หน้าทอนซิตี้ : NathonCity

จากสมาชิก

เกาะลังกาวี วันที่คำสาปสลาย

by NathonCity @June,22 2006 20.12 ( IP : 58...147 ) | Tags : จากสมาชิก
photo  , 793x584 pixel , 348,995 bytes.

เรื่อง/ภาพ ปลาดาวแดดเดียว


ไม่เข้าใจว่าทำไมเวลาอย่างนี้พระมารดาจะต้องดำริไปเที่ยวแถวๆ ชายแดนมาเลเซีย ปกติออกจะเป็นคนขี้กลัว แต่ไหงคราวนี้ไม่ยักกลัวถูกยิงหรือถูกจับเป็นตัวประกัน

แต่เอ ถ้ามันไม่ปลอดภัยพอ ทัวร์เค้าก็คงไม่เสี่ยงพาลูกค้าไปหรอกมั๊ง



ไม่ได้คิดมาก่อนเลย ว่าอยากจะเที่ยวเกาะลังกาวี (destination ในมาเลเซียเท่าที่นึกไว้คงจะมีแค่ เกาะสิปาดัน ปีนัง) แต่เมื่อแม่ลงทุนโทรมาชวน (ถึงไม่ได้จ่ายให้ แต่ก็ดีแล้วที่แม่จ่ายของแม่เอง-He He) ลูกที่ดีอย่างดิฉันมีหรือจะปฏิเสธ ดีเสียอีก จะได้รู้ว่าทัวร์ของพวกเพื่อนแม่เป็นอย่างไร เค้าเที่ยวกันยังไง และเค้าจะไปช็อปปิ้งกันที่ไหน
เปลี่ยนบรรยากาศไปเที่ยวแบบคนแก่มั่งก็ดีนะเรา
(1.)

การเดินทางเริ่มต้นที่ตลาดท่าข้าม อ.พุนพิน จ.สุราษฎร์ธานี รถออกเวลาห้าทุ่ม กะจะไปถึงท่าเรือตำมะลัง อ.เมือง จ.สตูล ตอนเช้าตรู่ ผ่านขั้นตอนทำใบผ่านแดนแล้วก็ลงเรือเที่ยวเช้า ไปถึงเกาะก่อนเที่ยง แล้วจะได้กินข้าวเลย

เรื่องไม่เป็นตามสคริปต์เพราะโชเฟอร์ผู้ว่องไวปานกามนิตหนุ่มพาไปถึงท่าเรือตำมะลังตั้งแต่ตีห้าครึ่ง พระเจ้าจอร์จ! คิดถึงท่าเรือเฟอร์รี่ที่ดอนสักขึ้นมาจับใจ เพราะถ้าเป็นที่ดอนสัก พวกเราก็คงพากันเคลื่อนขบวนลงจากรถ เข้าห้องน้ำห้องท่า หาข้าวหาปลากินให้อิ่มหนำพร้อมๆ กับมองลำแสงเรื่อเรืองที่เส้นขอบฟ้า รอเวลาเรือออกจากท่า

แต่..นั่นมันที่นั่น ไม่ใช่ที่นี่นี่คะ

ที่นี่ แทบไม่มีวี่แววของ สิ่งมีชีวิตที่เรียกว่าคน เลย ความมืดโรยตัวครอบคลุมไปทั่วบริเวณ แกงส้มเจ้ากรรมที่บริโภคเข้าไปเมื่อเย็นวานก็เริ่มสำแดงฤทธิ์ให้ท้องไส้ของดิฉันส่งเสียงโครกครากๆ ส่งสัญญาณว่า ต้องหาห้องน้ำเข้าแล้วซีเรา
กลั้นอกกลั้นใจลงไปสำรวจหาห้องน้ำทั่วตึก (เล็กๆ) ที่ทำการของศุลกากรรวมทั้งท่าเรือก็แล้วพบว่าห้องน้ำหญิงถูกล็อกกุญแจ ส่วนห้องน้ำชายนั้นเล่า (บรื๋อว์) ในห้องส้วมไม่ปรากฏโถส้วม ไม่รู้เป็นเพราะกำลังซ่อมหรือว่ากำลังสร้าง

โอ๊ย จะทำไงดี จะอึดถึงเวลาคนมาเปิดห้องน้ำไหมเนี่ย

เหมือนสวรรค์ปรานี เพราะในที่สุดเพื่อนแม่คนหนึ่งก็ค้นพบห้องน้ำเจ้าหน้าที่หญิง (ติดป้ายหน้าห้องว่า เฉพาะเจ้าหน้าที่) ที่มุมหนึ่งของตึก ก็ไม่สนใจอะไรอีกแล้ว จัดการธุระให้เรียบร้อยก็เดินโซเซมาล้างหน้า แปรงฟันที่ก๊อกน้ำแบบที่เทศบาลเค้าตั้งไว้ให้คนโซที่ผ่านไปมาได้ดื่มน้ำประปา (ดื่มได้) น่ะ

โอ้ อนาถแท้เรา ถ้าที่นี่มันเป็นท่าเรือนานาชาติ (ก็มันชายแดนต่อกับประเทศที่เจริญกว่านี่นะ) ทำไมความสะดวกสบายมันถึงได้อยู่แค่ระดับนี้ (วะ)  คิดถึงท่าเรือดอนสักจัง

(2.)

