หน้าทอนซิตี้ : NathonCity

จากสมาชิก

ที่สุดของเพลง

by ลูกหลานไหหลำ @September,07 2007 23.07 ( IP : 61...45 ) | Tags : จากสมาชิก

ความหมายธงชาติ - ประวัติธงชาติไทย - ความหมายเพลงชาติ - ประวัติเพลงชาติไทย ธงชาติไทย - เพลงชาติ คือ เอกลักษณ์ของความเป็นไทย

ความหมายธงชาติ เป็นเครื่องหมายแสดงให้รู้ถึง ความเป็นเชื้อชาติของชนชาติใดชาติหนึ่งซึ่งรวมกันเป็นกลุ่มก้อน เป็นหมู่คณะ ใช้เป็นสัญญลักษณ์แสดงความมีอิสระ เกียรติ อำนาจและการคุ้มครองอาณาบริเวณของแต่ละชาติ
ลักษณะ ส่วนมากมักทำด้วยผ้าในรูปลักษณะสี่เหลี่ยม มีความยาวมากกว่าความกว้าง ปลายแหลมก็มี ปลายหยักก็มี สุดแต่จะพอใจ จัดทำขึ้น สีก็มีต่างๆ กัน ตามความมุ่งหมายของแต่ละชาติ ทั้งนี้บางโอกาสอาจใช้กระดาษ หรือสิ่งอื่นแทนในคราวจำเป็นก็ได้ แต่จะต้องจัดประดับสีให้ถูกต้อง ในลักษณะสีธงที่ต้องการก็อนุโลมเป็นธงชาติได้ ความหมาย เป็นเครื่องแสดงเกียรติแห่งความมีอิสระภาพ ความเจริญด้วยวัฒนธรรม เป็นสัญญาณ ซึ่งสำแดงความทะนงและภาคภูมิในเกียรติศักดิ์แห่งประเทศชาติ
เป็นเครื่องบำรุงขวัญแห่งหมู่คณะในยามที่มีการต่อสู้ชิงชัย เช่น การแข่งขันกีฬา การทำศึกสงคราม คุณค่า เป็นสิ่งยึดเหนี่ยวจิตใจคนในหมู่คณะผู้ร่วมชาติ เป็นสัญญาณแห่งความสามัคคีพร้อมเพรียงทั้งกายใจและวิญญาณให้เป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ทั้งเป็นเครื่องประดับประดาให้เกิดความสง่างามแก่กองทัพทั้งหลาย ขบวนแห่ หรือสถานที่ต่างๆ ในยามประดับธง
เป็นสัญญาณแห่งการสดุดีและเคารพ เป็นอาณัติสำหรับโบกสะบัดแสดงความปิติยินดี อวยพรต้อนรับ หรืออำลาอาลัยรัก

