หน้าทอนซิตี้ : NathonCity

จากสมาชิก

เกาะลังกาวี วันที่คำสาปสลาย (2)

by NathonCity @September,22 2006 12.57 ( IP : 58...108 ) | Tags : จากสมาชิก
photo  , 614x461 pixel , 55,412 bytes.

เรื่อง/ภาพ ปลาดาวแดดเดียว

ทิ้งช่วงไปเสียนาน แต่ความทรงจำเกี่ยวกับลังกาวียังไม่เสื่อมสลาย (อย่างน้อยก็ยังอัดรูปให้เพื่อนแม่ไม่ครบทุกคนเลย- He He)

ภาพแรกของเกาะใหญ่กลางน้ำแห่งนี้ คือความเขียวขจีของป่าผืนใหญ่ที่ดูเวอร์จิ้น เหมือนสาวรุ่นที่เนื้อตัวยังคงกรุ่นกลิ่นของความบริสุทธิ์

แต่เมื่อก้าวขึ้นฝั่ง แกงส้มของคุณน้าก็ทำฤทธิ์อีกครั้ง ดิฉันจึงมีโอกาสสัมผัสกับห้องน้ำสาธารณะของลังกาวีก่อนชอปปิ้งเสียอีก

(3.)

คุณขา ดิฉันคิดถึงส้วมสาธารณะในตลาดเมืองตากที่แวะเข้าตอนขึ้นไปเที่ยวปายเมื่อสงกรานต์จัง เพราะว่าส้วมของที่นี่เป็นแบบยอง มีสายยางสำหรับชำระล้างซึ่งหาตำแหน่งที่จะแขวนไม่ได้ ประชาชนแถวนั้นก็เลยวางมันลงบนพื้นเปียกๆ ของห้องน้ำกลิ่นฉุนกึ้ก ในขณะที่ห้องน้ำตลาดเมืองตากน่ะ ถึงจะดู scary อยู่สักหน่อย แต่ก็แสนสะอาด โถส้วม พื้นห้องน้ำ ขันหรือถังบรรจุน้ำก็ได้รับการดูแลความสะอาดอย่างดี (กว่านี้)

แต่การนำห้องน้ำสองแห่งมาเปรียบเทียบกันอาจจะไม่แฟร์นัก ก็ห้องน้ำในตลาดย่อมเป็นสิ่งที่แม่ค้าและลูกค้าในตลาดรู้สึกเป็นเจ้าของร่วมกัน จะเหมือนกับห้องน้ำในท่าเรือที่มีแต่คนผ่านไปมาอย่างนี้ได้ไง

ห้องอาหารไทย Kampung Siam เป็นจุดหมายต่อไปของบรรดาเราผู้แสนจะหิว แต่ข้ามไปเถอะ เพื่อความยุติธรรมดิฉันจะไม่ประเมินความพึงพอใจในคุณภาพของอาหารและบริการให้คุณทราบ ตราบใดที่มันเป็นมื้ออาหารในทัวร์แบบนี้ ไอ้ที่อยากจะเล่าคือ แม่เจ้าโว้ย ร้านอาหารอะไรจะคนเยอะปานนี้ และแม้ว่าเท่าที่เห็นจะดูลักษณาการว่าเป็นคนมาเลย์เชื้อสายจีน (ดูจากความหมวย-ตี๋ในอาภรณ์เก๋ไก๋ไม่ผิดกับชาวบางกอกเกี้ยน) มีคนมาเลย์มุสลิมเป็นส่วนน้อย แต่นั่นก็เป็นเหตุผลเพียงพอที่จะทำให้เมนูอาหารไม่มีส่วนประกอบของหมูเลย ซึ่งข้อสังเกตนี้ก็ได้รับการยืนยันในอีกหลายมื้อต่อมา

(ที่จริงเกือบจะสรุปเอาเองกับพระมารดาแล้วว่าสงสัยเกาะนี้ห้ามนำเข้าหมู แต่มันไม่ได้เป็นอย่างนั้นเสียทีเดียว เพราะในมื้อส่งท้ายก่อนกลับ พวกเราเจอร้านข้าวหมูกรอบด้วย แต่เพื่อเป็นการแสดงความเคารพต่อประชากรส่วนใหญ่ของเกาะ ประกอบกับราคาที่แพงกว่าอาหารอื่นๆ สมกับความหากินยาก พวกเราเลยเปลี่ยนไปกินก๋วยเตี๋ยวลูกชิ้นปลาแทน)

