หน้าทอนซิตี้ : NathonCity

จากสมาชิก

ชวนอ่าน "Cool It" ! "An Inconvenient Truth"

by NathonCity @October,04 2008 23.58 ( IP : 118...41 ) | Tags : จากสมาชิก , ชวนอ่าน

โดย ยามเย็น




Cool It : The Skeptical Environmentalist’s Guide to Global Warming.
Bjorn Lomborg.  ซื้อที่คิโนคุนิยะ เท่าไหร่จำไม่ได้


An Inconvenient Truth โลกร้อน ความจริงที่ไม่มีใครอยากฟัง.
อัล กอร์ เขียน. คุณากร วาณิชย์วิรุฬห์ แปล. สำนักพิมพ์มติชน. 490 บาท




คำอธิบายภาพถ้าเคยอ่านหรือเคยดู An Inconvenient Truth ก็อย่าได้ตกใจ  กรุณา Cool It และลองฟังข้อมูลอีกด้านที่บอกว่า โลกร้อนไม่ได้ร้ายแรงถึงขั้นหายนะ  ผลกระทบไม่ได้รุนแรงอย่างที่นำเสนอ  และใช่ว่าจะมีแต่ด้านลบ


ขอให้ตั้งสติมั่น อย่าตามกระแส  จนทุ่มเททรัพยากรทั้งหมดเพื่อปัญหานี้ปัญหาเดียว  การหักดิบลดการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ไม่ใช่ทางรอดเดียวของมนุษยชาติ
 


ถ้าเป้าหมายร่วมของเรา คือ ต้องการให้มนุษย์มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ก็อย่าลืมว่ายังมีปัญหาอื่นๆ อีกมากมายที่ทำให้ผู้คนล้มตายทุกวันในทุกมุมโลก  และ เราสามารถแก้ปัญหาเหล่านั้นด้วยเงินและทรัพยากร ที่น้อยกว่าการมุ่งลดก๊าซเรือนกระจกตามพิธีสารเกียวโต (Kyoto Protocol) เพื่อแก้ปัญหาโลกร้อน ซึ่งกว่าจะเห็นผล (อันน้อยนิด) ก็อีกในหลายสิบปีข้างหน้า  ในขณะที่ปัญหาซึ่งหน้าที่ทุกคนเผชิญอยู่เราสามารถแก้ได้สำเร็จในรุ่นเรา


พิจารณาข้อมูลอย่างรอบคอบรอบด้าน เพื่อหาทางออกจากปัญหาโลกร้อน และปัญหาอื่นๆที่โลกกำลังเผชิญ  กำหนดยุทธศาสตร์ที่มีประสิทธิภาพ เป็นไปได้ทั้งในทางเศรษฐศาตร์ และ การเมือง


ข้างต้นคือ ประเด็นที่ Lomborg สื่อใน Cool It  ( The Skeptical Environmentalist’s Guide to Global Warming) ชัด และตรงไปตรงมา ในขณะเดียวกันก็อาจตั้งคำถามต่อหนังสือเล่มนี้ได้ในหลายประเด็น


Lomborg บอกว่า ภาวะโลกร้อน เป็นปัญหาที่เกิดจากมนุษย์จริง ข้อนี้ไม่ติดใจสงสัยแต่อย่างใด โดยยอมรับว่า ก๊าชเรือนกระจก โดยเฉพาะคาร์บอนไดออกไซด์ที่มนุษย์ปล่อยสู่บรรยากาศ คือ หนึ่งในสาเหตุสำคัญ

ผลก็คือ อุณภูมิโลกสูงขึ้น ซึ่งจะก่อผลกระทบต่อมนุษย์ในหลายด้าน

ทั้งด้านบวกและด้านลบ


ความสงสัยของ Lomborg เริ่มจากจุดนี้

  • อุณหภูมิจะสูงขึ้นแค่ไหน

  • จะส่งผลกระทบต่อโลกรุนแรงถึงขั้น “หายนะ” จริงหรือ

  • การแก้ปัญหาโลกร้อน ด้วยการลดการปล่อย CO2  ตาม Kyoto Protocol  เป็นทางเลือกที่คุ้มหรือไม่  มีประสิทธิภาพเพียงใด  เป็นจริงในทางปฏิบัติหรือไม่