ธงชาติไทย ประเทศไทยดำรงความเป็นชาติอิสระมาเกือบตลอดเวลานับแต่สร้างชาติไทยเป็นต้นมาและเราก็มีการใช้ธงเป็นเครื่องหมายสัญญาณมาแล้วตั้งแต่สมัยโบราณ รูปลักษณะของธงไทยสมัยโบราณเท่าที่ปรากฏในหนังสือวรรณคดีเก่าๆ มักเป็นรูปธงสามชายปลายงอนเป็นกนกและมีสีต่างๆ แต่ประเทศไทยเริ่มใช้ธงมาตั้งแต่สมัยใดยังไม่มีหลักฐานปรากฏ เท่าที่มีผู้ค้นคว้าพบว่ามีการใช้ธงเพียงสมัยกรุงศรีอยุธยาเท่านั้น
บทสรุปธงชาติไทย 1. สมัยกรุงศรีอยุธยาใช้ธงสีต่างๆ เป็นเครื่องหมายสัญญาณในการจัดทัพไปทำสงครามกองทัพละสี ส่วนเรือกำปั่นเดินทะเลใช้ธงสีแดง แต่ยัง ไม่มีธงประจำชาติ
2. สมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช รัชกาลที่ ๑ มีพระบรมราชโองการเหนือเกล้าฯ สั่งให้บรรดาเรือหลวงทำรูปจักร อันเป็นนามสัญญาพระบรมราชวงศ์แห่งพระองค์ลงไว้ในกลางธงสีพื้นแดงเป็นเครื่องหมายใช้ในเรือหลวง
3. สมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย รัชกาลที่ ๒ โปรดฯ ให้ทำรูปช้างสีขาวอยู่ในวงจักรสีขาวติดไว้กลางธงแดง ใช้สำหรับเรือหลวง ส่วนเรือพ่อค้าไทยคงใช้ธงสีพื้นแดงอยู่อย่างเดิม
4. สมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๔ โปรดฯ ให้ใช้ธงช้างที่ประดิษฐ์ขึ้นในรัชกาลที่ ๒ เป็นธงชาติ แต่ให้เอารูปจักรออกเสียแล้วทรงประดิษฐ์ธงขึ้นอีก 2 อย่าง อย่างหนึ่งเรียก "ธงมหามงกุฎ" สำหรับประจำพระองค์พระเจ้าแผ่นดิน พื้นธงสีแดงเหมือนธงชาติ แต่มีพื้นสีขาวอยู่กลาง ในพื้นขาวนั้นมีรูปพระมหามงกุฎอยู่กลางฉัตร 2 ข้าง เป็นสีเหลือง อีกอย่างหนึ่งเรียก "ธงไอยราพต" พื้นแดงเหมือนธงชาติ มีรูปช้าง 3 เศียรสีขาว ผูกเครื่องยืนแท่น มีบุษบกตั้งบนหลังช้าง และมีรูปฉัตรตั้งข้างหน้าและข้างหลัง ข้างละ 4 คัน อยู่กลางธงสำหรับรัฐบาลสยาม
5.. สมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเหล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕ ทรงตรา พ.ร.บ.ธงขึ้นเมื่อ ร.ศ.๑๑๘ (พ.ศ.๒๔๓๒) ตาม พ.ร.บ.นี้ ธงเรือหลวงและธงชาติมีลักษณะและสีใช้ดังนี้ :-     ธงเรือหลวง สีแดง กลางมีรูปช้างเผือกทรงเครื่องยืนแท่นหน้าเข้าข้างเสา สำหรับใช้ชักในเรือหลวงทั้งปวง กับทั้งใช้ชักที่ป้อม และที่พักที่พักทหาร บรรดาที่ขึ้นอยู่ในกรมทหารเรือทั้งสิ้น     ธงชาติ พื้นธงสีแดง กลางเป็นรูปช้างเผือก หน้าเข้าข้างเสา สำหรับใช้ชักในเรือทั้งหลายของพ่อค้าและของสามัญชนทั่วไป
6. สมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๖ ทรงเปลี่ยนธงชาติ ซึ่งพื้นธงสีแดง กลางมีรูปช้างปล่อย มาเป็นธงไตรรงค์ (สามสี) โดยกำหนดลักษณะของธงชาติ ดังนี้ :- " ธงชาติสยามรูปสี่เหลี่ยมมีขนาดกว้าง 2 ส่วน ยาว 3 ส่วน มีแถบสีน้ำเงินแก่ กว้าง 1 ส่วน ซึ่งแบ่ง 3 ของขนาดกว้างแห่งธงอยู่กลาง มีแถบขาวกว้าง 1 ส่วน ซึ่งแบ่ง 6 ของขนาดกว้างแห่งธง ข้างละแถบ แล้วมีแถบสีแดงกว้างเท่าแถบสีขาว ประกอบชั้นนอกอีกข้างละแถบ " ใช้ชักในเรือพ่อค้าทั้งหลายและในที่ต่างๆ ของสาธารณชน บรรดาที่เป็นชาติสยามทั่วไป ต่อมาทรงมีพระราชดำริว่า ธงชาติควรจะใช้ผ้าชิ้นๆ เพลาะกันได้ง่ายๆ คือ     1) ราษฎรจะได้ไม่ลำบากที่จะทำใช้ได้เอง ทั้งไม่ต้องสั่งซื้อสำเร็จมาจากต่างประเทศ     2) ควรใช้สีที่มีความหมายในทางสามัคคีและยึดมั่นต่อชาติและเห็นได้แต่ไกล     3)ให้เกิดความสวยงามเมื่อเวลาประดับประดาตามที่ต่างๆพระองค์ทรงพระราชนิพนธ์ความหมายแห่งสีของธงไตรรงค์ไว้เมื่อคราวพระราชทานธงไชยเฉลิมพล ในคราวทหารอาสาไปในสงครามโลก ครั้งที่ 1 ไว้ดังนี้

