หน้าทอนซิตี้ : NathonCity

เก็บข่าวมาเล่า

"เทศบาลเกาะสมุย"เปิดแผนพัฒนา3ปี ดึงประชาชนมีส่วนร่วมบูรณาการบริหาร

จาก เดลินิวส์ (ออนไลน์)
28 กรกฎาคม 2551




ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเร็ว ๆ นี้ นายภานุพงศ์ งานสำเร็จ ปลัดเทศบาลเมืองเกาะสมุย อ.เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี รักษาการแทนนายกเทศมนตรี เป็นประธานในการเปิดประชุม แผนพัฒนาเทศบาลเมืองเกาะสมุย 3 ปี โดยมีหัวหน้าส่วนเทศบาลฯ กองงานต่าง ๆ และตัวแทนแกนนำชุมชน เข้าร่วมประชุมพร้อมทั้งเสนอแนวทางความคิดเห็น


นายภานุพงศ์ กล่าวว่า แผนพัฒนาเทศบาลเมืองเกาะสมุย 3 ปี เป็นแผนพัฒนาที่แปลงยุทธศาสตร์การพัฒนาเทศบาลเมืองเกาะสมุย ซึ่งประกาศใช้เมื่อ พ.ศ. 2547 มาสู่การปฏิบัติ โดยมีหลักความคิดที่ว่า ภายใต้แผนยุทธศาสตร์หนึ่ง ๆ จะมีแนวทางการพัฒนามากกว่าหนึ่งโครงการ หรือมากกว่าหนึ่งกิจกรรม ที่จะต้องนำมาดำเนินการเพื่อให้บรรลุตามวัตถุประสงค์และเป้าหมายที่ต้องการในแต่ละยุทธศาสตร์การพัฒนา และการจัดทำแผนพัฒนาตามแบบบูรณาการ รวมทั้งขานรับกับนโยบายรัฐบาล เพื่อให้ประชาชนมีส่วนร่วม ตลอดจนเพื่อเพิ่มศักยภาพการพัฒนาแบบยั่งยืน และมีวิสัยทัศน์ในที่สุด.