  • เราควรจะแก้ปัญหาโลกร้อนและผลกระทบที่เกิดขึ้นอย่างไร



ข้อมูลที่ Lomborg นำเสนอ  ตั้งคำถามและข้อโต้แย้งต่อประเด็นข้างต้น เรียกได้ว่าเป็น an inconvenient truth ในอีกมุมหนึ่งต่อปัญหาโลกร้อน ในเวลาที่กระแสโลกให้ความสำคัญและแตกตื่นกับปัญหาโลกร้อน จนทำให้ผู้กำหนดนโยบายไม่สามารถเลือกวิธีการในการแก้ปัญหาได้อย่างตรงจุด มีประสิทธิภาพ


และยังเป็น an inconvenient truth ต่อหนังสือ และ ภาพยนต์ ของอัล กอร์

เนื่องจาก Lomborg พาดพิงถึงอัล กอร์ ในหลายประเด็น โดยเฉพาะในฐานะผู้จุดกระแสเรื่องนี้ให้โลกรับรู้ในวงกว้าง (ซึ่งควรได้รับคำชมเชย) แต่ด้วยข้อมูลและการนำเสนอที่ Lomborg คิดว่า เกินไป


ถ้า An Inconvenient Truth เป็นด้านหนึ่งของภาวะโลกร้อน
Cool It ก็คงเป็นด้านตรงข้าม



อุณหภูมิโลกจะสูงขึ้นจริง แต่จะไม่สูงอย่างที่ทุกคนเชื่อกัน ดังนั้นผลกระทบก็จะไม่รุนแรงอย่างที่สื่อต่างๆนำเสนอ 


ระดับน้ำทะเลจะสูงขึ้น  แต่อาจแค่ 1 ฟุต ไม่ใช่ 20 ฟุตอย่างที่อัล กอร์ ว่า และผลกระทบต่อพื้นที่ต่างๆ จะไม่รุนแรงอย่างที่คิด อีกทั้งแต่ละประเทศจะค่อยๆ ปรับตัวและหาทางป้องกัน ด้วยต้นทุนที่ต่ำกว่าการแก้ปัญหานี้ผ่านการลดการปล่อย CO2    ดังนั้น อย่าแก้ปัญหานี้ด้วย Kyoto Protocol ซึ่งมีต้นทุนมากกว่าสิ่งที่จะได้กลับมา และไม่ได้ช่วยอะไรนอกจากยืดระยะเวลาการเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิไปอีกไม่กี่ปี


หมีขั้วโลก เหยื่ออันดับต้นๆของภาวะโลกร้อนที่สื่อนำเสนอ Lomborg ชี้ว่า โดยภาพรวมจำนวนหมีขั้วโลกเพิ่มขึ้นกว่าในอดีต แต่ในบางพื้นที่มีจำนวนลดลง  และถ้าจะแก้ปัญหาการลดจำนวนประชากรของหมีขั้วโลกก็ควรจะเริ่มจากมาตรการง่ายๆ เห็นผลทันที คือ หยุดการล่าหมี ซึ่งปีหนึ่งๆ ตายเพราะการล่าประมาณ 300 – 500 ตัว มากกว่าจำนวนที่อ้างว่าลดลงเพราะภาวะโลกร้อนในบางพื้นที่  ในขณะเดียวกันอากาศที่อุ่นขึ้นจะทำให้บางบริเวณมีความหลากหลายของสิ่งมีชีวิตเพิ่มขึ้น    ดังนั้น อย่าแก้ปัญหานี้ด้วย Kyoto Protocol ซึ่งมีต้นทุนมากกว่าสิ่งที่จะได้กลับมา และไม่ได้ช่วยอะไรนอกจากยืดระยะเวลาการเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิไปอีกไม่กี่ปี