  ขอร่ำรำพันบรรยาย ความคิดเครื่องหมาย
แห่งสีทั้งสามงามถนัด
  ขาว คือบริสุทธิ์ศรีสวัสดิ์ หมายพระไตรรัตน์
และธรรมะคุ้มจิตไทย
แดง คือโลหิตเราไซร้ ซึ่งยอมสละได้ เพื่อรักษาชาติศาสนา
  น้ำเงิน คือสีโสภา  อันจอมประชา
ธ โปรดเป็นของส่วนพระองค์
  จัดริ้วเข้าเป็นไตรรงค์ จึงเป็นสีธง
ที่รักแห่งเราชาวไทย
  ทหารอวตารนำไป ยงยุทธวิชัย
วิชิตก็ชูเกียรติสยามฯ.

ความหมายเพลงชาติ เพลงชาติเป็นสัญญลักษณ์อย่างหนึ่งที่ได้รับการยกย่องให้เป็นสัญญลักษณ์ชั้นสูงของชาติ มากกว่าคุณค่าของความเป็นมนุษยชาติ เป็นสัญญลักษณ์ของความเป็นเอกราชที่ไม่เป็นเมืองขึ้นแก่ใคร การร้องเพลงชาติเป็นการแสดงออกถึงความรักชาติ ความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันของคนในชาติ และความภาคภูมิใจในความเป็นชาติ เพลงชาติจึงเป็นเพลงแห่งความสุขของคนในสังคม
ความหมาย
1. เพลงชาติสามารถแสดงถึงความเป็นชาติของประชาชนในชาตินั้นๆ
2. เพลงชาติสามารถแสดงถึงฐานะทางการเมืองว่าเป็นประเทศที่มีเอกราชไม่เป็นเมืองขึ้นของใคร
3. เพลงชาติเป็นสัญญลักษณ์หรือเครื่องหมายประจำชาติ
4. เป็นกลิ่นไอทางศิลปวัฒนธรรมของประชาชนในกลุ่มชนชาตินั้นๆ

ความสำคัญ เพลงชาติเป็นสัญญลักษณ์ของความเป็นเอกราชที่ไม่เป็นเมืองขึ้นแก่ใคร เป็นเพลงที่หลอมรวมจิตใจคนในชาติให้เป็นอันหนึ่งอันเดียวกันเพื่อให้เกิดความรักชาติ มีความเป็นพี่น้องกัน เป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน สำหรับผู้ที่ได้ยินเพลงชาติ บ้างก็ยืนตรง บ้างก็ร้องตามต้นเสียง บ้างเอามือขวาจับหน้าอกตรงหัวใจเพื่อแสดงถึงความจงรักภักดีต่อชาติ

กำเนิดของเพลงชาติ
การเกิดของเพลงชาติมีลักษณะต่างๆ กัน 3 ลักษณะด้วยกัน คือ
1. เพลงชาติที่เกิดขึ้นจากเพลงที่ประชาชนนิยม เป็นเพลงที่ประชาชนมีความศรัทธานิยมชมชอบ นิยมร้องกันทั่วไปในทุกโอกาส เมื่อมีความทุกข์ก็ร้องเพลงนั้น เมื่อมีความสุขก็ร้องเพลงนั้น
2. เพลงชาติที่เกิดจากความกดดันทางการเมือง เพลงชาติประเภทนี้ เกิดขึ้นจากการปฏิวัติเปลี่ยนแปลง
3. ทางการปกครองและทางวัฒนธรรมที่อาศัยมวลชนเพื่อการต่อสู้ และใช้เพลงในการปลุกเร้าใจ เพื่อให้เกิดความสามัคคี ความรักชาติ และร่วมกันสร้างชาติ เพลงชาติที่เกิดขึ้นโดยลัทธิชาตินิยม เป็นเพลงที่เกี่ยวกับการต่อสู้ เป็นการปลุกเร้าให้เกิคดวามรักชาติตามลัทธิชาตินิยม