เรือที่จะข้ามไปเกาะลังกาวีมีสภาพเช่นเดียวกับเรือที่ใช้ส่งคนโดยสารระหว่างเกาะสมุย-พะงัน-เกาะเต่า อย่างนี้เรียกเฟอร์รี่หรอ? ไม่แน่ใจนะ เฟอร์รี่ในความรู้สึกมันต้องใหญ่ๆ ชนิดใส่รถยนต์ลงไปได้สิ

เนื่องจากเป็นเรือเที่ยวแรกของเช้าวันเสาร์ กว่าจะออกได้ก็เลยเลยเวลาเรือออกมาเกือบครึ่งชั่วโมง เพื่อรออีกกรุ๊ปหนึ่งที่ไม่ได้ผ่านแดนด้วยการทำเรื่องขอผ่านแดนที่ใช้หลักฐานแค่สำเนาบัตรประชาชนเหมือนพวกเรา (ไม่ได้ทำเองหรอก ไกด์จัดการให้) แต่พวกเขาใช้พาสปอร์ต มันคงจะต้องใช้เวลาและขั้นตอนยุ่งยากกว่ามั๊ง พวกเราที่ลงไปในเรือ ก็รอกันจนเกือบเป็นลม เพราะแอร์ในนั้นมันร้อนมาก

มารู้กันทีหลังว่ากรุ๊ปที่ทำให้เราต้องรอนั่นทำงานกับกิฟฟารีน (บริษัทขายตรงเทือกๆ เดียวกับแอมเวย์) ไกด์แอบเม้าท์ว่า คนกลุ่มนี้ต้องกลับไปเกาะลังกาวีทุกปีๆ เพราะปีแล้วๆ มาสักการะหลุมศพของพระนางนางมะห์ซุรี (Mahsuri) แล้วก็เจริญขึ้นๆ ทำยอดได้ทะลักทะลาย เลยต้องกลับมาไหว้กันทุกปี

โอ้ วาว!

ร้อน แต่ง่วงมากกว่าก็เลยหลับไป เข้าใจว่าเรือใช้เวลาประมาณ 45 นาทีก็พาเราไปถึงปริมณฑลของเกาะลังกาวี ซึ่งเมื่อสายตาปรับโฟกัสแล้วก็ขอบอกว่าทึ่งจริงๆ

เพราะว่า มองจากเรือตอนอ้อมหลังเกาะ พบว่า มันช่างเป็นหมู่เกาะที่เขียว เขียวมากๆ เขียวพรึ่ดไปด้วยต้นไม้ชนิดต่างๆ สรรพเฉดของสีเขียว ไม่ใช่ทัศนียภาพเกาะเขียวต้นมะพร้าว แล้วมีวิลล่าบ้าง โรงแรมบ้าง โผล่แพลมๆ ให้เห็นแต่ไกลอย่างที่เราจะได้เห็นบนเรือเฟอร์รี่สู่เกาะสมุย เท่าที่ตรวจตราดู ด้านนี้ของเกาะลังกาวีดูเวอร์จิ้นมาก แถวๆ ชายหาดหรือโขดหินไร้ร่องรอยของร่มกันแดดสารพัดสี ไม่มีเตียงผ้าใบอาบแดด ไม่มีใครมาขายส้มตำ หรือนวดฝ่าเท้า ไม่มีเรือลำจิ๋วๆ ที่แล่นเร็วๆ ไม่มีกระทั่งคน (เปลือย) นอนอาบแดด ที่จริงมันแทบจะไม่มีคนเลยด้วยซ้ำ หาดเล็กๆ ระหว่างโขดหินดูสะอาดบริสุทธิ์มาก

เห็นอย่างนั้นใจเลยนึกฉงนว่า อ้าว แล้วร้านขายของปลอดภาษี ท่าเรือ โรงแรมห้าดาว แล้วก็บรรดานักท่องเที่ยว อย่างที่ข้อมูลท่องเที่ยวในเน็ตบอกมันจะไปอยู่ซะที่ไหนละเนี่ย เกาะเงียบขนาดนี้

ที่ไหนได้ พอเรืออ้อมเกาะมาถึงจุดหนึ่งเราก็ได้ประจักษ์กับสัญลักษณ์แรกแห่งความศิวิไลซ์.. เสาสัญญาณโทรศัพท์ระบบอะไรไม่ทราบ ตั้งเด่นเป็นสง่าเชียว อยู่บนยอดเขาลูกหนึ่ง

  เฮ่อ.. กลับสู่โลกแห่งความจริงแล้วสินะ

(อยากรู้ว่าจะเป็นอย่างไรต่อไป โปรดรออ่านต่อในตอนที่ 2)

Comment #1
โอ๋เอ๋น้อย
Posted @June,27 2006 17.20 ip : 202...61
Photo :  , 75x73 pixel 3,350 bytes

น่าจะดีใจที่สาวที่สุดใน Trip นะคะคุณน้อง

Comment #2
.00
Posted @July,18 2007 22.11 ip : 124...234

Main menu

สมัครสมาชิก · ลืมรหัสผ่าน
  • Nathon Radio
  • สถานีวิทยุแห่งประเทศไทยสมุย FM 96.75 MHz
  • หน้าทอนคึกคัก - รวมความเคลื่อนไหว
  • ศูนย์สื่อสารโรงพยาบาลเกาะสมุย

ขอเชิญทุกท่านมีส่วนร่วมกับเว็บ NathonCity ด้วยการส่งบทความ หรือภาพถ่าย มาร่วมเผยแพร่ในเว็บไซท์นี้