ที่มา www.dailynews.co.th

หัวข้อที่เกี่ยวข้อง

วัฒธรรมทางการเมือง
Posted @August,21 2008 13.40 ip : 118...148

กระบวนการหล่อหลอมวัฒนธรรมทางการเมืองแบบประชาธิปไตย:สาระสำคัญที่หายไปในสังคมการเมืองไทย (บทความพิเศษ) แนวหน้าออนไลน์ โดย เฉลิมชัย ยอดมาลัย 24 กพ. 2551 คนไทยจำนวนไม่น้อยถูกกระแสโฆษณาชวนเชื่อล่อหลอกและล้างสมองมานานแสนนานว่า    "รักประชาธิปไตยต้องไปเลือกตั้ง" จึงส่งผลให้คนไทยจำนวนมากเข้าใจผิดคิดเพียงตื้นๆ ว่า "เมื่อมีการเลือกตั้งก็เป็นประชาธิปไตยแล้ว"
ความเชื่อผิดๆดังกล่าวนี้เองทำให้คนไทยส่วนใหญ่ไม่เข้าใจคุณลักษณะสำคัญของประชาธิปไตย แต่เรื่องที่น่าประหลาดใจมากที่สุดก็อยู่ตรงที่รัฐบาลทุกยุคทุกสมัยที่ผ่านมาทั้งที่มาจากการเลือกตั้งหรือการรัฐประหารต่างก็ไม่เคยพยายามจะสร้างความกระจ่างในเรื่องนี้ให้บังเกิด จึงดูเสมือนจงใจต้องการให้คนไทยหลงงมงายกับวาทกรรมโฆษณาชวนเชื่อนี้ต่อไปโดยไม่รู้จบ แท้จริงแล้ว วัตถุประสงค์สำคัญประการหนึ่งของการเลือกตั้งในการปกครองระบอบเสรีประชาธิปไตยคือ เพื่อเลือกผู้ปกครองประเทศ เพราะตระหนักดีว่าการให้ประชาชนเจ้าของประเทศไปใช้สิทธิเลือกตั้งนั้นเป็นการแสดงออกถึงความเป็นเจ้าของอำนาจอธิปไตยและเป็นการเข้าไปมีส่วนร่วมทางการเมือง (the sovereign and political participation) เพราะความเป็นเจ้าของอำนาจอธิปไตยและการมีส่วนร่วมทางการเมืองของประชาชนนั้นถือเป็นหัวใจและรากฐานที่สำคัญประการหนึ่งของการปกครองแบบเสรีประชาธิปไตย นักรัฐศาสตร์ตะวันตกจำนวนไม่น้อยมองประชาธิปไตยไทยด้วยสายตาสังเวช สาเหตุเพราะรัฐบาลไทยทุกยุคไม่เคยมีความพยายามจะปลูกฝังมโนสำนึกเพื่อสร้างกระบวนการหล่อหลอมวัฒนธรรมการเมืองแบบประชาธิปไตยให้กับพลเมือง วัฒนธรรมทางการเมือง (political culture) คืออะไร? นักวิชาการตะวันตกที่ศึกษาด้านรัฐศาสตร์หลายคนให้คำนิยามวัฒนธรรมการเมืองไว้หลากหลาย เช่น Gabriel A. Almond บอกว่า "วัฒนธรรมทางการเมืองเป็นแบบแผนของทัศนคติและความเชื่อของบุคคลที่มีต่อระบบการเมืองหรือต่อระบบย่อยของระบบการเมืองและต่อบทบาททางการเมืองของบุคคล" ส่วน Gabriel A. Almond และ Bingham G. Powell บอกว่า "วัฒนธรรมทางการเมืองหมายถึง แบบแผนทางทัศนคติหรือเป็นความรู้สึกหรือการอบรมที่แต่ละคนได้รับ อันจะทำให้การกระทำของแต่ละบุคคลมีความหมาย หรืออาจเรียกว่าเป็นความโน้มเอียงทางการเมืองของบุคคลในฐานะที่เป็นสมาชิกของระบบการเมือง" ในทางวิชาการแบ่งความโน้มเอียงทางการเมืองเป็น 3 ลักษณะ คือ ก) ความโน้มเอียงด้านการรับรู้ หมายถึงความรู้ความเข้าใจและความเชื่อของบุคคลที่มีต่อระบบการเมืองและส่วนต่างๆ ของระบบการเมือง ข) ความโน้มเอียงเกี่ยวกับความรู้สึก หมายถึงความรู้ของบุคคลที่มีต่อระบบการเมืองและส่วนต่างๆ ของระบบการเมือง ค) ความโน้มเอียงเกี่ยวกับการประเมินคุณค่า หมายถึงความสามารถในการวิเคราะห์และประเมินเพื่อตัดสินใจและแสดงความคิดเห็นตลอดจนการมีบทบาทในกิจกรรมทางการเมือง แต่หากจะกล่าวให้เข้าใจง่ายๆ ว่าวัฒนธรรมการเมืองคืออะไร ก็คงต้องตอบว่า วัฒนธรรม การเมืองเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมทางสังคมที่มีความเกี่ยวข้องกับการเมืองการปกครอง ส่วนประกอบที่สำคัญของวัฒนธรรมทางการเมือง คือ ค่านิยม ความเชื่อและทัศนคติที่บุคคลมีต่อระบบการเมืองการปกครองของตนและแสดงออกโดยการเข้าร่วมกิจกรรมทางการเมือง