อัตราแลกเปลี่ยนระหว่างเงินบาทกับเงินเหรียญริงกิตของมาเลเซียนั้นอยู่ที่ประมาณสิบบาทกว่าแลกได้ 1 เหรียญ คิดแบบบ้านๆ ก็คือประมาณ 530 บาท แลกได้ 50 เหรียญ ก่อนจะมานี่ดิฉันทำการบ้านมาก่อน โดยการหาข้อมูลเกี่ยวกับเกาะแห่งนี้ ปรากฏว่าไปเจอข้อมูลที่น่าสะพรึงไม่น้อย เพราะเว็บนำเที่ยวแห่งหนึ่งถึงกับแนะนำว่าให้จับจ่ายด้วยเงินสดเท่านั้น การใช้บัตรเครดิตนั้นเป็นสิ่งอันตรายใหญ่หลวง เนื่องจากอาจโดยขโมยข้อมูลในบัตร หรือพูดง่ายๆ คือถูกก้อปปี้บัตรของเราไปใช้ โดยให้เราเป็นผู้จ่ายหนี้นั่นเอง

จริงไม่จริงดิฉันไม่ทราบ แต่เมื่อรู้อย่างนี้แล้วก็ไม่กล้าใช้ แต่ได้โทรศัพท์ไปถามคอลเซ็นเตอร์ของบัตรซิตี้แบงค์ เขาผู้นั้นก็คอนเฟิร์มว่ามีความเสี่ยงสูงจริง และแนะนำว่าถ้าจะใช้ก็ได้ แต่เมื่อกลับมาถึงฝั่งเราก็ให้ยกเลิกบัตรใบเก่าเสีย แล้วทำเรื่องขอให้ธนาคารออกบัตรใบใหม่ให้

ยุ่งฉิบ-ดิฉันคิด แล้วก็ตัดใจ ไม่ช้งไม่ชอปมันแล้ว แม่ลูกแลกเงินกันมาคนละแค่ 50 เหรียญ กะก็ไว้ซื้อขนมนมเนยนิดหน่อยพอ แล้วค่อยกลับไปชอปปิ้งที่หาดใหญ่ (He-He)

(4.)

ถ้าถามว่าเกาะลังกาวีใหญ่กว่าภูเก็ตไหมก็ตอบไม่ได้อีก เพราะนอกจากไม่เคยสนใจจำตัวเลขแล้ว ดิฉันเองก็ยังไม่มีโอกาสสัมผัสทั้งสองเกาะอย่างทั่วถึง เท่าที่รู้คือมันใหญ่กว่าสมุยแน่นอน (ข้อมูลนี้จะมีประโยชน์ไหม) จากร้านอาหาร รถพาวิ่งไปตั้งน๊าน กว่าจะถึงสนามบิน เพื่อไปช้อปปิ้งที่ดิวตี้ฟรี สิ่งที่ดิฉันสนใจไม่ใช่ดิวตี้ฟรี (ในเมื่อดิฉันมาจากบางกอก สวรรค์ของนักช้อป) แต่เป็นถนนหนทาง ลืมเรื่องความจอแจที่ท่าเรือ ห้องน้ำที่ท่าเรือตำมะลัง กับท่าเรือบนเกาะไปได้เลย ลืมถนนบนเกาะสมุยไปด้วย (แม้ถนนบนนั้นจะตัดขนาบกับท้องทะเลแสนงามก็ตาม) เพราะถนนสี่เลนรอบเกาะลังกาวีนี้เจ๋งกว่าเป็นไหนๆ รู้ไหมว่าเค้าขุดคูระบายน้ำใหญ้-ใหญ่ขนาบถนนไปตลอดเลยนะ

ไกด์ชี้ให้เห็นแนวเขื่อนคอนกรีตในทะเล แกบอกว่าเขื่อนนี้สร้างขึ้นหลังเหตุการณ์สึนามิในปลายปี 2547 เพื่อป้องกันรันเวย์และสนามบินซึ่งเขาลงทุนไปมากกับการถมทะเล ไกด์บอกเดี๋ยวขึ้นกระเช้าลอยฟ้าแล้วมองลงมาจะเห็นสวยมาก

อันว่า ลังกาวีเคเบิ้ลคาร์ หรือกระเช้าลอยฟ้านี้ ต้องไปขึ้นที่ โอเรียลตัล วิลเลจ ศูนย์จำหน่ายสินค้าพื้นเมือง (จะว่าไปก็คล้ายๆ หมู่บ้านโอทอปของเรา) ที่ริเริ่มโดยอดีตนายกรัฐมนตรีคนดังแห่งมาเลเซีย ดร. มหาเธร์ โมฮัมหมัด นั่นเอง

คุณไกด์เล่าคร่าวๆ ว่า กระเช้าลอยฟ้าที่อ้างว่ามีความสูงที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้นี้จะพาเราขึ้นไปที่ความสูงเกือบๆ  700 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล จากนั้นถ้าลำแข้งยังเหลือพลังพอ ย่อมสามารถพาตัวเราขึ้นไปยืนที่ระดับ 708 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล ซึ่งเป็นจุดที่สูงที่สุดของการเดินทาง และได้รับรางวัลตอบแทนความกล้าหาญ กับเงินอีกคนละ 15 ริงกิต ( ประมาณ 160 บาท) ค่าขึ้นกระเช้า เป็นทัศนียภาพที่สวยงามแบบ 360 องศา บนยอดเขา กูนุง มะจิงจั้ง ซึ่งตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของเกาะ

นี่เป็นการขึ้นกระเช้าลอยฟ้าขึ้นเขาครั้งแรกของดิฉัน คิดว่าควรจะได้ตื่นเต้นสักหน่อย ที่ไหนได้เล่าคะ กระเช้ามาเลย์พาเราขึ้นไปอย่างนุ่มนวลมาก ในความเร็วที่ไม่ทำให้หวาดเสียว ส่วนความลาดชันก็อยู่ในระดับที่ไม่ได้ทรมานหัวใจเท่าไหร่ การนั่งไปในเคเบิ้ลจึงรู้สึกสบายกว่าที่คิด เลยไม่ตื่นเต้นเท่าที่ควร

ถ้าคุณเองได้มองลงมาจากมุมสูงเหมือนกัน ก็เชื่อว่าป่าบนเกาะลังกาวียังเหลือความสมบูรณ์มากๆ จากการได้เห็นทั้งต้นไม้ทั้งน้ำตก บางทีถ้ามีกล้องสองตาอาจจะมองเห็นสัตว์บางประเภทด้วยซ้ำ... โอเค บางคนอาจจะเถียงว่า สัตว์บ้าที่ไหนมันจะทนอยู่ใต้การเคลื่อนไหวของสลิงเส้นยักษ์ และสิ่งของใหญ่ๆ ที่เคลื่อนที่ผ่านไปมาตลอดเวลาได้ แต่ต้นไม้แน่นขนาดนี้ อย่างน้อยมันก็ควรจะพอมีนกสวยๆ แปลกๆ มั่งล่ะน่า

ขอเม้าท์นิดเถิด ดิฉันสงสัยจัง ว่าที่กระเช้าลอยฟ้ามันนั่งได้ smooth as silk อย่างนี้ ทั้งๆ ที่น่าจะก่อสร้างได้ลำบากยากเย็น เพราะต้องลำเลียงช่างและวัสดุในการก่อสร้างด้วยเฮลิคอปเตอร์ เป็นเพราะคนที่ลงมือควบคุมการก่อสร้างด้วยตนเองชื่อ มหาเธร์ หรือปล่าว ถ้าใช่ ดิฉันว่าเราน่าจะเชิญท่านมาเป็นที่ปรึกษาโครงการร้อยล้านพันล้านในบ้านเรามั่งนา

วิวข้างบนนั้นมันก็ดี เค้าว่าวันอากาศเปิดจะมองเห็นไปถึงเกาะตะรุเตาในน่านน้ำของเรา เสียดายที่วันนั้นไม่ได้เห็น ที่เห็นชัดๆ เป็นเกาะรูปพระจันทร์เสี้ยวที่เกิดจากการถมลงไปในท้องทะเล (ตามเคย) แต่เข้าใจว่าที่เรารู้สึกว่ามันดีกว่าวิวจากมุมสูงธรรมดาคงเป็นเพราะเราขึ้นมาไวมาก ปรื้ดเดียว เหมือนลัดนิ้วมือ ไม่ใช่โดยการเดินเท้าต่อจากนั่งรถเหวี่ยงไปเหวี่ยงมาชวนให้อ้วกก่อนจะได้เห็นวิว

ก็ไม่รู้หรอกนะ ว่ากระเช้าลอยฟ้าตรงนี้จะทำลายสิ่งแวดล้อมและระบบนิเวศน์ข้างล่างอย่างไร เพียงแต่รู้สึกว่า น่าคิด ว่าการลงทุนสร้างอะไรเพียงเพื่อใช้ขนย้ายคนขึ้นมาชมวิวแป๊บๆ เดี๋ยวๆ ก็ต้องลง เพราะไม่มีกิจกรรมอะไรให้ทำอีกเนี่ย มันคุ้มไหมกับการลงทุน และคุ้มไหมกับของที่ต้องแลกไป เพื่อให้ได้มา

สำหรับที่นี่ เพื่อรายได้จากการท่องเที่ยว มันอาจจะคุ้มนะ เพราะเค้ายังเหลือภูเขาตู้มๆ อีกหลายลูก แต่กับดอยเชียงดาว หรือภูกระดึงของเรา นั่นมันคงไม่เหมือนกันหรอก

แล้วใครจะบอกได้ล่ะว่าควรทำหรือไม่ควรทำ

(ยังมีตอนต่อไป แต่จะคลอดเมื่อไหร่ขอให้ติดตามเอาเองนะจ๊ะ)

Main menu

สมัครสมาชิก · ลืมรหัสผ่าน
  • Nathon Radio
  • สถานีวิทยุแห่งประเทศไทยสมุย FM 96.75 MHz
  • หน้าทอนคึกคัก - รวมความเคลื่อนไหว
  • ศูนย์สื่อสารโรงพยาบาลเกาะสมุย

ขอเชิญทุกท่านมีส่วนร่วมกับเว็บ NathonCity ด้วยการส่งบทความ หรือภาพถ่าย มาร่วมเผยแพร่ในเว็บไซท์นี้