"เราทำให้ประชาชนตระหนักว่า คุณภาพชีวิตคือสิ่งสำคัญ เราไม่ได้สร้างมาตรฐานใหม่ให้แก่โซลเท่านั้น แต่รวมถึงประเทศของเรา"


ขัอมูล

  1. Bryan Walsh, 2006.  "Saving Seoul", Time. May 15 2006. pp .16-20.
  2. "Cheonggyecheon Reopening Reconsidered" www.hunjang.blogspot.com
  3. "Investigate Everything About Cheonggyecheon" www.hani.co.kr
  4. "Restoring Cheonggyecheon Stream in the Downtown Seoul", Kee Yeon Hwang.
  5. "Chonggyechon Reborn as Eco-Friendly Stream", Kim Tong-hyung.
  6. "Seoul Mayor Adds Color to Grim City", Kim Tong-hyung.
  7. "Story of Cheongyecheon" www.visitseoul.net
  8. "Chonggyechon : New Stream of Seoul", Kim Rahn
  9. "Buried Treasure", Tai Sik Lee. www.pubs.asce.org/ceonline04/0104feat.html
Comment #1
no vote
Posted @December,23 2007 11.30 ip : 125...26

Lee Myung Bak ( ได้ยินในทีวีอ่าน ลี เมียง บัค ) นายกเทศมนตรีกรุงโซล ได้เป็นประธานาธิบดีคนต่อไปของเกาหลีใต้แล้ว

Main menu

สมัครสมาชิก · ลืมรหัสผ่าน
  • คนขี่เสือ - เรื่องราวของคนขี่เสือที่เกาะสมุย
  • Nathon Radio
  • สถานีวิทยุแห่งประเทศไทยสมุย FM 96.75 MHz
  • หน้าทอนคึกคัก - รวมความเคลื่อนไหว
  • ศูนย์สื่อสารโรงพยาบาลเกาะสมุย

ขอเชิญทุกท่านมีส่วนร่วมกับเว็บ NathonCity ด้วยการส่งบทความ หรือภาพถ่าย มาร่วมเผยแพร่ในเว็บไซท์นี้