เพลงชาติไทย
ไทยเป็นชาติมาช้านาน แต่ไม่ได้ให้ความสำคัญในเรื่องของเพลงชาติมากนัก สำหรับแนวคิดที่จะต้องมีเพลงประจำชาติไทยนั้น เกิดขึ้นในสมัยรัชกาลที่ ๕ เมื่อปี พ.ศ.๒๔๑๔ โดยได้รับอิทธิพลจากชาติตะวันตก โดยเฉพาะอย่างยิ่งชาติอังกฤษ พบว่าเพลงไทยที่ถือเป็นเพลงประจำชาตินั้น เริ่มมีมาตั้งแต่ พ.ศ.๒๓๙๓ ในปลายรัชกาลที่ ๔ และมีการเปลี่ยนแปลงเนื้อร้องและทำนองให้เหมาะสมกับยุคสมัยมาโดยตลอด ซึ่งนับถึงปัจจุบันปรากฏว่าประเทศไทยมีเพลงประจำชาติใช้แล้ว 7 ฉบับด้วยกัน คือ
1. เพลงชาติไทยฉบับแรก คือ เพลงจอมราชจงเจริญ โดยใช้ทำนองเพลง God save the Queen ประพันธ์เนื้อร้องโดยพระยาศรีสุนทรโวหาร (น้อย อาจารยางกูร) ใช้เป็นเพลงชาติระหว่างปี พ.ศ.๒๓๙๓ - ๒๔๑๔
2. เพลงชาติไทยฉบับที่สอง คือ เพลงบุหลันลอยเลื่อน เป็นพระราชนิพนธ์ของพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย รัชกาลที่ ๒ ดัดแปลง เป็นเพลงสรรเสริญพระบารมี โดยครูมรกฏ พระประดิษฐ์ไพเราะ (ครูมี) และพระเสนาะดุริยางค์ (ครูขุนเณร) เรียบเรียงเสียงประสานโดย ฮวุดเซน (Heutsen) ชาวโปรตุเกส ใช้เป็นเพลงเกียรติยศระหว่างปี พ.ศ.๒๔๑๔ - ๒๔๓๑
3. เพลงชาติไทยฉบับที่สาม คือ เพลงสรรเสริญพระบารมี (ฉบับปัจจุบัน) ประพันธ์ทำนองโดย ปโยตร์ สชูโรฟสกี้ ชาวรัสเซีย คำร้องเป็น พระนิพนธ์ของสมเด็จฯ กรมพระนริศรานุวัตติวงศ์ ใช้เป็นเพลงชาติระหว่างปี พ.ศ.๒๔๓๑ - ๒๔๗๕ 4. เพลงชาติไทยฉบับที่สี่ คือ เพลงชาติมหาชัย ทำนองเพลงมหาชัย คำร้องประพันธ์โดยเจ้าพระยาธรรมศักดิ์มนตรี ใช้เป็นเพลงชาติ ระหว่างการปฏิวัติ พ.ศ.๒๔๗๕
5. เพลงชาติไทยฉบับที่ห้า ประพันธ์ทำนองโดยพระเจนดุริยางค์ คำร้องประพันธ์โดยขุนวิจิตรมาตรา (สง่า กาญจนาคพันธ์) ใช้ระหว่าง พ.ศ.๒๔๗๕ - ๒๔๗๗