วัฒนธรรมทางการเมืองถูกกำหนดขึ้นหรือได้รับอิทธิพลจากภูมิหลังทางประวัติศาสตร์ ขนบธรรมเนียมประเพณี ศาสนา โดยผ่านกระบวนการอบรมหล่อหลอมของสังคมในระดับต่างๆ แล้วถ่ายทอดจากคนรุ่นหนึ่งไปสู่คนรุ่นต่อๆ ไปอย่างต่อเนื่องและสอดรับกับสภาวะแวดล้อมของการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองในแต่ละช่วงเวลา วัฒนธรรมทางการเมืองมีกี่ประเภท? วัฒนธรรมทางการเมืองแบ่งได้สามประเภทคือ วัฒนธรรมทางการเมืองแบบคับแคบ,แบบไพร่ฟ้าและแบบการมีส่วนร่วม (อ่านเพิ่มเติมได้ในการเมืองอเมริกาของศ.ดร.สมบัติ ธำรงธัญวงศ์ พ.ศ. 2548) วัฒนธรรมทางการเมืองแบบคับแคบ (parochial political culture) เป็นวัฒนธรรมทางการเมืองของบุคคลที่ไม่มีความรู้ความเข้าใจทางการเมืองและไม่คิดว่าตนเองจะเข้าไปมีส่วนร่วมใดๆ ทางการเมือง วัฒนธรรมทางการเมืองแบบไพร่ฟ้า (subjective political culture) เป็นวัฒนธรรมทางการเมืองของบุคคลที่สยบยอมต่ออำนาจของรัฐบาล ทั้งที่มีความรู้และเข้าใจในเรื่องของการเมืองโดยทั่วไปแต่กลับไม่ใส่ใจจะเข้าไปมีส่วนร่วมทางการเมือง วัฒนธรรมทางการเมืองแบบมีส่วนร่วม (participant political culture) เป็นวัฒนธรรมทางการเมืองของคนที่สนใจการเมืองอย่างจริงจัง เข้าใจและรู้ระบบการเมืองดีในทุกด้าน มีจิตสำนึกทางการเมืองสูง สนใจและต้องการจะเข้าไปมีบทบาทและมีส่วนร่วมทางการเมือง หากจะถามท่านผู้อ่านว่าสังคมการเมืองของไทยอยู่ในวัฒนธรรมทางการเมืองแบบใด ผู้เขียนเชื่อว่าหลายท่านคงตอบได้เกือบจะทันทีว่าคนไทยส่วนใหญ่มีวัฒนธรรมทางการเมืองในรูปแบบอะไร แต่ในเชิงวิชาการแล้ว นักคิดตะวันตกเขาวิเคราะห์ว่าสังคมไทยมีวัฒนธรรมทางการเมืองแบบผสมระหว่างแบบไพร่ฟ้ากับการมีส่วนร่วม เพราะเขาเห็นว่าสังคมไทยเป็นสังคมกำลังพัฒนา ซึ่งประชาชนส่วนน้อยให้ความสนใจและต้องการเข้าไปมีส่วนร่วมทางการเมือง ในขณะที่คนส่วนใหญ่คิดตรงกันข้าม วัฒนธรรมทางการเมืองมีความสำคัญอย่างไร? ก) วัฒนธรรมทางการเมืองคือปัจจัยสำคัญที่ช่วยเสริมสร้างความชอบธรรมทางการเมืองให้กับระบบการปกครองของแต่ละรัฐและทำให้ระบบการเมืองของแต่ละรัฐดำรงคงอยู่ได้อย่างราบรื่น เพราะประชาชนจะให้การสนับสนุนและให้ความร่วมมือกับรัฐบาลโดยการเชื่อฟังคำสั่งและกฎหมายต่างๆ อันทำให้เกิดระเบียบของสังคม ข) วัฒนธรรมทางการเมืองเป็นปัจจัยสำคัญในการกระตุ้นหรือริเริ่มให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง วัฒนธรรมทางการเมืองแบบนี้มักได้รับอิทธิพลมาจากตะวันตกและมักจะเกิดในหมู่ชนชั้นผู้นำของสังคม (elite) ซึ่งไม่พอใจสภาพการปกครองทางการเมืองที่ล้าหลังและด้อยประสิทธิภาพ ไม่สามารถแก้ไขปัญหาและตอบสนองความต้องการของประชาชนได้ จึงต้องการให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง กระบวนการหล่อหลอมวัฒนธรรมทางการเมืองที่รัฐไทยควรต้องเร่งสร้างเพื่อให้เกิดความแข็งแกร่งในระบอบประชาธิปไตย 1. เสรีภาพ (liberty) เป็นปัจจัยหลักของการปกครองในระบอบประชาธิปไตย เสรีภาพเป็นสิทธิตามธรรมชาติของมนุษย์ที่ไม่มีใครสามารถล่วงละเมิดได้ เสรีภาพที่ควรสร้างเสริมในสังคมการเมืองไทยคือ เสรีภาพที่จะต่อต้านรัฐบาลซึ่งมีพฤติกรรมกดขี่ข่มเหงประชาชน โดยเฉพาะรัฐบาลที่จำกัดเสรีภาพในการแสดงออกทางความคิด การพูด การเขียนและการชุมนุมโดยสันติ 2. ความเสมอภาค (equality) แนวคิดนี้สืบเนื่องมาจากแนวคิดเรื่องเสรีภาพ โดยเน้นในความเท่าเทียมกับของมนุษย์ทุกคน (all men are created equal) และความเท่าเทียมในโอกาส (equality of opportunity) เพราะตระหนักดีว่า เมื่อมนุษย์มีความเสมอภาคแล้วจะนำไปสู่การปรับเลื่อนฐานะทางเศรษฐกิจและสังคม 3. ปฏิบัติการนิยม (pragmatism) คือการให้ความสนใจในเรื่องการปฏิบัติ โดยเน้นประสิทธิภาพและประโยชน์สุขเฉพาะหน้าเพื่อจะสามารถดำรงชีวิตอยู่ได้ เน้นการใช้สติปัญญาแก้ปัญหาและอุปสรรคต่างๆ และเน้นการปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์ เน้นการประนีประนอมแต่ต้องประนีประนอมกับสิ่งที่ถูกต้องดีงามเท่านั้น 4. ความเป็นปัจเจกชน (individualism) เน้นหลักสิทธิมนุษยชน เคารพหลักเสรีภาพและความเท่าเทียมของมนุษย์ เน้นความมีศักดิ์ศรีของประชาชน ให้ความสำคัญกับหลักปัจเจกบุคคลมากกว่าการเกรงกลัวรัฐบาลอย่างขาดสติไร้เหตุผล รัฐบาลไม่ควรเข้าไปก้าวก่ายแทรกแซงการดำรงชีวิตของประชาชนหากสิ่งนั้นเป็นความก้าวหน้าและความผาสุกของประชาชน เพราะเชื่อว่าเมื่อประชาชนก้าวหน้าและผาสุกแล้วรัฐบาลและประเทศชาติจะเจริญรุ่งเรืองและสงบเรียบร้อย 5. ความเป็นประชาธิปไตย (democracy) ยึดมั่นในหลักการสำคัญคืออำนาจอธิปไตยเป็นของปวงชน บุคคลมีความเสมอภาคไม่มีการแบ่งชนชั้นวรรณะ ประชาชนมีสิทธิหน้าที่และเสรีภาพทางการเมืองมิได้เกิดมาเป็นทาสของใคร รัฐบาลต้องให้การประกันหลักสิทธิเสรีภาพของปัจเจกชน และที่สำคัญคือรัฐบาลต้องมีอำนาจหน้าที่อันจำกัด รัฐบาลไม่ควรมีอำนาจจนล้นฟ้าล้นแผ่นดินเพราะจะส่งผลกระทบกระเทือนต่อสิทธิเสรีภาพของประชาชนได้ วัฒนธรรมทางการเมืองมีอิทธิพลต่อผู้คนในสังคมอย่างไร? 1. มีผลต่อวิธีการที่บุคคลจะตอบโต้ต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในระบบการปกครอง เช่นเมื่อเกิดรัฐประหารขึ้นในประเทศหนึ่ง อาจจะพบว่าบางประเทศคนในชาติจะรวมกำลังกันต่อต้าน แต่ในบางประเทศจะพบว่าคนในชาติให้การสนับสนุน 2. มีอิทธิพลโดยตรงต่อเป้าหมายของการแสดงพฤติกรรมทางการเมืองของบุคคล 3. เป็นเครื่องบ่งบอกถึงวิธีการที่แต่ละคนจะเข้าไปเกี่ยวข้องกับวิถีทางการเมือง 4. เป็นเครื่องบ่งบอกถึงปทัสถานของบุคคลที่จะมีส่วนกำหนดวิธีการที่ใช้เพื่อบรรลุเป้าหมายทางการเมือง 5. เป็นเครื่องบอกให้รู้ถึงตำแหน่งที่มีอิทธิพลและพลังอำนาจทางการเมืองของแต่ละกลุ่มหรือบุคคล ทำให้รู้ว่าในเรื่องหนึ่งเรื่องใดนั้นเราควรจะติดต่อกับใคร และรู้ว่าใครมีอิทธิพลเหนือใคร 6. ทำให้ทราบว่าหากต้องการติดต่อในเรื่องทางการเมือง ผู้ติดต่อจะต้องกล่าวถึงอะไรและพอจะประเมินได้ว่าผลของการกล่าวถึงนั้นจะออกมาอย่างไร 7. ข้อพึงสังวรคือ แม้จะมีโครงสร้างทางการเมืองที่คล้ายคลึงกัน เช่น มีพรรคการเมืองและมีรัฐสภา แต่หากวัฒนธรรมทางการเมืองต่างกัน ก็จะทำให้การปฏิบัติหน้าที่ของสถาบันการเมืองต่างกันไปจนอาจประสบความล้มเหลวในที่สุด ข้อสรุปที่ผู้เขียนต้องการสื่อสารกับผู้อ่านและผู้คนในสังคมไทยคือ ถึงเวลาแล้วที่ประชาชนไทยทั้งมวลจะต้องรวมตัวกันสร้างวัฒนธรรมทางการเมืองแบบประชาธิปไตยให้เกิดขึ้นในสังคม เราไม่ต้องเสียเวลารอให้รัฐบาลชุดใดมาสร้างสิ่งที่มีคุณค่าสูงสุดนี้ให้กับเรา เพราะไม่เคยมีรัฐบาลไหนจริงใจและหวังดีกับประชาชน ตรงกันข้ามกลับจะมีแต่รัฐบาลที่คอยกดขี่ ข่มเหง รังแกประชาชน ดังนั้นอย่าเสียเวลารอคอยสิ่งซึ่งไม่มีวันเกิดขึ้นจากรัฐบาลเลย โปรดเร่งลงมือกระทำกันเองเสียแต่วันนี้ เพื่ออนาคตที่ดีกว่าสำหรับเราทุกคนและคนรุ่นหลัง