สิงหาคม 2003 มีผู้เสียชีวิตจากคลื่นความร้อนในยุโรป กว่า 35,000 คน ภาวะโลกร้อนเป็นผู้ร้ายของเหตุการณ์นี้ ข้อมูลอีกด้าน คือ แต่ละปีมีผู้ที่ตายจาก “ความหนาวเย็น” ในจำนวนที่อาจจะมากกว่าคลื่นความร้อนที่เกิดขึ้นใน ปี 2003 แค่อังกฤษกับเวลมีตัวเลขอยู่ที่ปีละประมาณ 25,000 คน การที่โลกอุ่นขึ้นจะลดจำนวนผู้เสียชีวิตจาก “ความหนาวเย็น” ในขณะเดียวกันด้วยเทคโนโลยี และ ความมั่งคั่งของสังคมในอนาคต มนุษย์จะสามารถปรับตัวกับอุณหภูมิที่เพิ่มสูงขึ้นได้  ดังนั้นผลลบจากภาวะโลกร้อนต่อปัญหาเรื่องคลื่นความร้อนจะไม่มากอย่างที่คิด ในขณะเดียวกันกลับมีผลบวกที่ได้รับจากจำนวนผู้เสียชีวิตที่ลดลงเนื่องจากความหนาวเย็นในแต่ละปี ซึ่งไม่ค่อยได้รับการพูดถึง    ดังนั้น อย่าแก้ปัญหานี้ด้วย Kyoto Protocol ซึ่งมีต้นทุนมากกว่าสิ่งที่จะได้กลับมา และไม่ได้ช่วยอะไรนอกจากยืดระยะเวลาการเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิไปอีกไม่กี่ปี


จนปัจจุบันยังไม่มีข้อมูลที่ชี้ชัดว่า การเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิเกี่ยวเนื่องกับจำนวนและความรุนแรงของพายุ  ในขณะเดียวกันความเสียหายจากพายุที่เกิดขึ้น มีข้อเท็จจริงส่วนหนึ่งว่า ประชากรของโลกเพิ่มขึ้น และการตั้งถิ่นฐานในพื้นที่เสี่ยงต่อภัยพิบัติดังกล่าวมากขึ้น ความเสียหายที่มากขึ้นจากพายุจึงมาจากสาเหตุนี้เป็นหลัก ซึ่งทางแก้ควรใช้มาตรการอื่นๆ เช่น ออกกฎห้ามก่อสร้างในพื้นที่เสี่ยง พัฒนาระบบเตือนภัย ระบบหลบภัย ฯลฯ ซึ่งถูกกว่า ทำได้ในขณะนี้  เห็นผลในเวลาไม่นาน    ดังนั้น อย่าแก้ปัญหานี้ด้วย Kyoto Protocol ซึ่งมีต้นทุนมากกว่าสิ่งที่จะได้กลับมา และไม่ได้ช่วยอะไรนอกจากยืดระยะเวลาการเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิไปอีกไม่กี่ปี


Lomborg ใช้ตรรกะนี้ในการโต้แย้ง ตั้งคำถามต่อผลกระทบจากภาวะโลกร้อนในทุกด้านที่ได้รับความสนใจจากชาวโลก ทั้งโรคระบาด, การเข้าสู่ยุคน้ำแข็ง (The Day After Tomorrow),  การละลายของธารน้ำแข็ง, ภาวะแห้งแล้ง ฯลฯ โดยตั้งอยู่บนพื้นฐานว่า

  • ผลกระทบที่เกิดขึ้นจากภาวะโลกร้อนไม่ได้รุนแรงอย่างที่นำเสนอ

  • ผลกระทบที่เกิดขึ้นมีทั้งด้านบวกและด้านลบ

  • มีวิธีการอื่นๆที่จะบรรเทา ลด ป้องกัน ผลกระทบด้านลบที่เกิดขึ้น ซึ่งถูกกว่า คุ้มกว่า มีประสิทธิภาพกว่า และเห็นผลเร็วกว่า  การปฏิบัติตาม Kyoto Protocol

  • ปล่อยให้โลกโตต่อไป (หมายความว่าปล่อย CO2 กันต่อไป ลดบ้างแต่ไม่ใช่ตามที่ Kyoto Protocol กำหนด)  Kyoto Protocol ในทางเศรษฐศาสตร์ถือเป็นการลงทุนที่ไม่คุ้มค่า ไม่มีประสิทธิภาพ และไมได้ช่วยแก้ปัญหาอย่างแท้จริง ในด้านตรงข้ามกลับทำให้โลกเติบโตน้อยลง ซึ่งจะส่งผลต่อความมั่งคั่งที่สามารถนำไปแก้ปัญหาต่างๆที่เกิดขึ้นในขณะเดียวกัน ก็หาทางใช้ประโยชน์จากผลด้านบวกที่เกิดขึ้นจากภาวะโลกร้อน