6. เพลงชาติไทยฉบับสังเขป โดยนำเอาทำนองต้นเพลง (Introduction) ของเพลงชาติฉบับของพระเจนดุริยางค์ มีแต่ดนตรีไม่มีคำร้อง
7. เพลงชาติไทยฉบับที่หก ทำนองเพลงของพระเจนดุริยางค์ คำร้องของขุนวิจิตรมาตรา (สง่า กาญจนาคพันธ์) และของนายฉันท์ ขำวิไล ใช้เป็นเพลงชาติระหว่าง พ.ศ.๒๔๗๗ - ๒๔๘๒ เป็นเพลงชาติฉบับราชการฉบับแรก
8. เพลงชาติไทยฉบับที่เจ็ดหรือฉบับปัจจุบัน ทำนองประพันธ์โดยพระเจนดุริยางค์ ตามแบบที่มีอยู่ ณ กรมศิลปากร คำร้องประพันธ์โดย พันเอกหลวงสารานุประพันธ์ (นวล ปาจิณพยัคฆ์) จังหวะ โดย ปานกลาง องอาจ ประกาศใช้เป็นเพลงชาติตั้งแต่ พ.ศ.๒๔๘๒ กระทั่งปัจจุบันโดยประกาศสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยรัฐนิยม ฉบับที่ ๖ ออกเมื่อวันที่ ๑๐ ธันวาคม ๒๔๘๒ จอมพล ป พิบูลสงครามนายกรัฐมนตรี
  ประเทศไทยรวมเลือดเนื้อชาติเชื้อไทย
  เป็นประชารัฐไผทของไทยทุกส่วน
  อยู่ดำรงคงไว้ได้ทั้งมวล
  ด้วยไทยล้วนหมายรักสามัคคี
  ไทยนี้รักสงบแต่ถึงรบไม่ขลาด
  เอกราชจะไม่ให้ใครข่มขี่
สละเลือดทุกหยาดเป็นชาติพลี
  เถลิงประเทศไทยทวีมีชัยชโย
ความหมายของเนื้อร้อง
(ท่านผู้หญิงสมโรจน์ สวัสดิกุล ณ อยุธยา อธิบาย) ประเทศไทยเป็นถิ่นที่รวมชนผู้มีเลือดหเนื้อเชื้อชาติไทยไว้ให้ได้อยู่อาศัยร่วมกัน แผ่นดินทุกส่วนของประเทศไทยย่อมเป็นของชาวไทยทุกคน ประชาชนไทยรักษาแผ่นดินไทยทั้งหมดไว้ได้ ก็ด้วยทุกคนมีน้ำใจสามัคคี รักคนไทยด้วยกันและรักประเทศชาติ ชนไทยรักที่จะอยู่อย่างสุขสงบ แต่ถ้าจำเป็นต้องรบกับศัตรูแล้วคนไทยไม่เคยขลาดกลัวเลยไม่มีวันยอมให้ศัตรูหน้าไหนมาข่มขู่ทำลายความเป็นอิสระของชาติไทยได้ ทุกคนยอมสละเลือดทุกหยดเพื่อชาติไทยอยู่ยั่งยืน จะปกป้องคุ้มครองประเทศไทยให้เจริญรุ่งเรืองยิ่งๆ ขึ้นไป และให้มีแต่ชัยชนะตลอดไป.