เงื่อนไขในการใช้บริการ

เว็บไซท์เปิดให้ทุกท่านตั้งหัวข้อกระทู้ เพื่อสอบถามความคิดเห็น จากเพื่อนสมาชิกท่านอื่นมีเงื่อนไข คือ
  1. เว็บบอร์ดมีการบันทึกข้อมูลผู้ใช้งาน มีระบบบันทึกไอพี ซึ่งสามารถสืบค้นไปยังผู้เขียนข้อความได้ กรุณาระมัดระวังในการเขียนข้อความซึ่งอาจก่อผลร้ายต่อตนเองและผู้อื่น
  2. กระทู้ที่สมาชิกตั้งหรือข้อความที่ท่านแสดงความคิดเห็น จะแสดงผลทันทีหลังการโพสต์ เว้นแต่ในกรณีที่มีความจำเป็น ข้อความที่โพสต์อาจจะไม่ขึ้นโดยอัตโนมัติ ( สมัครสมาชิกคลิกที่นี่ )
  3. ขอสมาชิกให้ความเคารพต่อสิทธิของผู้อื่นและตนเองในการแสดงความคิดเห็นต่อสาธารณะ โปรดงดเว้น การใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
  4. ข้อความ เนื้อหา รูปภาพ หรือ สิ่งอื่นใดที่เขียนหรือนำเข้าโดยสมาชิกแต่ละท่าน เป็นการแสดงความคิดเห็นของท่านเหล่านั้น ไม่ใช่มุมมองและความคิดเห็นของเว็บนี้ ทางเว็บไม่มีส่วนรับผิดชอบใดๆ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้ กรุณาใช้วิจารณญาณและดุลยพินิจ
  5. หากเนื้อหา หรือ ข้อความใดๆ ที่ท่านคิดว่าไม่เหมาะสม ท่านสามารถแจ้งลบได้ ทางทีมงานจะพิจารณาเพื่อลบข้อความเหล่านั้น ภายในระยะเวลาที่เหมาะสม ทางเว็บขอขอบคุณทุกท่านที่ช่วยตรวจสอบดูแล
  6. ผู้ดูแลเว็บไซท์ขอสงวนสิทธิ์ในการลบข้อความใดๆ ที่อาจก่อให้เกิดความหายต่อบุคคลอื่น พิจารณาแล้วเห็นว่าไม่เหมาะสม โดยไม่จำเป็นต้องแจ้งให้ท่านทราบ