  • สนับสนุนให้มีการลงทุนวิจัยพัฒนาในเรื่องพลังงานอื่นๆ ที่ปล่อย CO2 น้อยลง ซึ่งการปรับเปลี่ยนระบบพลังงานเป็นหัวใจสำคัญในการแก้ปัญหาภาวะโลกร้อน  หากเราเลือกที่จะลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ตามพิธีสารเกียวโต โดยที่ไม่มีพลังงานทางเลือกอื่นที่เหมาะสม สิ่งที่เกิดขึ้นก็คือหายนะเช่นเดียวกัน

  • อย่าตื่นตระหนก ตามกระแส หรือ เอากระแสมาใช้ จนทำให้ไม่สามารถวิเคราะห์ทางออกที่เหมาะสมได้



    นับเป็นหนังสือที่นำเสนออีกด้านหนึ่งของโลกร้อนได้อย่างน่าสนใจ  อย่างไรก็ตาม มีหลายคำถามต่อสิ่งที่ Lomborg นำเสนอ


  • ถ้าอัล กอร์ และคนอื่นๆ ถูกกล่าวหาว่า นำข้อมูลในบางด้าน บางส่วน มาใช้เพื่อให้ปัญหาโลกร้อนดูรุนแรง น่าหวาดกลัว Lomborg ก็ควรจะถูกถามด้วยคำถามเดียวกันนี้ ว่าทำให้ปัญหาดูรุนแรงต่ำกว่าความเป็นจริงหรือเปล่า (ประเด็นนี้คงต้องรอคนอื่นๆไปวิเคราะห์บรรณานุกรม เชิงอรรถ และข้อมูลที่นำมาใช้)


  • ความคุ้มค่าทางเศรษฐศาสตร์เป็นเหตุผลหลักที่ยกมาต่อสู้กับ Kyoto Protocol อย่างไรก็ตาม ควรตั้งคำถามต่อว่า การดูภาพรวมโดยไม่ดูว่าต้นทุนอยู่กับใคร ผลประโยชน์อยู่กับใครถือเป็นการสมควรหรือไม่ 


  • เราควรเสี่ยงหรือไม่ เพียงใด เนื่องจากภาวะโลกร้อนและผลกระทบ เป็นการประเมินและประมาณจากโมเดล แบบจำลอง ซึ่งมีข้อกำหนด เงื่อนไข ตัวแปรตามแต่เรากำหนด ในขณะที่มีสิ่งที่เราไม่รู้และยากจะคาดเดาอีกมาก เรากำลังจะก้าวข้าม point of no return หรือเปล่า อย่างไรก็ตาม Lomborg ได้ยกตัวอย่างที่น่าสนใจต่อประเด็นนี้ โดยชี้ว่าในอีกไม่กี่สิบปีข้างหน้า อุบัติเหตุจากท้องถนนจะเป็นสาเหตุการตายอันดับ 2 รองจากโรคหัวใจ  เราสามารถแก้ปัญหานี้ได้ อย่างเด็ดขาด ด้วยการจำกัดความเร็วของรถไว้ที่ 5 ไมล์ต่อชั่วโมง แต่ทำไมถึงไม่ทำเช่นนั้น เพราะต้นทุนในการใช้วิธีดังกล่าวสูงเกินไปนั่นเอง ถึงที่สุดเราต้องเลือก ประเมิน และจัดลำดับความสำคัญของปัญหา

Main menu

สมัครสมาชิก · ลืมรหัสผ่าน
  • Nathon Radio
  • สถานีวิทยุแห่งประเทศไทยสมุย FM 96.75 MHz
  • หน้าทอนคึกคัก - รวมความเคลื่อนไหว
  • ศูนย์สื่อสารโรงพยาบาลเกาะสมุย

ขอเชิญทุกท่านมีส่วนร่วมกับเว็บ NathonCity ด้วยการส่งบทความ หรือภาพถ่าย มาร่วมเผยแพร่ในเว็บไซท์นี้