          สงวนลิขสิทธิ์โดย...สำนักงานคลังจังหวัดปัตตานี

หัวข้อที่เกี่ยวข้อง

เงื่อนไขในการใช้บริการ

เว็บไซท์เปิดให้ทุกท่านตั้งหัวข้อกระทู้ เพื่อสอบถามความคิดเห็น จากเพื่อนสมาชิกท่านอื่นมีเงื่อนไข คือ
  1. เว็บบอร์ดมีการบันทึกข้อมูลผู้ใช้งาน มีระบบบันทึกไอพี ซึ่งสามารถสืบค้นไปยังผู้เขียนข้อความได้ กรุณาระมัดระวังในการเขียนข้อความซึ่งอาจก่อผลร้ายต่อตนเองและผู้อื่น
  2. กระทู้ที่สมาชิกตั้งหรือข้อความที่ท่านแสดงความคิดเห็น จะแสดงผลทันทีหลังการโพสต์ เว้นแต่ในกรณีที่มีความจำเป็น ข้อความที่โพสต์อาจจะไม่ขึ้นโดยอัตโนมัติ ( สมัครสมาชิกคลิกที่นี่ )
  3. ขอสมาชิกให้ความเคารพต่อสิทธิของผู้อื่นและตนเองในการแสดงความคิดเห็นต่อสาธารณะ โปรดงดเว้น การใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
  4. ข้อความ เนื้อหา รูปภาพ หรือ สิ่งอื่นใดที่เขียนหรือนำเข้าโดยสมาชิกแต่ละท่าน เป็นการแสดงความคิดเห็นของท่านเหล่านั้น ไม่ใช่มุมมองและความคิดเห็นของเว็บนี้ ทางเว็บไม่มีส่วนรับผิดชอบใดๆ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้ กรุณาใช้วิจารณญาณและดุลยพินิจ
  5. หากเนื้อหา หรือ ข้อความใดๆ ที่ท่านคิดว่าไม่เหมาะสม ท่านสามารถแจ้งลบได้ ทางทีมงานจะพิจารณาเพื่อลบข้อความเหล่านั้น ภายในระยะเวลาที่เหมาะสม ทางเว็บขอขอบคุณทุกท่านที่ช่วยตรวจสอบดูแล
  6. ผู้ดูแลเว็บไซท์ขอสงวนสิทธิ์ในการลบข้อความใดๆ ที่อาจก่อให้เกิดความหายต่อบุคคลอื่น พิจารณาแล้วเห็นว่าไม่เหมาะสม โดยไม่จำเป็นต้องแจ้งให้ท่านทราบ

เนื่องจากความคิดเห็นที่แสดงด้านบนถูกส่งขึ้นโดยอัตโนมัติจากผู้อ่าน โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน เจ้าของเว็บไซท์ ไม่จำเป็นต้องรับผิดชอบ หากข้อความในกระทู้ พาดพิงบุคคลอื่นในทางเสียหาย และหากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม โปรดแจ้งทีมงานโดยด่วน เพื่อดำเนินการต่อไป

Post new comment

กรุณาป้อน Username / Password ที่ท่านได้ลงทะเบียนไว้กับเว็บไซท์แห่งนี้ หรือ สมัครเป็นสมาชิกของเว็บไซท์
Bold Italic Underline Left Center Right Ordered List Bulleted List Horizontal Rule Hyperlink Text Color :) Quote
คำแนะนำ : เนื่องจากได้มีการเปลี่ยนแปลงวิธีการขึ้นบรรทัดใหม่ ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้
  • วิธีการขึ้นบรรทัดใหม่โดยไม่เว้นช่องว่างระหว่างบรรทัด ให้เคาะเว้นวรรค (Space bar) ที่ท้ายบรรทัดจำนวนหนึ่งครั้ง
  • วิธีการขึ้นย่อหน้าใหม่ซึ่งจะมีการเว้นช่องว่างห่างจากบรรทัดด้านบนเล็กน้อย ให้เคาะ Enter จำนวน 2 ครั้ง

Main menu

ขอเชิญทุกท่านมีส่วนร่วมกับเว็บ NathonCity ด้วยการส่งบทความ หรือภาพถ่าย มาร่วมเผยแพร่ในเว็บไซท์นี้

Tags

10000 เตียง HOF NCT Poll Photo Trip SML การศึกษา การเกษตร ขยะ คมนาคม ค้าปลีกส่ง จังหวัด ชวนกิน ชวนดู ชวนอ่าน ชวนเที่ยว ชักพระ ตรุษจีน ท่องเที่ยว น้ำท่วม บ้านอ่างทอง บ่ายวันอาทิตย์ ประชาสังคม พรุเฉวง พลัง พื้นที่คุ้มครองสิ่งแวดล้อม ภัยพิบัติ รอบบ้าน ลอยกระทง ศาลเจ้าไหหลำหน้าทอน สาธารณสุข สาธารณูปโภค สิ่งแวดล้อม สุขภาพ หนอนหัวดำมะพร้าว หน้าทอน อสังหาริมทรัพย์ อ่างเก็บน้ำคลองจระเข้ อาชญากรรม อาลัย อุบัติเหตุ เตือนภัย เทศกาล เทศบาลเมืองเกาะสมุย เฟอร์รี่ เลือกตั้งเทศบาล 51 เศรษฐกิจ เสา22เมตร