เนื่องจากความคิดเห็นที่แสดงด้านบนถูกส่งขึ้นโดยอัตโนมัติจากผู้อ่าน โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน เจ้าของเว็บไซท์ ไม่จำเป็นต้องรับผิดชอบ หากข้อความในกระทู้ พาดพิงบุคคลอื่นในทางเสียหาย และหากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม โปรดแจ้งทีมงานโดยด่วน เพื่อดำเนินการต่อไป

Post new comment

กรุณาป้อน Username / Password ที่ท่านได้ลงทะเบียนไว้กับเว็บไซท์แห่งนี้ หรือ สมัครเป็นสมาชิกของเว็บไซท์
Bold Italic Underline Left Center Right Ordered List Bulleted List Horizontal Rule Hyperlink Text Color :) Quote
คำแนะนำ : เนื่องจากได้มีการเปลี่ยนแปลงวิธีการขึ้นบรรทัดใหม่ ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้
  • วิธีการขึ้นบรรทัดใหม่โดยไม่เว้นช่องว่างระหว่างบรรทัด ให้เคาะเว้นวรรค (Space bar) ที่ท้ายบรรทัดจำนวนหนึ่งครั้ง
  • วิธีการขึ้นย่อหน้าใหม่ซึ่งจะมีการเว้นช่องว่างห่างจากบรรทัดด้านบนเล็กน้อย ให้เคาะ Enter จำนวน 2 ครั้ง

Main menu

ขอเชิญทุกท่านมีส่วนร่วมกับเว็บ NathonCity ด้วยการส่งบทความ หรือภาพถ่าย มาร่วมเผยแพร่ในเว็บไซท์นี้

Tags

10000 เตียง HOF NCT Poll Photo Trip SML กรรมการชุมชน กรรมการหมู่บ้าน การศึกษา การเกษตร กีฬา ขยะ คมนาคม ค้าปลีกส่ง จังหวัด ชวนกิน ชวนดู ชวนอ่าน ชวนเที่ยว ชักพระ ดนตรี ตรุษจีน ท่องเที่ยว น้ำท่วม บ่อน้ำมัน บ้านอ่างทอง บ่ายวันอาทิตย์ ประชาสังคม พรุเฉวง พลัง พื้นที่คุ้มครองสิ่งแวดล้อม ภัยพิบัติ รอบบ้าน ลอยกระทง ศาลเจ้าไหหลำหน้าทอน ศิลปะ สาธารณสุข สาธารณูปโภค สิ่งแวดล้อม สุขภาพ หนอนหัวดำมะพร้าว หน้าทอน อสังหาริมทรัพย์ อ่างเก็บน้ำคลองจระเข้ อาชญากรรม อาลัย อุบัติเหตุ เตือนภัย เทศกาล เทศบาลเมืองเกาะสมุย เฟอร์รี่ เลือกตั้งเทศบาล 51 เศรษฐกิจ เสา22เมตร