ข่าวเอ็นซีที
แท่นขุดเจาะน้ำมันเขยิบใกล้สมุย ท่องเที่ยว-ประมง ประสานเสียงไม่เอา
เพิร์ล ออย กับแปลงสัมปทาน G6/48
บริษัท เพิร์ล ออย (อมตะ) จำกัด ผู้ได้รับสัมปทานขุดเจาะสำรวจปิโตรเลียม แปลงสำรวจในทะเลหมายเลข G6/48 ได้จัดประชุมรับฟังความคิดเห็นครั้งที่ 2 รายงานวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมของโครงการดังกล่าว ที่ห้องประชุมโรงพยาบาลเกาะสมุย เมื่อวันที่ 30 มีนาคม 2551
โดยแปลงสัมปทานมีพื้นที่ 2,280 ตารางกิโลเมตร อยู่ทางทิศตะวันออกของเกาะสมุย ขอบแปลงห่างจากเกาะสมุยประมาณ 82 กิโลเมตร ในแปลงดังกล่าวมีหลุมที่จะทำการขุดเจาะสำรวจ (ยังไม่ผลิต) ทั้งหมด 13 หลุม ซึ่งหลุมที่อยู่ใกล้เกาะสมุยที่สุดอยู่ห่างประมาณ 110 กิโลเมตร การขุดเจาะแต่ละหลุมจะใช้เวลาประมาณ 11 วัน โดยเงื่อนไขสัมปทานระบุว่าจะต้องขุดเจาะหลุมสำรวจอย่างน้อย 1 หลุม ในปี 2552 ซึ่งบริษัทคาดว่าจะเริ่มดำเนินการได้ประมาณไตรมาส 3 ของปีนี้
ประเด็นหลักที่ผู้เข้าร่วมประชุมตั้งข้อสังเกตนอกจากเรื่องผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม คือ การเก็บแบบสอบถามระหว่างวันที่ 27 กุมภาพันธ์ – 4 มีนาคม 2552 จำนวน 400 ตัวอย่าง ไม่มีกลุ่มตัวอย่างจาก อ.เกาะสมุย หรือ อ.เกาะพะงัน ไม่ว่าจะเป็นชาวประมงหรือผู้ประกอบการธุรกิจการท่องเที่ยว ทั้งที่มีการระบุว่า พื้นที่เกาะสมุย และ เกาะพะงัน เป็นพื้นที่ระบบนิเวศน์ที่อ่อนไหว ส่วนการประชุมที่จัดขึ้นในวันดังกล่าวก็ไม่ได้เปิดโอกาสให้ชาวสมุยได้เข้าร่วมอย่างแท้จริง
เชฟรอน กับแปลงสัมปทาน G4/50
บริษัท เชฟรอน ปิโตรเลียม (ประเทศไทย) จำกัด ได้รับสัมปทานแปลงสำรวจในทะเลหมายเลข G4/50 ซึ่งพื้นทีดังกล่าวอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของ อ.เกาะสมุย ซึ่งเมื่อเทียบระยะจากแผนที่แล้วขอบแปลงสัมปทานอยู่ห่างจากเกาะสมุยไม่ถึง 5 กิโลเมตร แต่หลุมสำรวจที่ต้องการขุดเจาะที่ใกล้ที่สุดอยู่ห่างจากเกาะสมุยประมาณ 74 กิโลเมตร โดยมีหลุมที่ต้องการขุดเจาะทั้งหมด 12 หลุม (ยังไม่ผลิต) ซึ่งตามสัญญาระบุว่าต้องเจาะสำรวจ 3 หลุม ภายในปี 2553
ขณะนี้ บริษัทอยู่ระหว่างการจัดทำรายงานวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม (อีไอเอ) ก่อนที่จะเริ่มขุดเจาะสำรวจได้ โดยในวันที่ 8 เมษายน 2552 บริษัทจะจัดเวทีรับฟังความคิดเห็นที่ห้องประชุมเทศบาลเมืองเกาะสมุย เวลา 13.00 น. (โดยเมื่อวันที่ 9 มีนาคม 2552 ได้มีการจัดประชุมกลุ่มย่อย)
ท่องเที่ยวบอกไม่เอา เตรียมเสนอรัฐให้พิจารณาบัฟเฟอร์โซน
ในการประชุมทั้งสองครั้ง ผู้ประกอบการท่องเที่ยวได้แสดงท่าทีที่ไม่เห็นด้วยกับโครงการดังกล่าว เพราะเป็นห่วงผลกระทบที่จะมีต่ออุตสาหกรรมการท่องเที่ยว โดยได้เตรียมเสนอให้รัฐบาลทบทวนนโยบาย และขอให้ประกาศพื้นที่กันชนรอบเกาะสมุย เกาะพะงัน และเกาะเต่า พร้อมวางแผนสร้างเครือข่ายกับผู้ที่จะได้รับผลกระทบในพื้นที่อื่นๆ เพื่อร่วมผลักดันให้รัฐบาลมีมาตรการที่ชัดเจนในการป้องกันผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้น
ในแผนที่หมายเลข ป.92/2550 แนบท้ายประกาศกระทรวงพลังงาน ซึ่งแสดงแปลงสัมปทานปิโตรเลียม พบว่าพื้นที่รอบเกาะสมุย เกาะพะงัน และเกาะเต่า ต่างมีผู้ได้รับสัมปทานปิโตรเลียมไปแล้ว ในขณะที่โครงการพัฒนาพื้นที่ชายฝั่งทะเลภาคใต้ หรือโครงการ SOUTHERN SEABOARD มุ่งสนับสนุนให้เกิดอุตสาหกรรมปิโตรเคมี ซึ่งเป็นการเพิ่มความเสี่ยงที่จะเกิดผลกระทบต่ออุตสาหกรรมการท่องเที่ยว โดยในประเด็นนี้ผู้ประกอบการท่องเที่ยว-ประมง จะได้ร่วมหารือกันต่อไป
ข้อมูลเพิ่มเติม
รายงาน : ขุมทรัพย์อ่าวไทย ใครครอบครอง
ทิศทางสู่อนาคต เส้นทาง‘ดูไบ เวิลด์’ (อยาก) คุมภาคใต้ 120 ปี?
บริษัท เชฟรอนประเทศไทยสำรวจและผลิต จำกัด
แผนที่แสดงพื้นที่เปิดให้ยื่นขอสัมปทานปิโตรเลียม ครั้งที่ 20
แปลงสัมปทานของบริษัท เชฟรอน
แปลงสัมปทานของ บริษัท เพิร์ล ออย
หิ่งห้อย
แจ้งลบหัวข้อ

